Analysis

8 กุนซือว่างงานที่กำลังหาที่ลงในพรีเมียร์ลีก

ทั้ง 8 คนนี้คือกุนซือที่กำลังว่างงานอยู่ ณ ขณะนี้ และมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นพวกเขากลับมาคุมทีมบนเกาะอังกฤษอีกครั้ง…

We are part of The Trust Project What is it?

1. ไนเจล เพียร์สัน

ในฤดูกาล 2013/14 กุนซือรายนี้พาเลสเตอร์ ซิตี้เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาลีกสูงสุดอีกครั้งได้อย่างไม่ยากเย็นนัก และฤดูกาลต่อมาที่ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก เขาพาทีมเอาชนะได้ 7 ครั้งใน 9 นัดหลังสุด ช่วยให้ทีมหนีตกชั้นสำเร็จ

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่ากุนซือชาวอังกฤษรายนี้จะไม่ลงรอยกับเจ้าของทีมชาวไทยเท่าไหร่นัก ทำให้อีก 1 เดือนหลังจากที่รอดตกชั้น เขาก็ถูกไล่ออกทันที ดังนั้นการที่ “จิ้งจอกสยาม” มีผลงานที่น่ามหัศจรรย์ในฤดูกาลนี้จึงน่าจะเป็นเรื่องที่หวานอมขมกลืนสำหรับกุนซือวัย 52 ปีเลยทีเดียว

“ผมมีเวลาทบทวนตัวเอง ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าผมต้องปรับปรุงตรงไหน ในตอนนี้ผมพร้อมแล้วสำหรับความท้าทายครั้งใหม่ ผมเปิดกว้างสำหรับทุกๆ โอกาสเข้ามาไม่ว่าจะเป็นการคุมสโมสรในอังกฤษ สโมสรในต่างประเทศ หรือทีมชาติก็ตาม” เพียร์สันออกมาประกาศว่าเขาพร้อมจะกลับมาแล้ว

สถานีต่อไป: ดูเหมือนว่าแอสตัน วิลล่าจะกำลังจะเปิดโต๊ะเจรจากับกุนซือรายนี้ ซึ่งดูแล้วพวกเขาก็น่าจะเข้ากันได้ดี

2. เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

หลังจากที่พาลิเวอร์พูลเกือบจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาล 2013/14 ร็อดเจอร์สก็ถูกตำหนิเสมอมาถึงการใช้เงินมหาศาลซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาในถิ่นแอนฟิลด์ ซึ่งแต่ละคนดูจะไม่ดีพอสำหรับทีมเอาเสียเลย (แต่จริงๆ แล้วเป็นผลงานของทีมงานซื้อขายของสโมสรที่ดูแลเรื่องการซื้อตัวผู้เล่นของทีมเป็นส่วนใหญ่)

ทั้ง โจ อัลเลน, ฟาบิโอ บอรินี, และอีกหลายๆ คนที่ไม่สามารถแจ้งเกิดกับทีมได้ พวกเขามีค่าตัวรวมกันถึง 290 ล้านปอนด์ และด้วยผลงานต่ำกว่ามาตรฐานในช่วงเริ่มฤดูกาล 2014/15 ซึ่งถือเป็นฝากเส้นสุดท้ายของรอดเจอร์ส ทำให้ในที่สุดเส้นทางในถิ่นแอนฟิลด์ของเขาก็มีอันต้องจบลงในเดือนตุลาคม

หลังจากที่เจ้าตัวว่างงาน เขาก็ใช้ชีวิตของเขาอย่างเงียบๆ สนุกสนานกับการทำกิจกรรมต่างๆ ในเวลาว่างราวกับว่าเจ้าตัวกำลังพักร้อน ทั้งการขอแฟนสาวแต่งงานที่นิวยอร์ก ออกรอบตีกอล์ฟกับ เดนิส แวน เอาต์เทน ที่ดูไบ แต่กระนั้นเขาก็เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่าพร้อมจะกลับมารับงานข้างสนามอีกครั้ง

“ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ กับครอบครัวของผม ก่อนหน้านี้ผมมีความสุขมากๆ ที่ลิเวอร์พูล พวกเขาคือทีมฟุตบอลที่น่าทึ่ง แต่ในตอนนี้ผมเดินออกมาแล้ว ผมใช้เวลาพักผ่อนเล็กน้อยและในตอนนี้ผมกำลังมองถึงโอกาสครั้งต่อไปของผมซึ่งหวังว่ามันจะมาอีกครั้งในช่วงฤดูร้อนนี้นะ” ร็อดเจอร์สกล่าวเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

สถานีต่อไป: ร็อดเจอร์สถือเป็นตัวเต็งที่จะรับช่วงตำแหน่งกุนซือทีมชาติอังกฤษจากรอย ฮัดสัน แต่ทว่าสวอนซี ก็เป็นอีก 1 เป้าหมายที่มีโอกาส เพราะสถานการณ์ของพวกเขายังไม่แน่นอนเท่าไหร่แม้ว่าจะเพิ่งได้ ฟรานเชสโก้ กุยโดลิน เข้ามาคุมทัพก็ตาม 

3. เดวิด มอยส์

กุนซือชาวสก็อตยังไม่เคยทำผลงานได้ดีเท่ากับสมัยที่คุมเอฟเวอร์ตันเลย

Aston Villa have been linked with his name, but it’s unlikely he’ll fancy starting off back in the Championship

เรียกได้ว่าเขาเปรียบเสมือนแพะรับบาปที่ฟอร์มของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกต่ำสุดขีดหลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือไป ซึ่งเขามีโอกาสคุมทีมดังในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ได้เพียง 10 เดือนเท่านั้นก่อนจะเลิกรากันไป

หลังจากนั้นเขาก็ได้โอกาสไปคุมทีมในประเทศสเปนอย่างเรอัล โซเซียดัดบ้าง โดยมีเป้าหมายคือการหนีตกชั้นในฤดูกาล 2014/15 และอยู่รอดปลอดภัยให้ได้ในฤดูกาลต่อๆ ไป ซึ่งภารกิจแรกของเขาสอบผ่านคือการหนีตกชั้น แต่สำหรับภารกิจที่สองนั้น เรียกได้ว่าสอบตกอย่างสิ้นเชิง เพราะ 11 นัดแรกในฤดูกาลนี้ เขาพาทีมชนะได้เพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ทำให้ถูกไล่ออกไปในที่สุด

แม้มอยส์วัย 52 ปี อดีตโค้ชใหญ่ของเปรสตันจะดูไม่รีบกลับมารับงานคุมทีมข้างสนาม แต่เขาก็คงมองหาทางที่จะเตรียมคัมแบ็คอยู่ “ผมได้ปัดข้อเสนอของหลายๆ ทีมไป (ในช่วงที่อยู่กับเรอัล โซเซียดัด) แต่ตอนนี้ผมกำลังมีความสุขกับวันหยุดของผม 

David Moyes

มอยส์ยังคงมีเครดิตดีกับสโมสรระดับสูงอยู่

สถานีต่อไป: แอสตัน วิลล่าคือสโมสรที่มีความเป็นไปได้ แต่ก็ไม่แน่ เพราะอดีตโค้ชใหญ่แมนฯยูฯคงจะไม่อยากเริ่มต้นในลีกแชมเปี้ยนชิพเท่าไหร่นัก อีกตัวเลือกหนึ่งคืออดีตต้นสังกัดสมัยเป็นนักเตะอย่างเซลติก ที่อนาคตของกุนซือปัจจุบันอย่าง รอนนี่ เดลา ดูยังไม่แน่นอนนัก ทำให้มอยส์มีโอกาสที่จะเข้ารับหน้าที่แทนเดลาที่มีโอกาสถูกไล่ออกเป็นคนแรกในฤดูกาลหน้า แม้มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักเพราะทำให้เขาไม่ได้เตรียมทีมด้วยตัวเองก็ตาม

4. โชเซ่ มูรินโญ่

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับเชลซีในฤดูกาลแรกที่กลับมาคุมทัพอีกครั้ง มนตร์สะกดของมูรินโญ่ดูจะเสื่อมไป เพราะผลงานความพ่ายแพ้ 9 ครั้งจาก 16 นัดแรกกับการเป็นแชมป์เก่าดูจะเป็นเรื่องที่ไม่เข้ากันเอาเสียเลย ทำเอาแฟนบอลทั่วโลกถึงกับช็อคไปตามๆ กัน

แม้ว่าแฟนๆ จะให้การหนุนหลังกุนซือโปรตุกีสรายนี้ แต่ทว่ามันก็ไม่สามารถช่วยให้เขารอดพ้นจากการถูก โรมัน อบราโมวิช ไล่ออกได้ เขาอำลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ หลังจากคว้าแชมป์ได้ 7 เดือนเท่านั้น

การไปออกรายการ “แคลร์ บัลดิ้ง โชว์” ของมูรินโญ่ที่สร้างรอยิ้มให้กับผู้ชมในช่วงที่เขายังคุมทัพเชลซีอยู่นั้น เป็นการออกสื่อเพียงไม่กี่ครั้งของกุนซือสเปเชียลวัน และหลังจากที่เขาอำลาถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ เขาก็ได้ปฎิเสธข้อเสนอหลายๆ ชิ้นไปเพื่อที่จะรออันที่ใช่

“ผมโชคดีที่ผมไม่ได้มีแค่ตัวเลือกธรรมดาๆ แต่ตัวเลือกของผมมันคือตัวเลือกที่ดีทั้งนั้น ดังนั้นแล้วผมจึงตัดสินใจรออันที่ใช่ก่อน ซึ่งความจริงแล้วผมอยากจะทำงานนะ ผมอยากจะเตรียมทีมเหมือนที่เคยทำทุกๆ ครั้งในเดือนกรกฏาคม” เขาออกมายอมรับช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

สถานีต่อไป: ไม่แน่ว่ามูรินโญ่อาจกุมบังเหียนแมนฯ ยูฯ ก็เป็นได้

5. แกรี่ มังค์

อดีตนักเตะสวอนซีรายนี้สร้างข้อสงสัยให้กับแฟนๆ เมื่อเขาตัดสินใจขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมให้กับต้นสังกัดในเดือยพฤษภาคม 2014 แม้ว่าเขาจะผ่านการลงสนามให้กับทีมหงส์ขาวมากว่า 250 นัดนับตั้งแต่อยู่ในลีก ทู จนเลื่อนชั้นมาพรีเมียร์ลีกก็ตาม

Reports suggest Monk is in the running for the vacant Villa job, one perhaps at the top end of his expectations scale right now

แต่เขากลับไม่ถูกเสียงวิจารณ์ใดๆ เลยเนื่องจากสามารถพาทีมคว้าอันดับ 8 ซึ่งดีที่สุดในประวัติศาสตร์ อีกทั้งยังสามารถรักษาสไตล์การเล่นที่แฟนๆ ชอบไว้ได้ แต่กระนั้นฟอร์มอันยอดเยี่ยมของทีมดังจากเวลส์ก็คงอยู่แค่ฤดูกาลนั้น เพราะในฤดูกาลถัดมา ผลงานของสวอนซีก็ถือจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนในที่สุดมังค์ก็ถูกไล่ออก

มังค์แทบไม่ได้ออกรายการทีวีใดๆ เลยแต่กระนั้นเขาก็ยังออกมาพูดถึงความต้องการที่จะทำงานต่อ “ผมอยากจะกลับไปอยู่ระดับที่เคยทำได้กับสวอนซีอีกครั้ง การรับตำแหน่งผู้จัดการทีมให้กับสโมสรต่างประเทศก็ดูเป็นเรื่องกล้าหาญไม่น้อย ซึ่งถ้ามีโอกาสผมก็จะรับมัน ผมยังเปิดกว้างสำหรับทุกๆ สโมสร ผมยังไม่ปิดโอกาสของตัวเอง” 

สถานีต่อไป: มีรายงานว่ามังค์อาจจะเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมที่ยังว่างอยู่ของแอสตัน วิลล่า ซึ่งดูจะตอบโจทย์ของเขาที่สุดแล้ว รวมถึงทีมในเดอะแชมเปี้ยนชิพก็มีดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีเหมือนกัน

6. สตีฟ แม็คคลาเรน

แม็คคลาเรนมีผลงานคุมทีมทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จคละเคล้ากันไปหลังจากหมดยุคที่เขาคุมทัพทีมชาติอังกฤษ เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับเอฟเซ ทเวนเต้ ก่อนที่จะมาดับกับโวล์ฟสบวร์ก ดาร์บี้ และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จนแล้วจนรอดเขาก็มาลงเอยกับตำแหน่งกุนซือทีมนิวคาสเซิล

แม้ว่าเมื่อช่วงตลาดซื้อร้อนฤดูร้อนที่ผ่านมา ไมค์ แอชลีย์ จะยอมควักเงินจำนวนมหาศาลทุ่มซื้อนักเตะชั้นดีอย่าง จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม (14.5 ล้านปอนด์) อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (13 ล้านปอนด์) ฟลอเรียง โตแว็ง (12 ล้านปอนด์) และชานเซล เอ็มเบมบา (8.5 ล้านปอนด์) เข้ามา กระนั้นแม็คคลาเรนก็พาทีมเก็บชนะชนะได้เพียง 6 จาก 28 นัดเท่านั้น

การถูกไล่ออกครั้งนี้ยิ่งส่งผลต่อชื่อเสียงที่หลงเหลืออยู่ของเขาเข้าไปใหญ่ หลังจากที่เมื่อปีก่อนเขาก็ไม่สามารถพาดาร์บี้เข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ ทำให้อนาคตของกุนซือรายนี้จึงยังไม่รู้ว่าจะออกมาหน้าไหน

Steve McClaren

แม็คคลาเรนคว้าน้ำเหลวบ่อยไปแล้วหรือไม่?

สถานีต่อไป: แม็คคลาเรนเป็นโค้ชที่ดีคนหนึ่ง แต่มันคงเป็นเรื่องยากที่กุนซือคนหนึ่งจะลดตัวเองกลับไปเป็นสต๊าฟฟ์โค้ช ซึ่งก็เช่นเดียวกันว่าทีมใหญ่ๆ ก็คงจะยังไม่สนใจใช้บริการกุนซือรายนี้เท่าไหร่นัก ทำให้การออกไปรับงานต่างประเทศน่าจะตอบโจทย์เจ้าตัวที่สุด

7. ทิม เชอร์วู้ด

“คุณไม่สามารถถามถึงจำนวนนัดที่ผมพาสเปอร์สชนะคู่แข่งได้” เชอร์วู้ดกล่าวด้วยตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ได้งานใหม่อย่างรวดเร็วกับแอสตัน วิลล่า ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015

เชอร์วู้ดสะกดแฟนบอลวิลล่าด้วยการพาทีมทะลุเข้ารอบชิงฟุตบอลเอฟเอคัพ 2015 ได้สำเร็จ แต่กระนั้นการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ในฤดูกาล 2015/16 ก็ทำให้ทั้งเขาและ เรมี การ์ด ที่เข้ามารับช่วงต่อถูกไล่ออกจากตำแหน่งทั้งคู่

อดีตมิดฟิลด์รายนี้ถูกตั้งคำถามถึงความสามารถของเขามาตลอด แต่กระนั้นเขาก็ยังต้องการจะกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง เพราะเขาเคยได้อธิบายไว้ถึงความสนุกในการรับแรงกดดันจากรอบข้าง แต่ถึงกระนั้นข้อเสนอจากแบล็คเบิร์นก็ถูกปฏิเสธไปเรียบร้อย

Tim Sherwood

เชอร์วู้ดไม่สามารถหาใครมาทดแทนที่ของเบนเทเก้และเดลฟ์ที่ย้ายออกไปได้เลย

สถานีต่อไป: สโมสรใดสโมสรหนึ่งในเดอะแชมเปี้ยนชิพ หรืออาจจะลีกวันถ้าหากเขายินดีที่จะเริ่มต้นใหม่ น็องติ้งแฮม ฟอเรสต์ อาจจะกำลังหาผู้จัดการทีมมาทำงานในระยะยาวถ้าหากพวกเขาไม่ไว้ใจ พอล วิลเลี่ยมส์ ซึ่งเป็นกุนซือชั่วคราวอยู่ นอกจากนี้วอลซอลล์และบาร์นสลีย์ก็เป็นอีก 2 ที่มที่กำลังลุ้นเลื่อนชั้น ก็หาผู้จัดการทีมคนใหม่อยู่เช่นกัน

8. โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

หลังจากที่ผ่านประสบการณ์การคุมทีมกับเอ็มเค ดอนส์, เวสต์บรอม และเชลซี ที่มัตเตโอพาคว้าแชมป์เอฟเคคัพ และแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ กุนซือชาวอิตาเลียนก็ถูกไล่ออกหลังจากนั้นอีก 8 เดือน

แม้ว่าหลังจากนั้นเจ้าตัวจะย้ายไปคุมทีมชาลเก้ในเยอรมัน แต่ก็อยู่ได้เพียง 7 เดือนก่อนที่จะลาออก เนื่องจากเขาไม่พอใจลำดับสายงานในสโมสร

ถึงเจ้าตัวจะไม่ยอมปริปากเผยถึงแผนการของเขา แต่เรซูเม่ของเขาก็ยังพอจะมีผลงานประดับเอาไว้บ้าง อีกทั้งการพาเวสต์บรอมเลื่อนชั้น และการพาเอ็มเค ดอนส์คว้าที่ 3 ในลีกวัน ถือเป็นผลงานชั้นเลิศของเขาก็ว่าได้

สถานีต่อไป: พรีเมียร์ลีกดูจะยากเกินไปสำหรับเขา เห็นได้จากการถูกไล่ออกใน 2 เวลา 2 ปีกับ 2 สโมสร (เวสต์บรอมและเชลซี) ทำให้มีรายงานจากต่างประเทศว่าเขาอาจจะย้ายไปแดนไก่งวง เพื่อคุมทัพแทร็บซอนสปอร์ในตุรกี

RECOMMENDED 

More features every day on FFT.com