9 ทีมไทยลีกขายแข้งดัง...แต่ผลงานปังกว่าในปีถัดมา

นักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ ย่อมมีอิทธิพลและบทบาทต่อความสำเร็จของสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วทุกมุมโลก แม้บางครั้งการย้ายทีมจะส่งผลกระทบให้บางทีมต้องพบกับช่วงเวลาที่แย่ แต่บางทีการเสียนักเตะดาวดังออกไป ก็ทำให้บางสโมสรเจอจุดลงตัวยิ่งกว่าเดิม และนี่คือ 9 ทีมไทยลีกที่ขายสตาร์ออกไป แต่กลับมีผลงานที่ดีขึ้นในซีซั่นต่อมา

1.บุรีรัมย์ พีอีเอ ขาย ณรงค์ชัย วชิรบาล ปี 2010

เนวิน ชิดชอบ นักการเมืองชื่อดัง ตัดสินใจเทกโอเวอร์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ เขาจัดการปล่อยนักเตะออกเกือบหมดทีม และแบ่งนักเตะบางส่วนจาก การไฟฟ้าฯ ไปให้ บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 2 โดยเก็บแข้งชุดเดิมไว้เพียงแค่ 9 รายเท่านั้น

นั่นเท่ากับว่า นักเตะบิ๊กเนมการไฟฟ้าฯ อาทิ ณรงค์ชัย วชิรบาล จอมทัพทีมชาติ, ศุภกิจ จินะใจ อดีตดาวซัลโวไทยลีก และ 4 แข้งตัวเก่งอย่าง อภิภู สุนทรพนาเวศ, ปฏิภาณ เพชรพูล, วิกเตอร์ เมนซาห์  และ ภาณุพงษ์ วงศ์ษา ต้องเก็บกระเป๋าหาต้นสังกัดใหม่

ปราสาทสายฟ้า ปฏิวัติทีม เริ่มด้วยการดึงเอา นักเตะจาก ทีโอที มาร่วมทีมมากถึง 8 ราย นำโดย กีรติ เขียวสมบัติ, สุเชาว์ นุชนุ่ม ฯ รวมถึงดาวดังจากทีมอื่นทั้ง พิพัฒน์ ต้นกันยา, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน และ 2 กองหน้าต่างชาติอย่าง หลุยส์ เอดูอาร์โด และ ดักลาส คาร์โดโซ

ฤดูกาลแรก ในยุคใหม่ บุรีรัมย์ พีอีเอ ประสบความสำเร็จด้วยการพุ่งจากอันดับ 9 มาจบอันดับ 2 และได้รองแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ

และนั้นจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของยอดทีมแห่ง อิสานใต้  เพราะตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ไม่มีเคยมีฤดูกาลไหนเลย ที่พวกเขาจบซีซั่นแบบไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ… จนถึงปัจจุบัน

2.บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด  ขาย ดับเบิลแฟรงค์ ปี 2012-2013, คาร์เมโล-ปาตินโญ่  ปี 2014-2015

ปราสาทสายฟ้า ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรที่มีความทะเยอทะยานสูง มีเป้าหมายที่สูงขึ้นทุกปี และไม่เคยพอใจความสำเร็จเดิม  พวกเขาเรียกเสียงฮือฮานับตั้งแต่  เทกโอเวอร์สิทธิ์จาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มาเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ โดยมีแนวทางคือ การใช้นักเตะไทยชั้นนำ และต่างชาติเกรดเอมาเสริมทัพแบบต้องดีกว่าเก่า

ปี 2011  บุรีรัมย์ฯ กระชากตัว ฟร็องค์ โออ็องก์ซ่า กองหน้าชาวแคมเมอรูน และ แฟรงค์ อาเชียมปง หัวหอกชาวกาน่า ขณะที่ทั้งคู่มีอายุเพียง 18-19 ปี มาแทนที่ ดักลาส คาร์โดโซ และ ดูดู้

ด้วยความเคมีที่ลงตัว บวกกับความสามารถ ความแข็งแกร่ง ยากเหลือเกินที่ใครจะหยุดเขาทั้งคู่ได้ ซีซั่นแรก “ดับเบิลแฟรงค์” ร้อนแรงยิ่งกว่า รถเมล์สาย 888 พาทีมฟาดทริปเปิลแชมป์ ไทยลีก, เอฟเอ คัพ, โตโยต้า ลีก คัพ

ปีต่อมาทีมขาย โออ็องก์ซ่า ดาวซัลโวไทยลีก 2011 ไปให้ กรอยเธอร์ เฟือร์ธ แต่ก็ยังสามารถซิว 3 แชมป์บอลถ้วย พ่วงรองแชมป์ถ้วย ถ้วย ก. และคว้าสิทธิ์ไปเล่น เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก เป็นสมัยที่ 2

แฟรงค์ อาเชียมปง สามารถแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวในซีซั่นดังกล่าว ซัดไป 12 ประตู เป็นผู้เล่นปราสาทสายฟ้า ที่ยิงได้มากสุดในฤดูกาล 2012 ทำให้ ปี 2013 อันเดอร์เลชท์ ทีมจากเบลเยียม คว้าตัวเขาไปร่วมทีม

ซึ่งหลายคนคิดว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาจจะถึงคราที่สิ้นความยิ่งใหญ่ แต่การมาของ คาร์เมโล กอนซาเลซ และ ฆาเบียร์ ปาตินโญ่ กลับยิงทวีคูณความเผ็ดร้อน ครบเครื่องต้มยำกุ้ง ในแดนหน้ามากกว่าเดิม

ซีซั่นแรกที่ คู่หูดับเบิลสูญพันธุ์ - ปราสาทสายฟ้า กวาดได้ถึง 4 แชมป์  ไทยลีก, ถ้วย ก., โตโยต้า ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ, รองแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ และผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย เอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก ปี 2014 ได้อีก 3 แชมป์ ไทยลีก, โตโยต้า พรีเมียร์ คัพ, ถ้วย ก.  โดย 2 ฤดูกาลนั้น คาร์เมโล ยิงรวม 35 ลูก, ปาตินโญ่ ยิงรวม 33 ลูก และทั้งคู่ก็ถูกทีมขายออกไป ในฤดูกาลต่อมา แบบช็อคแฟนบอล!

ชื่อของ กิลแบร์โต มาเชน่า และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ สองกองหน้าชาวแซมบ้า ที่ถูกเข้ามาแทนที่ในฤดูกาล 2015 ผลที่ตามก็คือ การครองแชมป์ 5 รายการครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร (ไทยลีก, เอฟเอ คัพ,โตโยต้า ลีก คัพ, โตโยต้า แม่โขง คลับ แชมเปียนชิพ, ถ้วย ก.) พร้อมการทำลายสถิติดาวซัลโวสูงของ ดิโอโก้ ที่ 33 ประตู และ มาเชน่า ยิงไปได้ถึง 21 ลูก…

นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ที่ว่า พวกเขาแทบไม่เคยสูญเสียกองหน้าฝีเท้าดีจากทีมเลย แม้จะผลัดเปลี่ยนซูเปอร์สตาร์แทบทุกฤดูกาล

Pages