อาจไม่เคยอยู่ในสายตา: 6 ดาวยิงม้ามืดที่มีลุ้นดาวซัลโวยูโร

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โธมัส มุลเลอร์ คือตัวเต็งดาวซัลโวสูงสุดที่ฝรั่งเศส ขณะที่ อองตวน กรีซมันน์ กับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ก็อยู่ในสถานะที่ไม่ต่าง อย่างไรก็ตามก็ยังมีศูนย์หน้าอยู่จำนวนหนึ่งที่รอวันแจ้งเกิดในทัวร์นาเม้นต์นี้ด้วยเช่นกัน...

1. อาร์ทยอม ซูบ้า (รัสเซีย)

ด้วยผลงาน 6 ประตูในแชมเปี้ยนส์ลีก 2015/16 ทำให้กองหน้าจากสโมสรเซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก รายนี้มีความสามารถมากพอที่จะสร้างความแตกต่างให้กับทีมชาติรัสเซียได้ในศึกยูโร 2016 ที่กำลังจะเริ่มขึ้น โดยสถิติของกองหน้าวัย 27 ปีกับทีม “หมีขาว” ก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ เพราะทำไปแล้ว 9 ประตูจาก 18 นัดที่ลงรับใช้ชาติ

ซูบ้าโชว์ฟอร์มเก่งด้วยการเคียงข้างกับฮัล์ค ศูนย์หน้าชาวบราซิล โดยทำไปทั้งหมด 15 ประตู พาเซนิตจบอันดับ 3 ของลีก และด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยม ทำให้เขาเป็น 1 ในขุนพลของเลโอนิด สลัตสกี้ โดยทริปไปฝรั่งเศสครั้งนี้ เจ้าตัวจะมาก้าวขึ้นมาทำหน้าที่แทนอเล็กซานดาร์ เคอร์ชาคอฟ เจ้าของตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของรัสเซียซึ่งหลุดออกจากทีมไป

เมื่อเร็วๆนี้เจ้าตัวเพิ่งจะทำประตูได้ในช่วงท้ายเกมที่อุ่นเครื่องกับทีมชาติเซอร์เบีย ก่อนที่จะต้องเจอกับแผงหลังของทีมชาติอังกฤษ สโลวาเกีย และเวลส์ที่เกมรับไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นเขาจึงพอมีโอกาสที่จะคว้ารางวัลจากจุดนี้เช่นกัน

2. อังเดร ยาร์มาเลนโก้ (ยูเครน)

ต้องยอมรับว่า ยาร์มาเลนโก้ คือตัวอันตรายของทีมชาติยูเครนเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเจ้าตัวได้ถึง 25 ประตู จาก 59 เกมที่ลงรับใข้ชาติ

หลังจากที่เขาพาไดนาโม เคียฟคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัย หน้าที่ต่อไปของเขาก็คือการพาทีมชาติยูเครนทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ให้ได้โดยใช้ความสามารถในการลากเลื้อยของเขาเล่นงานกองหลังคู่แข่งที่พยายามเข้ามาขัดขวาง

สำหรับยาร์มาเลนโก้นั้น เขาทำได้อย่างน้อย 11 ประตูต่อ 1 ฤดูกาลจากการลงแข่งขันรายการในประเทศ ซึ่งความต่อเนื่องนั้นเองทำให้เจ้าตัวได้ติดทีมชาติ

ในตอนนี้ ประธานสโมสรไดนาโม เคียฟ พร้อมปล่อยปีกรายนี้ออกจากทีมไปถ้าหากได้ข้อเสนอที่เหมาะสม (ขอโทษด้วยสโต๊ค ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่คุณ) ดังนั้นปีกวัย 26 กะรัตรายนี้จะมีโอกาสเพิ่มค่าตัวให้กับตัวเอง ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยมที่ฝรั่งเศสนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมที่พบกับไอร์แลนด์เหนือที่อยู่ร่วมกลุ่มเดียวกัน

Andriy Yarmolenko

ยาร์โมเลนโก้คือตัวอันตรายที่มีอานุภาพมากที่สุดของยูเครน

3. มาร์ค ยานโก้ (ออสเตรีย)

ศูนย์หน้าจากบาเซิ่ลรายนี้เข้าร่วมศึกยูโร 2016 พร้อมกับสถิติยิงประตูให้ออสเตรียทุกๆ 2 เกม และด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของออสเตรียที่ไม่แพ้ใครเลยในรอบคัดเลือก ทำให้หลายๆ คนคาดว่าพวกเขาจะคว้าอันดับ 2 ของกลุ่ม เอฟ ต่อจากโปรตุเกส

ดาวเตะวัย 32 ปีหวังว่าจะเลิกเล่นให้ทีมชาติหลังจากสิ้นสุดศึกยูโรครั้งนี้ ทำให้นี่คือโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้เพิ่มสถิติ 26 ประตูในทีมชาติของเขา ซึ่งก็มีแนวโน้มว่าจะทำได้เมื่ออยู่ร่วมกลุ่มกับไอซ์แลนด์ และฮังการี

สำหรับยานโก้นั้นแจ้งเกิดกับสโมสรเร้ดบูลล์ ซัลบวร์ก ในฤดูกาล 2008/09 ที่เขาทำไปถึง 39 ประตู ทำให้ทเวนเต้และปอร์โต้ดึงตัวเขาไปร่วมทีมตามลำดับ  หลังจากนั้นในซีซั่น 2014/15 เขาก็มีโอกาสได้ย้ายถิ่นฐานไปเล่นอยู่ที่ประเทศออสเตรเลียกับซิดนีย์ เอฟซี ก่อนจะทำผลงานได้ดีอีกครั้งและย้ายมาเล่นในสวิตเซอร์แลนด์ดังปัจจุบัน ซึ่งในฤดูกาลล่าสุด เจ้าตัวก็กระหน่ำยิงประตูไปได้ถึง 16 ประตูจากการลงสนาม 20 นัด

หัวหอกเจ้าของความสูง 6 ฟุต 5 นิ้วจะสามารถช่วยเสริมเกมรุกของทีมชาติออสเตรียได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีตัวปั้นเกมอย่าง ดาวิด อลาบา และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช คอยสนับสนุน

4. โนลิโต้ (สเปน)

โนลิโต้คือผู้เล่นคนสำคัญที่พาเซลต้า บีโก้ ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโรป้าลีก ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยหากเดล บอสเก้ จะมองข้ามนักเตะรายนี้ เนื่องจากโนลิโต้มีโอกาสที่จะกลายเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่พาทีมกระทิงดุประสบความสำเร็จในยูโร 2016 เหมือนที่เขาทำกับต้นสังกัด

สำหรับโนลิโต้นั้น เขาเหมือนเกิดใหม่อีกครั้งกับเซลต้า บีโก้ หลังจากที่ล้มเหลวไม่เป็นท่ากับสโมสรเบนฟิก้าในโปรตุเกสช่วงปี 2011-2013 โดยช่วงเวลา 3 ฤดูกาลในถิ่นเอสตาดิโอ เด บาไลโดส เจ้าตัวทำไป 14, 13 และ 12 ประตูตามลำดับ

ทว่าก่อนหน้านี้ เขากลับไม่ค่อยได้รับโอกาสในทีมชาติเท่าไหร่นัก แต่หลังจากที่เขาทำได้นัดละ 2 ประตูในเกมที่พบกับเกาหลีใต้และบอสเนียเมื่อเดือนที่ผ่านมา มันน่าจะช่วยให้ดาวยิงวัย 29 ปีรายนี้มีโอกาสได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในทัวนาเมนต์ใหญ่ระดับชาติที่คาดว่าเป็นครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวของเจ้าตัวแล้ว

Nolito

โนลิโต้เล่นได้อย่างคงเส้นคงวาในฤดูกาล 2015/16 ที่ผ่านมา

ด้วยความสามารถในการหาที่ว่าง และลากเลื้อยในกรอบเขตโทษ โนลิโต้ก็ยังแสดงความยอดเยี่ยมของเจ้าตัวออกมาด้วยการชิพบอลข้ามหัว อัสเมียร์ เบโกวิช ผู้รักษาประตูของบอสเนียเข้าไปอย่างสวยงามในเกมที่พบกับบอสเนีย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้แฟนบอลต่างคาดหวังให้สเปนผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศเป็นอย่างน้อย

5. มาริโอโกเมซ (เยอรมัน)

อดีตหัวหอกของบาเยิร์น มิวนิครายนี้เคาะสนิมตัวเองกลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งหลังจากที่ถูกปล่อยให้สโมสรเบซิคตัสในตุรกียืมตัวไปใช้งานในฤดูกาลที่ผ่านมา

โกเมซหลุดโผทีมชาติชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2014 หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าซึ่งส่งผลให้เขาล้มเหลวกับฟิออเรนติน่าด้วย ทว่ากองหน้าวัย 30 ปีรายนี้ก็เรียกฟอร์มต้วเองได้อีกครั้งหลังจากยิงไป 26 ประตูจาก 33 นัดในลีกจนพาทีมคว้าแชมป์สูงสุดแดนเติร์กได้สำเร็จ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 8 เกมหลังสุด เจ้าตัวทำไปถึง 8 ประตู อีกทั้งเจ้าตัวยังทำประตูได้ในเกมที่พบกับสโลวาเกีย 3-1 อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แฟนๆ เมืองเบียร์ก็คงจะต้องรอดูต่อไปว่า โยอาคิม เลิฟ กุนซือของทีมชาติเยอรมัน จะเลือกใช้งานโกเมซเป็น 11 คนแรกหรือไม่ เพราะสำหรับในตอนนี้ ดูเหมือนว่าเลิฟจะเลิฟศูนย์หน้าประเภทฟอลส์ไนน์อย่างเกิตเซ่ก่อนหน้าร่างกายที่สูงใหญ่ของโกเมซมากกว่า

6. โคลเบนน์ ซิกธอร์สสัน (ไอซ์แลนด์) 

ไอซ์แลนด์

ซิกธอร์สสันในวัย 26 ปีพบว่าตัวเองกำลังไล่ตามดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของไอซ์แลนด์อย่าง ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซนเพียง 6 ประตูเท่านั้น

อดีตกองหน้าของสโมสรอาหยักซ์รายนี้เข้าร่วมศึกยูโร 2016 ในฐานะกองหน้าตัวเก่งของทีมชาติไอซ์แลนด์ เคียงข้างกับกัปตันทีมอย่าง กิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ซึ่งพวกเขามีโอกาสพาไอซ์แลนด์ประสบความสำเร็จได้มากกว่ารอบแบ่งกลุ่ม เนื่องจากสมาชิกในกลุ่มอย่างฮังการีก็ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้กับพวกเขาได้มากมายนัก เช่นเดียวกันกับออสเตรียที่เพิ่งจะเคยผ่านมาถึงรอบนี้ในช่วงขวบปีหลัง ส่วนโปรตุเกสแม้จะมีแข้งที่ดีที่สุดในโลกอย่างโรนัลโด้ แต่แผงหลังของพวกเขากลับแก่และดูเหมือนจะเป็นจุดอ่อนของทีม

แม้ว่าซิกธอร์สสันจะทำผลงานกับสโมสรปัจจุบันอย่างน็องต์สได้ไม่ค่อยดีนัก ทว่าสถิติการทำประตูที่เขาเคยทำไว้กับอาหยักซ์และอาแซด อัล์คมาร์ คือเครื่องพิสูจน์ที่ดีว่าเขาคือ 1 ในกองหน้าจอมถล่มประตู แต่สาเหตุที่ช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ สถิติการทำประตูของเขาแย่ลงนั้นก็เนื่องมาจากที่เขาถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยๆ