Analysis

อาจเหลือแค่ความทรงจำ : 80 ปี ศุภชลาศัย กับอนาคตซึ่งไร้คำตอบ

หากจะหาสนามใดที่มีกลิ่นอายของความศักดิ์สิทธิ์และจิตวิญญาณของฟุตบอลไทย เหมือนอย่างเวมบลีย์ในอังกฤษแล้ว “ศุภชลาศัย” คือสนามดังกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย

We are part of The Trust Project What is it?

บทความนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Fox Sport Asia

หลังจากเปิดใช้งานเมื่อปี 1938 (พ.ศ. 2481) สนามศุภชลาศัยรับหน้าเสื่อจัดงานยักษ์อย่างเอเชียน คัพ 1 ครั้ง, เอเชียน เกมส์ 3 ครั้ง, ซีเกมส์ 2 ครั้ง รวมถึงรายการฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ

และที่ผ่านมาก็มีนักเตะชื่อดังอย่าง ชา บุม กุน, ปีเตอร์ ชไมเคิล, ไบรอัน เลาดรุ๊ป, ไบรอัน ร็อบสัน, มาร์ค ฮิวจ์ส, รอย คีน, เคนนี่ ดัลกลิช, เอียน รัช, แกรม ซูเนสส์, คาซูโยชิ มิอุระ, คี ซอง ยง ฯลฯ เคยเหยียบผืนหญ้าแห่งนี้มาแล้ว

เช่นเดียวกับ “คิง ออฟ ป๊อบ” ไมเคิล แจ็คสัน ก็เคยฝากลวดลายเอาไว้เช่นกัน

ณ ปัจจุบัน ศุภชลาศัย ก็ยังคงเป็นสนามที่ใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญๆ อย่างในฤดูกาลที่ผ่านมา นัดชิงชนะเลิศ โตโยต้า ลีก คัพ, ช้าง เอฟเอ คัพ, ออมสิน แชมเปี้ยนส์ คัพ ก็จัดที่สนามแห่งนี้

เช่นเดียวกับเกมระดับนานาชาติอย่าง โตโยต้า แม่โขง คลับ แชมเปี้ยนชิพ และ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก ก็มาจัดที่นี่

อย่างไรก็ตาม… ในอนาคตอันใกล้… อีก 2-3 ปีข้างหน้า สถานะ “เวมบลีย์เมืองไทย” จะยังเหมือนเดิมอยู่ไหม เมื่อหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา…

บนขวบปีที่ 80

แม้จะทำการปรับปรุงครั้งใหญ่หนล่าสุดเมื่อปี 2015 โดยมีการติดเก้าอี้ ทาสี รวมถึงพื้นสนามหญ้า แต่ดูเหมือนว่ายังมีอะไรให้ต้อง “อัพเกรด” อีกพอสมควร

ไล่ตั้งแต่สกอร์บอร์ด ที่ไม่สามารถแสดงผลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย หรือจะเป็นในส่วนของโต๊ะผู้สื่อข่าวบนอัฒจันทร์ที่ทำด้วยไม้ ซึ่งผุพังไปบางส่วน

รวมถึงสปอตไลท์ ซึ่งมีบางดวงที่ใช้การไม่ได้ จนทำให้แสงสาดส่องไม่ทั่วสนาม แม้ในตอนนี้จะผ่านเกณฑ์ของเอเอฟซี แต่ในอนาคตอันใกล้อาจทำให้มีปัญหา เนื่องจากเอเอฟซีได้กำหนดความสว่างของไฟสนามใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ฤดูกาล 2021 เป็นต้นไป

โดยในรอบคัดเลือก เอเชียน คัพ และฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบแรก สนามที่ใช้แข่งขันจะต้องมีความสว่างระดับ 1,200 ลักซ์ขึ้นไป แต่ถ้าเป็นเอเชียน คัพ รอบสุดท้าย หรือฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบสุดท้าย จะต้องสว่างกว่านั้นอีกเท่าตัว

เช่นเดียวกับความจุสนามที่จะต้องขยายขึ้นเป็นหลัก 40,000 ที่นั่งขึ้นไป เพื่อที่จะมีศักยภาพในการจัดรายการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ เพราะเมื่อดูจากเกณฑ์ที่เอเอฟซีตั้งไว้ในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก ความจุต้องอยู่ในระดับนั้น ขณะที่สังเวียนที่ใช้ในเอเชียน คัพ 2019 ที่ยูเออีเป็นเจ้าภาพอย่างซาเย็ด สปอร์ตส์ สเตเดี้ยม ก็มีความจุอยู่ที่  43,620 คน

นี่ยังไม่รวมถึงระบบการระบายน้ำที่จะต้องอัพเกรดให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้นไปอีก

เพราะฉะนั้น หากอยากให้สนามศุภชลาศัยกลับไปในจุดที่สามารถรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพรายการใหญ่ๆ อีกหน ก็ต้องมีการบูรณะครั้งใหญ่เลยทีเดียว…

หรือจะถึงยุคเปลี่ยนผ่าน?

จากกระแสที่มีข่าวว่าสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีแผนที่จะให้บริษัทเอกชนเขียนโครงการสร้างฟุตบอลสเตเดี้ยมเพื่อไปนำเสนอต่อหน่วยงานหรือภาคสาธารณะที่สนใจนั้น 

เชื่อว่าคงมีแฟนบอลที่คิดอยากจะให้สมาคมฯ รับช่วงต่อจากกรมพลศึกษา ในการดูแลสนามศุภชลาศัยไม่มากก็น้อย

อย่างไรก็ตาม งบประมาณที่นำไปบูรณะก็คงมหาศาลพอๆ กับสร้างใหม่ หรือดีไม่ดีอาจต้องสร้างใหม่ทับกับสถานที่เดิมเหมือนอย่างเวมบลีย์เลยก็เป็นได้

นอกจากนี้ อีกความท้าทายที่ต้องเจอก็คือการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะวันที่มีการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถหรือการจัดกิจกรรมโดยรอบ ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง ก็ต้องทำความตกลงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอันเป็นเจ้าของที่ให้ละเอียด และอาจคิดเผื่อไปถึงกรณีเลวร้ายที่สุด (worst-case scenario) อย่างการถูกเวนคืนรวมไว้ด้วย

และจากปัจจัยทั้งหมดทั้งปวงนี่เอง จึงทำให้อนาคตของสนามศุภชลาศัยถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

ว่าจะเหลือไว้เพียงความทรงจำ หรือจะเดินหน้าร่วมสร้างประวัติศาสตร์กับวงการฟุตบอลไทยต่อไป…

Topics