อาเซียน ซูเปอร์ลีก : ลีกที่เพ้อฝันมากกว่าความเป็นจริง?

ไซนุดดีน นอรดีน อดีตประธานสมาคมฟุตบอลสิงคโปร์ ได้ผุดความเป็นไปได้ที่จะก่อตั้งอาเซียน ซูเปอร์ลีก ลีกระดับภูมิภาคขึ้นมา โดยหวังจะจัดขึ้นในเดือนกันยายน แต่โฟร์โฟร์ทูพบว่ามันยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

ซึ่งการเปิดตัวคาดว่ามีขึ้นในสิงคโปร์สัปดาห์นี้  ในช่วงที่ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าจะไปประชุมที่นั่น

และการปรากฏตัวของอินฟานติโน่น่าจะทำให้อาเซียน ซูเปอร์ลีก (เอเอสแอล) มีทิศทางไปในแนวบวกมากขึ้น อันเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยได้รับจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย (เอเอฟซี)

แม้ผู้จัดการแข่งขันจะอยากให้มีการเปิดตัวขึ้นในวันอังคารนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม ทำให้มีความเชื่อว่าเอเอสแอลคงยังเป็นได้เพียงแค่ฝันต่อไป หลังจากผ่านความไม่แน่นอนและเต็มไปด้วยข่าวลือมาหลายปี

โดยโฟร์โฟร์ทูเข้าใจว่าเดดไลน์ 8 เดือนที่ทางสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (เอเอฟเอฟ) ตั้งไว้เมื่อเดือนตุลาคม และการพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่จะบรรจุเอเอสแอลลงในปฎิทินการแข่งขันประจำปีในปี 2017 คงจะหายไปกับสายลม

หลังจากที่มีคอนเซ็ปต์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อทศวรรษก่อน เอเอสแอลก็พบกับความยากลำบากในการผลักดันให้มันเป็นจริงขึ้นมา เมื่อได้มีการพูดคุยกับทั้งเอเอฟซีและฟีฟ่ามาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดยอ้างอิงจากคำพูดของ วินด์เซอร์ จอห์น เลขานุการทั่วไปของเอเอฟซีในการสัมภาษณ์กับ The New Paper เมื่อเร็วๆนี้

แม้ว่าเอเอสแอลจะได้พาร์ทเนอร์อย่างโททัล สปอร์ตส์ เอเชีย, ซีที สปอร์ตส์ และแคทช่า กรุ๊ป แต่ปัญหาใหญ่ก็ยังคงอยู่ นั่นก็คือว่าทีมไหนที่จะลงแข่งขัน, จะจัดโปรแกรมให้ลงตัวอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่เอเอสแอลสามารถนำเสนอได้?

ขณะที่ ดาโต๊ะ เสรี อัซซุดดีน เลขานุการทั่วไปของเอเอฟเอฟก็ได้ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นใดๆเกี่ยวกับเอเอสแอล ทำให้ทุกคำถามพุ่งตรงไปยังไซนุดดีนในฐานะที่เป็นชาวสิงคโปร์ผู้เคยเป็นโฆษกให้กับเอเอสแอล อย่างไรก็ตามไซนุดดีนคงไม่น่าจะเกี่ยวข้องแล้วในตอนนี้

ทีมไหนจะให้ความสนใจจริงจัง?

บรูไน ดีพีเอ็มเอ็ม ทีมจากบรูไนที่ตอนนี้ลงแข่งในเอสลีกได้แสดงความสนใจที่จะเล่นในเอเอสแอล แต่มันก็ควรจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้ เมือเอเอสแอลมีเวลาเพียง 8 เดือนที่จะต้องลงรายละเอียด รวมถึงระบุว่าทีมไหนที่จะลงแข่งขัน

ขณะที่ ตุนกู อิสมาอิล สลุต่าน อิบราฮิม เจ้าของทีมแชมป์มาเลเซีย ซูเปอร์ลีก (เอ็มเอสแอล) อย่างยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ที่ก่อนหน้านี้เคยออกปากจองที่นั่งในเอเอสแอล ก็ยังกล่าวว่าเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ยังคงเป็นเป้าหมายอันสูงสุดอยู่

และยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่าทำไมทีมจากไทยลีก ซึ่งถือว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดในภูมิภาคถึงได้คิดแล้วคิดอีกที่จะส่งทีมไปเล่นเอเอสแอล

อย่างไรก็ตามสถานการณ์น่าจะเปลี่ยนไป หากเอเอสแอลมีโควตาเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก หรือเอเอฟซี คัพ รอบคัดเลือกเข้ามาเป็นสิ่งยั่วใจ ทว่ามันก็ยังคงไร้ซึ่งความแน่นอน เมื่อเอเอฟซียังไม่ได้เห็นแม้แต่รายละเอียดของลีก แล้วจะให้ทำการรับรองได้อย่างไร

ซึ่งดูแล้วเอเอสแอลไม่น่าจะได้โควต้าบอลทวีป เมื่อถูกมองว่าจะกลายเป็นคู่แข่งของรายการแข่งขันของเอเอฟซี และนั่นคงไม่ทำให้ผู้บริหารสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียพอใจเป็นแน่
หากเอเอสแอลเลือกที่จะดึงทีมอันดับต่ำลงมา หรือแม้แต่จำกัดอายุ มันก็คงเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่ในฐานะที่ครั้งหนึ่งเคยประกาศไว้ว่ามันจะเป็นที่รวมตัวของนักเตะที่ดีที่สุดในภูมิภาค

พวกเขาจะจ่ายไหวไหม?

มีรายงานหลายแหล่งในสิงคโปร์ชี้ว่าทีมที่เข้าร่วมโปรเจ็กท์นี้ต้องใช้เงินถึง 7 ล้านดอลล่าร์สิงคโปร์ (175,191,595 บาทไทย) ในการลงแข่งขันในเอเอสแอล ซึ่งนี่รวมค่าการันตีการเล่นในลีกและค่าใช้จ่ายเชิงปฏิบัติการต่างๆแล้ว

ตัวเลขดังกล่าวถือว่าใกล้เคียงกับเงินทำทีมเฉลี่ยที่ทีมในมาเลเซีย ซูเปอร์ลีก ที่รวมระดับยู-19 และยู-21 แล้ว โดยทีมในมาเลเซียถือว่าใช้เงินเยอะที่สุดในภูมิภาคเลยก็ว่าได้
เมื่อการเงินยังคงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปกติในภูมิภาค แล้วจะมีทีมไหนที่สามารถมีเงินพอมาหล่อเลี้ยงตรงนี้ได้?

ซึ่งถ้าหากต้องการให้เอเอสแอลได้ผล เงินรางวัลจากการแข่งขันจะต้องสูงมาก และถ้าได้สปอนเซอร์เจ้าใหญ่ๆและรายได้จากการถ่ายทอดสดเข้ามา ทีมที่เข้าร่วมก็จะอู้ฟู่อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ความสามารถในการดึงดูดนักลงทุนก็ขึ้นอยู่กับดาราดังๆในสนามด้วย นั่นหมายควมว่าเอเอสแอลจะต้องดึงทีมชั้นนำเข้ามาเท่านั้น

จะเตะในช่วงเวลาเดียวกันกับลีกในประเทศหรือไม่?

แม้โฆษณาประกาศหาประธานบริหารเอเอสแอลจะขึ้นไปบนเว็บไซต์ Sports Recruitment International แล้ว แต่ก็ยังมีคำถามมากมายตามมาว่าจะทันเปิดฤดูกาลในเดือนกันยายนจริงหรือ

ซึ่งส่วนใหญ่ชี้ว่าลีกควรจัดนอกโปรแกรมเตะภายในประเทศ แต่มันก็ไม่มีเวลาเหลือมากนักบนปฏิทินที่จะให้เริ่มต้น

แม้ลีกในไทย, เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย จะสิงคโปร์จะปิดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคมก็จริง แต่ก็ยังมีเรื่องของโปรแกรมเตะเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ กับซีเกมส์ให้ต้องพิจารณาอีก 

เพราะศึกชิงแชมป์แห่งชาติอาเซียนจะจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม ส่วนซีเกมส์จะขึ้นอยู่กับชาติเจ้าภาพ

ส่วนการเป็นแฟรนไชส์ลีกคล้ายๆกับอินเดียน ซูเปอร์ลีก ไม่น่าจะเป็นไปได้ หากลีกล่มลงไป

ส่วนการให้เอเอสแอลดำเนินไปพร้อมกับลีกในประเทศก็ดูจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่มันก็ผิดวัตถุประสงค์ที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ทีแรก

Photos: FAS