อาเหม็ด มูซา : ดาวเตะไนจีเรียผู้ที่จะพา “จิ้งจอกสยาม” ติดจรวดในเวทียุโรป

ดาวยิงความเร็วสูงจากทัพ “อินทรีมรกต” มีโอกาสเข้ามายกระดับทีมของเคลาดิโอ รานิเอรี ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ทว่าสุดท้ายดีลนั้นกลับไม่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เขามีโอกาสนั้นอีกครั้งหนึ่ง... 

เรื่องเล่า 60 วินาที

ประวัติ

  • วันเกิด: 14 ตุลาคม 1992
  • สถานที่เกิด: โจส, ไนจีเรีย
  • สโมสรปัจจุบัน: CSKA Moscow ซีเอสเคเอ มอสโก (168 นัด 54 ประตู)
  • สโมสรก่อนหน้านี้: วีวีวี เวนโล่
  • ทีมชาติ: ไนจีเรีย (58 นัด, 11 ประตู) 

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เลสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจยื่นข้อเสนอ 20 ล้านยูโรทาบ อาเหม็ด มูซา ร่วมทีม ทว่า ซีเอสเคเอ มอสโก กลับปฏิเสธแบบทันควัน เนื่องจากไม่ต้องขายดาวยิงตัวเก่งในช่วงกลางฤดูกาล เพราะส่งผลต่อการลุ้นแชมป์ลีกของพวกเขาโดยตรง โดยทั้งสองฝ่ายต่างเข้าใจกันดี

จิ้งจอกสยามเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ผลมันอาจจะไม่ออกมาแบบนี้ก็ได้หากพวกเขาดึงตัวมูซามาร่วมทีมตั้งแต่ตลาดหน้าหนาว ครั้งหนึ่ง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด เคยดึงตัว ฟาอุสติโน อัสปริยา ศูนย์หน้าคนดังจากปาร์ม่าร่วมทัพในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1996 แม้ว่ากองหน้ารายนี้สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่เขากลับไร้ระเบียบวินัยจนทำให้ทีมเสียสมดุล ดังนั้นเลสเตอร์น่าจะพอใจที่ยังรักษาขนาดทีมแบบเดิมเอาไว้

มูซาเพิ่งพาต้นสังกัดผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของรัสเซียเป็นสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปี ในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเขายิงไป 17 ประตูจากทุกรายการ ซึ่งนับเป็นผลงานที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาเลยก็ว่าได้ ตอนนี้เขาพาสโมสรคว้าแชมป์ได้ตามเป้าแล้ว ดังนั้นซีเอสเคเอจึงไม่มีเหตุผลอะไรต้องรั้งตัวเขาไว้อีกต่อไป 

Ahmed Musa, CSKA Moscow

มูซาจัดการยิงประตูผ่านมือของรุย ปาตริซิโอ

เหตุผลที่คุณควรรู้จักเขา

ครั้งหนึ่งมูซาเกือบได้ย้ายมาค้าแข้งบนเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยเล่นอยู่กับ วีวี เวนโล ในลีกฮอลแลนด์ หลังได้รับความสนใจจากทั้งอาร์เซนอลและสเปอร์ส แต่สุดท้ายกลับเป็น ซีเอเคเอส มอสโก ตัดหน้าชิงตัวเขาไปครองด้วยสนนราคา 5 ล้านยูโรในช่วงต้นปี 2012

ครั้งหนึ่งมูซาเกือบได้ย้ายมาค้าแข้งบนเกาะอังกฤษตั้งแต่สมัยเล่นอยู่กับ วีวี เวนโล ในลีกฮอลแลนด์ หลังได้รับความสนใจจากทั้งอาร์เซนอลและสเปอร์ส

ดาวยิงทีมชาติไนจีเรียคว้าตำแหน่งดาวซัลโวตั้งแต่วัย 17 ปี สมัยยังเล่นอยู่ในบ้านเกิด เขาคว้าแชมป์แอฟริกัน ยูธ แชมเปี้ยนส์ชิพ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2011 และอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เขานำทีมชาติผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศในศึกฟุตบอลโลก ยู-20 อีกด้วย นับเป็นผลงานที่ไม่เลวเลยสำหรับดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปีในเวลานั้น

เขามักถูกจับไปเล่นเป็นปีกขวาสมัยค้าแข้งกับเวนโล่ ก่อนถูกโยกมาเล่นเป็นปีกซ้ายกับ ซีเอสเคเอ มอสโก มูซานับเป็น 1 ในผลผลิตที่กุนซืออย่าง อีโอนิด สลัตสกี้ พยายามปลุกปั้นขึ้นมา เทรนเนอร์ชาวรัสเซียสอนให้เขารู้จักกดดันคู่แข่งยามที่ไม่มีบอลอยู่กับตัวและเล่นบอลอย่างชาญฉลาด ดาวเตะวัย 23 กะรัต เป็นผู้เล่นที่มีระเบียบวินัยสูงและทุ่มเทให้กับการเล่นฟุตบอลเสมอ เขาเปิดรับการเรียนรู้ทุกรูปแบบที่จะทำให้เขาพัฒนาขึ้นได้ “ผมไม่รู้จะขอบคุณสลัตสกี้ด้วยคำไหน เขาทำให้ผมกลายเป็นนักฟุตบอลจริงๆ” ตัวรุกชาวไนจีเรียกล่าว

ช่วงที่กองหน้าเบอร์ 1 ของทีมอย่าง เซย์ดู ดุมเบีย ได้รับบาดเจ็บบ่อยครั้ง มูซาก้าวขึ้นมาเป็นตัวผลิตสกอร์คนสำคัญของทีมแทนดาวยิงไอวอรี่โคสต์ แม้ว่าเขาไม่ถนัดกับการรับบทบาทกองหน้าตัวกลาง เพราะมีส่วนสูงเพียงแค่ 5 ฟุต 7 นิ้วเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เขาสามารถปรับตัวเข้ากับตำแหน่งดังกล่าวได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ซีเอสเคเอเริ่มเชื่อมั่นในตัวเขามากขึ้น เห็นได้จากการที่สโมสรไม่ซื้อกองหน้ารายใหม่เข้ามาตอนปล่อยดุมเบียไปเล่นกับโรมาในปี 2014 และ นิวคาสเซิลฯในปีถ้ดมา

นอกจากนี้กองหน้าความเร็วสูงรายนี้ยังมีประสบการณ์มากมายในเวทีระดับประเทศ เขาอยู่ในทีมชาติไนจีเรียชุดแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ เมื่อปี 2013 และยังเป็น 1 ในนักเตะที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดของทีมในศึกฟุตบอลโลก ปี 2014 หลังยิงได้ 2 ประตู ในเกมพบกับอาร์เจนตินา ทั้งที่ เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูของทีมฟ้าขาวเสียแค่ 4 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์นั้น หลังจากนั้นมูซาได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทัพอินทรีมรกตในเดือนตุลาคมต่อมา ก่อนเสียปลอกแขนให้กับ จอห์น โอบิ มิเกล ในเวลาต่อมา เนื่องจากมีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมนั่นเอง

ฤดูกาล 2015/16 น่าจะเป็นฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิตของมูซา หลังยิง 3 ประตูสำคัญในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกและผลิตสกอร์ชนิดเป็นกอบเป็นกำในลีกสูงสุดของรัสเซีย โดยเฉพาะฟอร์มสุดฮ็อตช่วงท้ายฤดูกาล เมื่อเขายิงถึง 7 ประตู นับตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นมา

จุดแข็ง

จุดแข็งของมูซาคือความรวดเร็วราวกับสายฟ้าที่สามารถสร้างความปั่นปวนให้กับแผงกองหลังของคู่แข่งได้เสมอ  ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เขาเล่นในตำแหน่งปีกอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้ง 2 เท้า จึงเล่นได้ทั้งริมเส้นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ยิ่งกว่านั้นยังเป็นเรื่องยากสำหรับกองหลังที่ตามประกบเขาด้วย

Ahmed Musa, Nigeria

มูซาคว้าแชมป์แอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์ กับไนจีเรียเมื่อปี 2013

มูซากลายเป็นผู้เล่นที่มีความหลากหลายและเล่นตามแท็คติคมากขึ้นภายใต้การดูแลของสลัตสกี้ เขาเป็นผู้เล่นที่มีความฟิตมากและมักขยับหาช่องว่างรับบอลเพื่อเล่นเกมเกมสวนกลับเร็วเสมอ อีกทั้งยังสามารถกดดันกองกลางและกองหลังคู่แข่งได้อีกด้วย

แม้ว่าแนวรุกทีมชาติไนจีมีอายุเพียง 23 ปี แต่ประสบการณ์ของเขากลับข้นคลั่กเกินอายุ หลังลงรับใช้ทีมชาติไปแล้ว 57 นัด และ ผ่านเกมแชมเปี้ยนส์ลีกมาแล้ว 24 นัด ดังนั้นจุดนี้จึงเป็นประโยชน์มากสำหรับเลสเตอร์ที่จะลงเล่นรายการนี้เป็นครั้งแรกในฤดูกาลหน้า

จุดอ่อน 

จริงอยู่ว่าเขามีความเร็วชนิดตัวจับยาก แต่ในทางกลับกันเขายังต้องพัฒนาทักษะให้มากขึ้น

แม้ว่าสมาธิและความนิ่งของมูซาจะพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก แต่มันยังคงห่างไกลกับการก้าวขึ้นไปเป็นนักเตะระดับโลก จริงอยู่ว่าเขามีความเร็วชนิดตัวจับยาก แต่ในทางกลับกันเขายังต้องพัฒนาทักษะให้มากขึ้น มูซามักเล่นไม่ออกยามเจอกองหลังระดับท็อปที่ไม่เปิดที่ว่างให้เขาเลยแม้แต่น้อย นอกจากนั้นการเล่นลูกกลางอากาศของเขายังย่ำแย่มากเพราะเป็นคนตัวเล็ก

พวกเขาว่ากันว่า...

“มูซาควรจะได้ไปเล่นที่อังกฤษ เราโชคดีมากๆ ที่ได้เขามาร่วมทีม ทั้งในฐานะนักเตะและคนๆหนึ่ง เขาเป็นคนที่ขยันมาก เราสามารถไว้ใจเขาได้เสมอ เรารู้ว่าเขาไม่ได้ผิดหวังที่เราไม่ยอมขายเขาออกไปเมื่อฤดูหนาว นอกจากนั้นเขายังสัญญากับเราอีกว่าจะพาเราเป็นแชมป์” โรมัน บาเบฟ ผู้จัดการทั่วไปของ ซีเอสเคเอ มอสโก กล่าว

Ahmed Musa, CSKA Moscow

มูซาเลี้ยงบอลผ่าน แวงซองต์ กอมปานี กองหลังของแมนฯ ซิตี้ ที่มีโอกาสจะได้ดวลกันอีกครั้งในอนาคต

รู้หรือไม่

ครั้งหนึ่งมูซาเคยได้รับการขนานนามว่าเป็น “คริสเตียโน โรนัลโด้” สมัยยังเป็นเยาวชนอยู่ในไนจีเรีย เพราะทั้งคู่มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกัน อย่างไรก็ตาม เขาไม่ใช่แฟนบอลของแมนฯยูฯ เพราะเขาเชียร์อาร์เซนอลซึ่งต้องขอบคุณ เอ็นวาโก้ คานู รุ่นพี่ร่วมชาติที่เคยสร้างชื่อไว้กับทีมๆนี้

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

สไตล์การเล่นของเขาเหมาะกับเลสเตอร์อย่างเป็นที่สุด เขามีความเร็วและคงช่วยเพิ่มความอันตรายในเกมโต้กลับเร็วของทีมได้อีกเป็นกอง มูซาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งกองหน้าตัวกลาง กองหน้าตัวต่ำ รวมถึงปีกสองข้างอีกด้วย ดังนั้นดีลนี้จึงสมบูรณ์แบบสำหรับทัพจิ้งจอกสยาม เพราะนักเตะรายนี้สามารถเข้ามาแบ่งเบาภาระของ เจมี่ วาร์ดี้, ชินจิ โอกาซากิ, ริยาด มาห์เรซ และ มาร์ค อัลไบรท์ตัน ด้วย

ขณะเดียวกัน แชมป์พรีเมียร์ลีกทีมล่าสุดคงไม่ต้องกังวลปัญหาเรื่องอีโก้ของนักเตะในทีมด้วย มูซาน่าจะเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้เป็นอย่างดี เพราะเขาได้รับความเคารพจากเพื่อนร่วมทีมมากตอนเล่นในมอสโกว รวมถึงยังยอมรับคำติเตียนจากผู้อื่นโดยไม่มีปัญหา ดังนั้นหากเลสเตอร์ฯดึงตัวมูซามาร่วมทีมจริง พวกเขาจะไม่มีทางเสียใจในภายหลังแน่นอน