อาลี ดิอา : แข้งลึกลับยอดแย่ตลอดกาลพรีเมียร์ลีก ที่โผล่มา และหายไปอย่างปริศนา

ผ่านมาแล้ว 20 ปีสำหรับ 53 นาทีในสนามอันแสนเลวร้ายในวันนั้น ได้แต่เกิดคำถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับนักเตะยอดแย่ตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกคนนี้ FourFourTwo จึงถือโอกาสตามรอยนักเตะที่คงมีคนชื่นชอบน้อยที่สุด

เช้าอันหนาวเหน็บและสว่างจ้าของเดือนกุมภาพันธ์ ทีมงาน FourFourTwo มาถึงอาคารที่พักอาศัยซึ่งตั้งทับเดอะเดล สนามเหย้าเดิมของเซาแธมป์ตัน ไม่มีผู้คนอยู่แถวนั้นเลยตอนที่ทีมงานจอดรถหันหน้าเข้าสู่จุดที่เคยเป็นอัฒจันทร์ฝั่งอาร์เชอร์เอนด์ของสังเวียนเก่าอันโด่งดังนี้

สำหรับทั้งสี่ด้านของอาคารที่อยู่อาศัยใหม่นี้ถูกตั้งชื่อตามเหล่าบุคคลที่โด่งดังที่สุดของสโมสร ด้านหนึ่งนั้นเป็นชื่อของ ร็อด วอลเลซ และ มิก แชนน่อน ขณะที่อีกด้านนึงเป็นชื่อของ เท็ด เบตส์ ที่ถัดไปเป็นชื่อของ แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ กระนั้นก็มีชื่อชื่อหนึ่งที่น่าจะโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรได้ตกหล่นไป เพราะไม่ว่าทีมงานจะมองยังไง ชื่อของ อาลี ดิอา ที่สร้างหายนะในการลงสนามในพรีเมียร์ลีกไม่ไกลจากที่พวกเขาจอดรถนั้นกลับหายไปอย่างชัดเจน

The Dell

วินาทีในสนามอันโด่งดัง

มันเป็นวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน ปี 1996 โดยนาฬิกากำลังบอกเวลานาทีที่ 32 ในเกมเหย้าของเซาแธมป์ตันที่พบกับลีดส์ ยูไนเต็ด เลอ ทิสซิเอร์ส่งสัญญาณขอเปลี่ยนตัวพลางบีบต้นขาของตัวเองเอาไว้ แฟนบอลต่างลุกขึ้นสแตนดิ้งโอเวชั่นขณะที่เขาเดินออกจากสนาม แล้วเขาก็ถูกเปลี่ยนกับนักเตะคนหนึ่งที่สวมหมายเลข 33 ท่าทีของเขาดูกระตือรือร้นขณะรีบพุ่งตัวลงสนามไป ทำเอาเลอ ทิสซิเอร์ที่กะเผลกนั้นต้องมึนงงอย่างไม่เชื่อสายตา

เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ตัวสำรองคนนี้เกือบจะทำประตูได้ทันที ติดแค่ตรงที่ ไนเจล มาร์ติน ได้พุ่งปัดเอาไว้เป็นการขัดขวางนักเตะที่ได้ประเดิมเกมแรกกับความฝันในเส้นทางพรีเมียร์ลีกของตัวเอง กระนั้นในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของเวลาปกติ ตัวสำรองอันแสนลึกลับคนนี้กลับถูกเปลี่ยนตัวออกอีกทีหนึ่งขณะที่ทีมของ แกรม ซูเนส พยายามจะตีตื้นกลับมาจากการตามหลังอยู่ 2 ประตู

มีผู้คนในสนามวันนั้นไม่มากนักที่รู้เรื่องนี้แม้ว่าจะมีนักข่าว 1 หรือ 2 คนที่ตั้งข้อสงสัยของตัวเองขึ้นมา แต่สิ่งที่พวกเขาได้ประจักษ์ในวันนั้นคือสิ่งที่จะถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

“ผมแปลกใจมากตอนเงยหน้าไปเห็นเขากำลังจะได้ลง” เลอ ทิสซิเอร์บอกกับทีมงาน FFT “เขาได้ซ้อมกับเราหนึ่งวันก่อนหน้า ตอนนั้นเราคิดว่าเขาชนะการแข่งประมูลอะไรซักอย่างมาเพราะฝีเท้าเขาแย่มากจริงๆ เราเตรียมลงเล่นกันในวันเสาร์แล้วเขาก็มานั่งอยู่ในห้องแต่งตัวด้วย เราทุกคนคิดว่า ‘ดีจังที่เขาจะได้ดูเกมด้วย’ ”

ความจริงแล้วดิอาทำอะไรไว้มากกว่านั้น ซึ่งเวลา 53 นาทีในพรีเมียร์ลีกอันโด่งดังของเขาเพิ่งบอกเล่าเรื่องราวเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น

หายสาบสูญ

ภารกิจตามหาตัวดิอาที่หายไปของทีมงานนั้นกินเวลานานและคว้าน้ำเหลวกันมาตลอด กว่า 15 ปีหลังจากเขาดอดเข้ามาในพรีเมียร์ลีก บุคคลที่ฉวยโอกาสทองจากฟุตบอลก็หายตัวไปอย่างชัดเจน

“โชคไม่ดีที่เราเองก็ตกที่นั่งเดียวกับคุณเพราะเราไม่มีข้อมูลอะไรใช้ติดต่อเขาได้เลย” นาตาลี ฮีธ ผู้จัดการฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์ของมหาวิทยาลัยนอร์ธัมเบรียซึ่งเป็นที่ที่ดิอาจบปริญญาสาขาศึกษาธุรกิจเมื่อปี 2001 บอกกับทีมงาน FFT ที่ยิ่งหัวเสียมากขึ้น “เราเองก็พยายามตามหาเขามาตลอดหลายปีเหมือนคุณ ฉะนั้นเราไม่รู้เลยว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน”

ทั้งการโทรศัพท์ไปสอบถามที่สมาคมฟุตบอลเซเนกัลในกรุงดาการ์ และแม้แต่สถานทูตเซเนกัลในลอนดอนต่างให้คำตอบไม่ได้เหมือนกัน ส่วนการโทรไปถามที่สถานทูตไลบีเรียก็ไร้ผลไม่ต่างกัน ทีมงาน FFT ยังได้ติดต่อกับสองผู้สื่อข่าวในดาการ์แต่ทั้งคู่ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าดิอาคนนี้คือใคร ฉะนั้นก็ไม่ต้องถามเลยว่าจะหาเขาได้ที่ไหน เหล่าบรรดาต้นสังกัดเก่าที่เจ้าตัวเคยลงเล่นให้จริงๆ ซึ่งไม่นับทีมที่เขากล่าวอ้างเอาเองนั้น ต่างก็ไม่รู้เลยว่าชายสุดลึกลับของพรีเมียร์ลีกคนนี้ไปอยู่แห่งหนไหน

แต่ทีมงาน FFT ก็เคยติดต่อดิอาสำเร็จในปี 2008 แม้ว่าการสนทนาจะสั้นๆ ห้วนๆ เหมือนกับที่ตัวเขาโดดเข้ามาฝากชื่อในวงการฟุตบอลอย่างฉาบฉวยก็ตามที การพูดคุยครั้งนั้นมีใจความประมาณนี้ “คุณไปลงเล่นในอังกฤษได้ยังไง” “มันเกิดขึ้นหลังการคุยกันทางโทรศัพท์น่ะ” “ตอนนั้นคุณดีใจมั๊ยที่ได้ไปอยู่เซาแธมป์ตัน” “ดีใจ” “คุณรู้รึเปล่าว่าการลงเล่นให้สโมสรช่วงสั้นๆ นั้นเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ประหลาดที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก” “จริงเหรอ เป็นงั้นได้ไง”

หลังจากการสนทนาครั้งนั้นจบไป 2 วันต่อมาเบอร์มือถือเบอร์นั้นก็ถูกยกเลิก การตามรอยมีอันต้องสะดุด.