อาลีรีฎอ ญาฮันบัคช์: จากเด็กบ้านนอกในอิหร่านสู่สตาร์ดังลีกดัตช์

จากจุดเริ่มต้นอันต้อยต่ำ แต่ตอนนี้โลกทั้งโลกก็ได้มาอยู่แทบเท้าของ อาลีรีฎอ ญาฮันบัคช์ แล้ว และ พอล วิลเลี่ยมส์ จะเป็นคนอธิบายในเรื่องนี้...

เรื่องเล่า 60 วิฯ

เขาเกิดในเมืองเล็กๆของจิรันเดห์ เขตเทือกเขาอาร์มาลู ทางตอนเหนือของอิหร่าน โดยอาชีพค้าแข้งของ อลิเรซ่า ยาฮานบาคช์ เริ่มต้นจากชุมชนที่ค่อนข้างยากจน เมื่อเขาเข้าร่วมอคาดามี่ฟุตบอลของทีมท้องถิ่น ดามาช กิลาน

และหลังจากที่ฝึกซ้อมอยู่กับทีม ดามาช เตหะราน ทีมพันธมิตรของ กิลาน อยู่สักระหนึ่ง เขาก็กลับมาที่สโมสรแม่ในปี 2011 โดยเมื่อวันทีี่ 9 กันยายน ก็ได้เปิดตัวนัดแรกในศึกอิหร่าน โปร ลีก ในนัดที่เสมอกับ เมส เคอร์มาน 1-1 ขณะที่มีอายุเพียง 17 ปี ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรทันที

ด้วยผลงาน 10 ประตูใน 42 นัดกับ ดามาช กิลาน และผลงานอันน่าจับตาเมื่อเล่นให้กับทีมชาติอิหร่านรุ่นอายุไม่เกิน 20 และ 23 ปี รวมทั้ง 5 ประตูใน 4 นัดของการแข่งขันรอบคัดเลือกศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย ชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ทำให้เขาเป็นที่จับตามองของสโมสรเอ็นอีซี ในลีกดัตช์ ก่อนจะคว้าตัวปีกพรสวรรค์สูงผู้นี้มาด้วยสัญญา 3 ปี ในเดือนกรกฏาคม ปี 2013

ดาวรุ่งผู้นี้ทำผลงานได้น่าประทับใจในการค้าแข้งที่ฮอลแลนด์, ภาพ: persianleague.com

ขณะที่สโมสรต้องดิ้นรนอย่างหนักและตกชั้นไปในที่สุดเมื่อจบฤดูกาล แต่ญาฮันบัคช์ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการยิง 6 ประตูใน 33 นัด และผ่านบอลให้เพื่อทำประตูทั้งหมด 5 ครั้ง

โดยการตกลงไปเล่นในเอียร์สเต้ ดิวิซี่  ไม่ได้ทำให้พัฒนาการของเขาหยุดลงแต่อย่างใด เขายิง 12 ประตู ใน 28 นัด ช่วยให้เอ็นอีซีกลับขึ้นมาเล่นในเอเรดิวิซ่ี ได้สำเร็จ จนทำให้เขากลายเป็นที่จับตามองของสโมสรใหญ่ๆ ในลีกฮอลแลนด์

เขาย้ายเข้าสู่สโมสรอาแซด อัล์คมาร์ ด้วยสัญญา 5 ปีในเดือนสิงหาคมปีที่ผ่านมา และหลังจากต้องต่อสู้เพื่อแย่งตำแหน่งในช่วงต้นฤดูกาล เขาก็ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอให้กับเจ้าของแชมป์ลีกเอเรดิวิซี่ 2 สมัย ด้วยการทำไป 2 ประตูในการลงเล่น 19 นัด ซึ่งเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมานั้น เป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ลงเล่นสู้กับทีมเก่าอย่างเอ็นอีซี

อิหร่านตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเอเชียน คัพ ด้วยน้ำมืออิรัก

ทำไมคุณถึงต้องรู้จักเขา

ญาฮันบัคช์กำลังจะกลายเป็นดาราคนต่อไปของทีมชาติอิหร่านในทศวรรษหน้าเคียงคู่กับ ซาร์ดาร์ อัซมูน วันเดอร์คิดเพื่อนร่วมชาติ ซึ่งการที่วงการฟุตบอลในประเทศกำลังต้องการความสำเร็จและฟุตบอลที่มีสีสัน ปีกความเร็วสูงผู้นี้มีความสามารถทุกอย่างที่จะกลายเป็นสตาร์ในอนาคตของทีมชาติอิหร่าน โดยเจ้าตัวมีลีลาการเล่นที่ละม้ายคล้ายคลึงกับตำนานชาวอิหร่านและนักเตะยอดเยี่ยมของเอเชียปี 2003 อย่าง เมห์ดี้ มาห์ดาวิเคีย

จากการที่เป็นทีมที่มีอันดับในฟีฟ่าสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย ทำให้อิหร่าน หวังที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน และจากการที่เขาได้ลงเล่นทั้งหมดเพียง 44 นาที ในศึกฟุตบอลโลกที่บราซิล ทำให้นักเตะวัย 22 ปีผู้นี้ หวังจะมีส่วนสำคัญในเส้นทางสู่รัสเซีย และลงเล่นในรายการนี้ถ้าอิหร่านสามารถผ่านเข้ารอบไปได้

จุดแข็ง

เช่นเดียวกับมาห์ดาวิเคีย เขาเป็นนักเตะที่มีความเร็วสูงทางฝั่งขวา และไม่ได้มีดีเพียงความเร็วอย่างเดียวด้วยเช่นกัน เขายังสามารถเปิดบอลได้อย่างเม่นยำ จ่ายบอลไปที่ว่างได้ดี และยิงประตูได้อย่างเยือกเย็น ด้วยความมั่นใจที่มีเต็มเปี่ยม เขาจึงมีความตื่นตัวในเกมที่ดีเยี่ยมและรู้ว่าควรจะทำอะไรในจังหวะที่ถูกต้องเสมอ

แม้สูงเพียง 180 เซนติเมตร แต่เขาก็สามารถเล่นลูกกลางอากาศได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้เขากลายนักเตะที่มีอาวุธครบเครื่องในทุกๆเรื่อง

จุดอ่อน

ขณะที่เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่ด้วยสภาพร่างกายที่บอบบางของเขาทำให้เกิดปัญหาในการแย่งบอลกับกองหลังตัวใหญ่กว่าและทำฟาล์วอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเขาได้รับไปแล้ว 5 ใบเหลืองในฤดูกาลนี้ในการเล่นให้อาแซด และก่อนหน้านี้เจ้าตัวก็โดนไป 9 ใบเหลืองกับ 1 ใบแดงใน 2 ฤดูกาลกับเอ็นอีซี

ญาฮันบัคช์ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เมห์ดี้ มาห์ดาวิเกีย ตำนานทีมชาติอิหร่าน

ว่ากันว่า

ไม่ใช่เพียงแค่กองเชียร์เท่านั้นที่ตื่นเต้นไปกับญาฮันบัคช์ เพราะสตาร์ดาวรุ่งของทีมอย่าง อัสมูน ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจในเตหะราน ก็ยังตื่นเต้นที่จะได้เล่นเคียงข้างปีกผู้นี้ในทีมชาติอิหร่านอีกด้วย "ญาฮันบัคช์และผมกำลังเล่นได้ดีเลยในตอนนี้ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและหวังจะรับใช้ชาติไปอีกหลายปี"

รู้หรือไม่?

เมห์ดี้ มาห์ดาวิเคีย นักเตะที่กองเชียร์อิหร่านคิดว่าญาฮันบัคช์จะสามารถเลียนแบบได้ มีส่วนสำคัญที่ทำให้นักเตะวัย 20 ปีผู้นี้ย้ายไปยุโรป กระตุ้นให้สตาร์ดาวรุ่ง ผู้ที่เคยเล่นร่วมกันในทีมเดมาช กิลาน ในฤดูกาล 2011/12 เดินต่อไปข้างหน้าและไม่สนใจข้อเสนอของทีมยักษ์ใหญ่ในอิหร่านอย่าง เปอร์เซโปลิส แม้ว่าสโมสรจะเดินทางไปเจรจาถึงฮอลแลนด์ก็ตาม

แม้เขาจะต้องเจอกับอุปสรรคแต่เขาก็ยังคงทำหน้าที่ตัวเองต่อไป และหลังจากที่เขาเป็นรองเพียง เมมฟิส เดปาย ในตำแหน่งผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำลีกเอเรดิวิซี่ ฤดูกาล 2013/14 ญาฮันบัคช์

ก็ยกระดับตัวเองขึ้นในฤดูกาล 2014/15 ด้วยการคว้าตำแหน่งผู้เล่นแห่งฤดูกาลในศึกเอียร์สเต้ ดิวิซี่ ด้วยการทำ 12 ประตู และแอสซิสต์อีก 18 ลูกใน 28 นัด

อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

ญาฮันบัคช์กล่าวว่าตนชอบเล่นฮอลแลนด์เพื่อพัฒนาตัวเอง โดยเจ้าตัวได้ปฏิเสธข้อเสนอสโมสรจากฝรั่งเศสและตุรกี เพื่อเซ็นสัญญากับเอ็นอีซีในปี 2013 และกับสัญญา 5 ปีที่อาแซด อัล์คมาร์ เขาจะทำมันให้ดีที่สุด

“ผมทำตามหัวใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา ผมได้รับข้อเสนอจากฝรั่งเศสและตุรกี แต่ก็ไม่ต้องการมัน ผมเกือบจะได้ย้ายไป เปอร์เซโปลิส สโมสรที่ใหญ่ที่สุดในอิหร่าน แต่ผมชอบที่จะเล่นในต่างประเทศมากกว่า” ญาฮันบัคช์กล่าว

ด้วยวัยแค่ 22 ปี ปีกขวาผู้นี้กำลังจะก้าวไปสู่ระดับโลก โดยทีมชาติอิหร่านกำลังเข้าสู่รอบคัดเลือกรอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก ปี 2018 ซึ่งญาฮันบัคช์จะมีบทบาทสำคัญในทีมของ คาร์ลอส เคยรอซ

และการที่ทีมชาติอิหร่านมีความเป็นไปได้สูงในการเข้ารอบสุดท้ายที่รัสเซีย จึงเป็นโอกาสอันดีที่นักเตะวัย 24 ปีผู้นี้จะโชว์ฟอร์มให้น่าประทับใจเพื่อให้เป็นที่ต้องการของทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ซึ่งมีรายงานว่าเซลติกและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ให้ความสนใจปีกผู้นี้อยู่ ทำให้ในเร็วๆนี้เราอาจไม่ได้เห็นญาฮันบัคช์อยู่จนครบสัญญา 5 ปีกับอาแซดก็เป็นได้