อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล: ประกบคู่มิดฟิลด์จอมทัพ

Alex Keble ประกบคู่อารอน แรมซีย์ และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน สองจอมทัพที่จะลงมาบงการเกมปืน-หงส์ วัดกันตัวต่อตัว

อาร์เซนอลและลิเวอร์พูลเป็นสองทีมที่มีนักเตะพรสวรรค์และเกมเพรสซิ่งเร็วที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทำให้การพบกันในครั้งนี้น่าจะเป็นเกมที่ดูสวยและสุดมันส์ในเวลาเดียวกัน ทั้งสองทีมโปรดปรานการครองบอลกลางสนาม ตั้งแนวรับเหนียวแน่น และนั่นน่าจะทำให้ช่วงเวลา 15 นาทีแรกทั้งสองที่จะเปิดเกมดุใส่กันเพื่อชิงความได้เปรียบ และอาจจะมีสกอร์ให้เห็นกันตั้งแต่ต้นเกมด้วย

อารอน แรมซีย์และจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่มักจะเป็นสองจอมทัพที่ปิดทองหลังพระให้กับเกมบุกของทีมตนเอง ในเกมนี้จะต้องสู้กันกลางสนามในเกมที่จะลงเตะกันตั้งแต่หัวค่ำที่สนามเอมิเรตส์สเตเดี้ยม 

ถึงแม้ฟังแล้วจะทำใจยาก แต่ผลงานยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลหลังคริสตมาสกับการไม่มีเจอร์ราร์ดลงสนาม ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

ระยะหลังๆ เจอร์ราร์ดเริ่มเชื่องช้าและจ่ายบอลไม่ดีเหมือนเมื่อก่อนจนดูแปลกแยกอยู่คนเดียวท่ามกลางหงส์แดงวัยรุ่นในสนาม และเมื่อเทียบกันเฮนเดอร์สัน พลังและความมุ่งมั่นของเฮนโด้เริ่มส่องประกายชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

เฮนเดอร์สันเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและเล่นกับกองหน้าสามตัวของลิเวอร์พูลได้อย่างฉลาด ซึ่งนั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมิดฟิลด์ที่จะต้องทำหน้าที่เปิดบอลสร้างโอกาสหน้าประตูให้กองหน้าอย่างแดเนียล สเตอร์ริดจ์, ฟิลิปป์ คูตินโญ่ และราฮีม สเตอร์ลิง

คำว่า 'ชักใย' จึงฟังดูเหมาะสมที่จะใช้กับบทบาทของเฮนเดอร์สัน ที่พาบอลขึ้นไปใส่พานให้ 3 แนวรุก

อ่านเลย  จากหล่อฟอร์มบู่ สู่กัปตันหงส์แดง: หรือเฮนเดอร์สันจะเป็นจอมทัพลิเวอร์พูลคนใหม่?

บทบาทของแรมซีย์กับอาร์เซนอลก็แทบไม่ต่างกับเฮนเดอร์สัน แต่แม้ว่าจอมทัพชาวเวลส์จะเพิ่งหายกลับมาจากอาการบาดเจ็บเอ็นหลังเข่า แต่ฟอร์มล่าสุดในเกมกับเวสต์แฮมแสดงให้เห็นสุดยอดพรสวรรค์ของแรมซีย์

ในขณะที่เฮนโด้เน้นการครองบอลของลิเวอร์พูล แต่สำหรับแรมซีย์จะจ่ายบอลออกปีกซ้ายขวาได้ดีกว่า ซึ่งนั่นเป็นผลจากระบบ 4-3-3 ของเวงเกอร์ และผลที่ได้ก็แทบไม่แตกต่างกัน 

ในเกมกับเวสต์แฮม แรมซีย์สร้างโอกาสยิงประตู 5 ครั้ง ซึ่งหนึ่งในนันเป็นประตูของปืนใหญ่ และยังจ่ายบอลสำเร็จถึง 64 ครั้งจากหลายๆ ตำแหน่งในสนาม

สังเกตรูปแบบการจ่ายบอลที่แตกต่างกันของสองนักเตะ

เกมพรีเมียร์ลีกที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมในวันเสาร์นี้ เราน่าจะได้เห็นสกิลการทำเกมบุกจากกลางสนาม และเราขอบอกว่าคงจะเป็นการยากหากจะให้เอาว่าใครหรือทีมไหนที่จะขึ้นหน้าหนึ่งในวันพรุ่งนี้ แต่เรามองว่าเกมพาสซิ่งเร็วและกดดันสูงที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ทำได้ยอดเยี่ยม การครองบอลเหนียวแน่น ฟอร์มการเล่นของสองมิดฟิลด์จอมทัพอาจจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะชี้ผลแพ้ชนะในเกมนี้เลยก็ได้

อ่านต่อ พรีวิว FourFourTwo: อาร์เซนอล vs ลิเวอร์พูล