อาถรรพ์เสื่อม: 4 สัญญาณดีที่บอกว่าปีนี้ปืนใหญ่จะหลุดพ้น ‘พฤศจิกาทมิฬ’

ฟอร์มของเดอะ กันเนอร์ส มักจะสะดุดในเดือนที่ 11 ของปี แต่ จอน สเปอร์ลิ่ง เชื่อว่าหลายอย่างจะต่างออกไปในฤดูกาลนี้

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมต่อเนื่องในเดือนกันยายนและตุลาคม อาร์เซนอลก็เริ่มต้นเดือนพฤศจิกายนด้วยการเอาชนะลูโดโกเร็ตส์แบบฉิวเฉียด 3-2 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่บัลแกเรีย ถึง อาร์แซน เวงเกอร์ จะยอมรับว่าโชคดีอยู่หลายครั้ง แต่กุนซือเลือดน้ำหอมก็คงโล่งอกที่พวกเขาเริ่มต้นเดือนอาถรรพ์ด้วยชัยชนะ

นับตั้งแต่เวงเกอร์กุมบังเหียนสมสรเมื่อ 20 ปีก่อน อาร์เซนอลเก็บแต้มได้เฉลี่ยเพียงแค่ 1.59 ในเดือนที่ 11 ของปี เปอร์เซ็นต์ชนะมีแค่ 47% ยิ่งไปกว่านั้น แข้งปืนใหญ่ยังประสบกับอาการบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 80 คนที่ช่วยเวลา 4 สัปดาห์ดังกล่าว ทำให้แฟนๆเรียกว่ามันเป็น “พฤศจิกาทมิฬ” เลยทีเดียว

อาถรรพ์ต้นหน้าหนาวเริ่มขึ้นเมื่อฤดูกาล 1997/98 ตอนที่เวงเกอร์คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งที่พวกเขาเก็บได้เพียง 3 คะแนนจากทั้งหมด 12 ในเดือนนั้น และเมื่อฤดูกาลก่อน อาร์เซนอลเองก็ต้องพบกับผลงานอันสุดขี้เหร่ในเดือนเดียวกัน เมื่อได้แค่ 2 แต้มจาก 9 แถมยังแพ้บาเยิร์น มิวนิค เละเทะ 5-1 ด้วย
 

แม้เวงเกอร์จะเพิ่งกล่าวเมื่อเร็วๆนี้ว่านักเตะของเขาไม่ยึดติดกับอดีตก็ตาม “ใช่ เรามีช่วงเวลาที่ยากลำบากในเดือนพฤศจิกายน แต่ก็มีเรื่องดีๆด้วยเช่นกัน” แต่จากการที่มีแมตช์หนักกับสเปอร์ส, แมนฯยูไนเต็ด และเปแอสเชรออยู่ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องเต็มที่ทุกนัด และนี่คือ 4 เหตุผลที่อาร์เซนอลจะสลัดฝันร้ายของเดือนพฤศจิกายนเสียที

1. แนวรับ

เมื่อก่อนนั้นแนวรับของอาร์เซนอลเปราะบางและเจ็บง่ายเมื่อฤดูหนาวมาถึง แต่ในซีซั่นนี้ถือว่าปึ้กมากขึ้นเมื่อได้ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ ชโคดราน มุสตาฟี่ สองเซ็นเตอร์ฮาล์ฟจอมแกร่งจับคู่กัน

ปีที่แล้วแผงแบ็คโฟร์ของอาร์เซนอลเสียสมาธิที่คาร์โรว์ โร้ด, เดอะ ฮอว์ธอร์นส์ และอลิอันซ์ อารีน่า แต่นั่นดูจะไม่เป็นอย่างนั้นในปี 2016 เมื่อมุสตาฟี่กลายเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับ แถมฟูลแบ็คยังมีอะไหล่สำรองมากกว่าที่เคยเมื่อ คาร์ล เจนกินสัน กับ คีแรน กิ๊บบ์ส กลายเป็นแบ็คอัพที่ไว้ใจได้ในช่วงหลัง

ซึ่งเวงเกอร์เคยพูดไว้เสมอว่า ถ้าอะไรๆลงตัวทุกอย่าง อาร์เซนอลจะมีแนวรับที่ทดแทนกันได้ตลอดในทุกตำแหน่ง จากการที่ กาเบรียล เปาลิสต้า ตอนนี้กลับมาฟิตอีกครั้ง ทำให้แน่นอนว่าจะมีการหมุนเวียนในตำแหน่งดังกล่าวแน่นอน

2. กองกลาง

ทีมอาร์เซนอลชุดที่ประสบความสำเร็จมักเชื่อมโยงสอดประสานด้วยกันทั้งทีม ถึงแม้ว่าแนวรับของอาร์เซนอลจะถูกวิจารณ์ในช่วงหลัง แต่สาเหตุก็เป็นเพราะแผงมิดฟิลด์ที่ง่อนแง่นเช่นกัน

โดยในยุคแรกๆนั้น เวงเกอร์มีกองกลางอย่าว ปาทริก วิเอร่า, เอ็มมานูเอล เปอตีต์ และ จิลแบร์โต้ ซิลวา ที่สามารถสกรีนก่อนจะถึงแนวรับเมื่อทีมตกอยู่ภายใต้ความกดดัน ซึ่งนั่นเองคือสิ่งที่ขาดหายไปนับตั้งแต่พวกเขาออกจากทีม แต่การมีอยู่ของ ฟรองซิส โกเกอแล็ง, โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ และ กรานิต ชาก้า ที่สถาปนาตัวเองเป็นชวัญใจแฟนบอล ด้วยการเล่นอันดุดันและสายตาสอดส่องหาโอกาสทำประตู ทำให้ห้องเครื่องปืนใหญ่ชุดนี้สามารถแบ่งเบาภาระของกองหลังได้
และเดอะ กันเนอร์ส จำเป็นต้องความเกรี้ยวกราดของตัวเองให้ได้ในเกมวันอาทิตย์ เมื่อโกเกอแล็งโดนไล่ออกในเกมที่ไวท์ ฮาร์ท เลน เมื่อฤดูกาลก่อน ขณะที่ชาก้าก็เพิ่งกลับมาจากโทษแบน แต่ความกระหายของพวกเขาจะเป็นสิ่งที่จำเป็นในการต่อกรกับทีมพลังหนุ่มของสเปอร์ส
 

3. ความเร็ว

หนึ่งในสาเหตุที่พฤศจิกายนกลายเป็นเดือนอาถรรพ์ก็เนื่องมาจากบรรดาตัวจี๊ดมักจะโดนอาการบาดเจ็บพรากไปอย่างไร้สาเหตุจนทำให้ความรวดเร็วในการเข้าทำลดลงไป อย่างไรก็ตามในฤดูกาลนี้ทั้ง ธีโอ วัลค็อตต์, ซานติ กาซอร์ล่า, อเล็กซิส ซานเชซ แม้แต่ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนก็อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา ให้เวงเกอร์เลือกใช้งานได้ตามชอบใจ

กาซอร์ล่ากับวัลค็อตต์อาจจะบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาก็จริง แต่ทั้งคู่ก็พร้อมรับมือกับช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในส่วนของรายหลังนั้น ได้เคยร่วมมือกับซานเชซทำลายแนวรับของคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเชลซีเป็นชิ้นๆมาแล้วเมื่อเดือนกันยายน ขณะเดียวกัน เอคตอร์ เบเยริน กับ อเล็กซ์ อิโวบี้ ก็ยังสามารถช่วยเพิ่มมิติในเกมรุกของอาร์เซนอลได้อีกเช่นกัน ซึ่งถือว่าจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจอกับทีมใหญ่อย่างสเปอร์ส, แมนฯยูไนเต็ด และเปแอสเช

เดอะ กันเนอร์ส นั้นมีแนวรุกที่สามารถขยี้ทุกทีมในพรีเมียร์ลีกได้ในวันที่ท็อปฟอร์ม และถ้าพวกเขายังพร้อมใจกันเข้าฟอร์มอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีเหตุผลที่อาร์เซนอลจะฟอร์มแผ่วในเดือนนี้

4. ซูเปอร์ซับ

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ได้ทำให้แฟนบอลอาร์เซนอลแตกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมองว่าหัวหอกชาวเฟร้นช์เทอะทะ และชอบทำหมูหก แต่อีกกลุ่มก็มองว่าเขายังมีดีในหลายจุด

อัตราการทำประตูของเขาในการเจอกับคู่ปรัระดับเฮฟวี่เวทพัฒนาขึ้นในช่วงหลัง ขณะเดียวกันการสัมผัสบอลอันนุ่มนวลของเขาก็สามารถช่วยให้ปลดล็อคแผงหลังอันเหนียวแน่น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องลูกกลางอากาศ เพิ่มความหลากหลายเมื่อทีมต้องการแผนสองอีกด้วย

จริงอยู่ที่ว่าทีมดูเล่นกันไหลลื่นและดูปราดเปรียวขึ้นเมื่อไม่มีชิรูด์ แต่ความจริงที่ว่าอาร์เซนอลสามารถให้เขาเป็นซูเปอร์ซับ และช่วยให้ทีมมีแทคติกที่ยืดหยุ่นมากขึ้นในเกมกับซันเดอร์แลนด์และลูโดโกเร็ตส์ ก็น่าจะทำให้พวกเขาผ่านพ้นเดือนพฤศจิกายนไปได้ด้วยดีเช่นกัน