อาวุธใหม่ : คอนเต้ กำลังเปลี่ยนแผนการเล่นจาก 3-4-3 และมันจะทำให้ทีมของเขาน่ากลัวขึ้น

Antonio Conte

แกรี่  เฮย์ส คอลัมนิสต์ของ FFT ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือแห่งทัพสิงห์บลูเริ่มที่จะปรับแผนจากแผนเดิมที่ส่งพวกเขาสู่หัวตาราง และรั้งอันดับ 1 อยู่อย่างเหนียวแน่นอนในเวลานี้ สาเหตุคืออะไร ติดตามได้ที่นี่ 

เราอาจจะคิดว่าเราเห็นอนาคตแต่ความจริง สิ่งที่เป็นอยู่อาจจะกำลังกลายเป็นอดีต

อย่างที่รู้กันว่า ระบบ 3-4-3 ของคอนเต้นั้น ไม่ได้เพียงแต่เปลี่ยนแปลงแนวทางการเล่นของทัพสิงห์บลูจากรูปแบบเดิมๆ ไปจนหมด แต่มันยังส่งอิทธิพลต่อเนื่องมาจนถึงทีมอื่นๆ ในลีกอีกด้วย จนทำให้กุนซือหลายๆ คนเริ่มที่จะหันมาใช้ระบบกองหลัง 3 ตัว กันมากขึ้น

เครื่องยืนยันถึงความยอดเยี่ยมของระบบนี้ของคอนเต้ แน่นอนว่าคือการที่เขาพาทัพสิงห์บลูรั้งอันดับ 1 ของตาราง พร้อมกับมีคะแนนนำอันดับ 2 ถึง 10 คะแนนพร้อมกับเหลือเกมอีกแค่ 11 นัดเท่านั้น ซึ่งไม่ว่าใครก็คงทำไม่ได้เช่นเขา อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในลีกผู้ดีเองก็ทำไม่ได้เช่นกัน แถมล่าสุดเพิ่งจะโดนบาเยิร์น มิวนิค ถล่มมาแบบราบคาบอีกด้วย

ด้วยประการฉะนี้ ทำให้บรรดากุนซือในลีกผู้ดีคงต้องระวังคอนเต้ให้เป็นพิเศษ แต่ไม่ใช่ระวังถึงสิ่งที่เขาทำอยู่ในขณะนี้ แต่เป็นสิ่งที่เขากำลังจะทำอีกในฤดูกาลหน้า เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ เขาได้เริ่มปรับเปลี่ยนทีมของตัวเองอีกครั้งแล้ว

Antonio Conte

กุนซือชาวอิตาเลี่ยนรายนี้สามารถดึงประสิทธิภาพสูงสุดออกมาจากนักเตะในความดูแลได้

โชคและการเปลี่ยนแปลง

3-4-3 น่าจะเป็นระบบที่คอนเต้ดูจะถนัดที่สุด ทว่าหลังจากที่เขาย้ายมาคุมทัพเชลซี ดูเหมือนว่าระบบการเล่นของเขามันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกลายเป็น 3-5-2 อันแข็งแกร่ง

แม้ว่าคอนเต้จะสมควรได้รับคำชมมากขนาดไหนจากการปรับทัพเชลซีให้แข็งแกร่งได้อย่างทุกวันนี้ แต่ก็คงต้องยอมรับว่าเจ้าตัวก็ต้องลองผิดลองถูกมาพอสมควร แน่นอนว่ามันไม่ใช่ว่าเขาโชคดีที่หาแผนที่ใช้เจอ แต่ความจริงแล้ว 3-4-3 นี้ก็ยังไม่ใช่แผนที่ถูกใจกุนซือชาวอิตาเลี่ยนรายนี้ขนาดนั้น เขาดูจะต้องการเปลี่ยนแปลงมันอีก

3-4-3 น่าจะเป็นระบบที่คอนเต้ดูจะถนัดที่สุด ทว่าหลังจากที่เขาย้ายมาคุมทัพเชลซี ดูเหมือนว่าระบบการเล่นของเขามันจะค่อยๆ เปลี่ยนไปจนกลายเป็น 3-5-2 อันแข็งแกร่งนี้ โดยคอนเต้ต้องลองผิดลองถูกถึง 4 ครั้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์กว่าที่จะเจอแผนที่ลงตัวขนาดนี้ เริ่มจากช่วงปรีซีซั่นที่ใช้ 4-2-4 ทว่ามันก็ไม่ค่อยเวิร์ค ทำให้เจ้าตัวก็เปลี่ยนมาเป็น 4-1-4-1 ที่ผลงานของทีมก็ดูดีขึ้นมาเล็กน้อยใช้ช่วงต้นฤดูกาล

Oscar

เริ่มต้นจากระบบกองกลาง 3 คนที่มี ออสการ์, ก็องเต้ และ มาติช

อย่างไรก็ตาม หลังจากโดนลิเวอร์พูลและอาร์เซนอลเล่นงานในช่วงปลายเดือนกันยายน (ตอนนั้นพวกเขาชนะคอนเต้ได้) คอนเต้ก็รู้ทันทีว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง ทว่าอุปสรรคอย่างหนึ่งที่กุนซือรายนี้พบคือ เขาไม่มีนักเตะที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของเขาได้ดีพอ

แต่เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน คอนเต้บอกลาแผนหลัง 4 แล้วก็พาเชลซีเข้าสู่ยุคใหม่ โดยเขาเลือกที่จะใช้ระบบวิงแบ็คดั่งทุกวันนี้ และแน่นอนนั่นคือจุดเริ่มต้นชีวิตใหม่ของนักเตะอย่าง วิคเตอร์ โมเซส ที่กลายเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญให้กับทีมได้ ขณะที่ภาพรวมทีมก็อย่างที่เห็นกัน ลีโอนาร์โด ดา วินชี่ แห่งฟุตบอลอังกฤษได้ประดิษฐ์นวัตกรรมชิ้นใหม่ขึ้นมาประดับวงการลูกหนังผู้ดีเรียบร้อยแล้ว

แก้ปัญหาชั่วคราว

ในเกมที่พวกเขาบุกไปชนะเวสต์แฮม 2-1 ที่ผ่านมา คอนเต้ตัดสินใจถอดเปโดรออกและส่ง เนมันย่า มาติช ลงมาตั้งแต่เกมดำเนินไปได้ชั่วโมงเดียว

นับตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นมา กุนซือรายนี้หันมาใช้แผน 3-5-2 และเริ่มโชว์ฟอร์มแกร่งมาได้เรื่อยๆ โดยเริ่มจากเกมที่พวกเขาเปิดบ้านเอาชนะเวสต์บรอมไปได้จากประตูของ ดิเอโก้ คอสต้า ที่รับลูกจ่ายจากตัวสำรองอย่างฟาเบรกัส และยิงประตูชัยให้ทีมไป

หลังจากชัยชนะ 1-0 ในวันนั้น คอนเต้ก็ตัดสินใจยึดแนวทางการเล่นแบบนี้มาตลอดจนถึงปัจจุบัน โดยสิ่งเดียวที่แตกต่างไปจากตอนนั้น คือ กุนซือรายนี้จะเน้นความรัดกุมมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นในเกมที่พวกเขาบุกไปชนะเวสต์แฮม 2-1 ที่ผ่านมา คอนเต้ตัดสินใจถอดเปโดรออกและส่ง เนมันย่า มาติช ลงมาตั้งแต่เกมดำเนินไปได้ชั่วโมงเดียว โดยเขาปรับแผนเป็นกองกลาง 5 คน และปล่อยให้ เอเด็น อาซาร์ และ คอสต้า คอยล่าตาข่ายอยู่แดนหน้า

เรียกได้ว่ามันเป็นแทคติคที่เรียบง่าย ที่ฉีกสไตล์เก่าๆ ของกุนซืออิตาเลี่ยนไปจนหมด เพราะ คอนเต้จงใจที่ปิดเกมด้วยการแพ็คแดนกลางให้แน่นขึ้น รักษาการครองบอลให้ดี มากกว่าการที่จะส่งกองหลังลงมาอุดแล้วเน้นเกมโต้กลับ แถมด้วยแทคติคนี้ มันยังทำให้คู่แข่งต้องไล่บอลมากขึ้นในช่วงท้ายเกม ซึ่งแน่นอนว่าช่วงท้ายเกมคงเป็นช่วงที่นักเตะไม่ได้ต้องการออกแรงวิ่งมากมายขนาดนั้น

Eden Hazard

ช่วง 2-3 สัปดาห์หลัง เรามักจะเห็น อาซาร์ ขยับไปเป็นกองหน้าบ่อยๆ

ขั้นต่อไป

นี่คือสาเหตุที่ทำให้เราได้เห็น ฟาเบรกัส  มากขึ้นในช่วงหลายๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกองกลางชาวสเปนรายนี้ได้ลงสนามเป็นตัวจริง 2 นัดหลังสุด แถมตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา เขาก็ได้โอกาสลงมาในฐานะตัวสำรองเสมอ ทั้งๆ ที่แรกสุดเลย ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะเป็นส่วนเกินของทีมด้วยซ้ำ

อาจจะเรียกได้ว่ามันเป็นพัฒนาการของสิงห์บลูก็ได้ เพราะ ด้วยความที่มีทั้ง มาติช และ ก็องเต้ คอยขนาบข้าง ทำให้ฟาเบรกัสสามารถเล่นได้อย่างอิสระในการปั้นเกม ซึ่งนั่นคือจุดแข็งที่พาทีมเชลซีในระบบหลัง 3 ได้ลุ้นแชมป์ถึงทุกวันนี้

ด้วยความแข็งแกร่งของสิงห์บลูที่ดูจะไม่มีใครต่อกรได้เลยในฤดูกาลนี้ ถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้คอนเต้ได้เตรียมความพร้อมของทีมสำหรับฤดูกาลหน้า เคียงคู่ไปกับการประคองทีมให้เข้าวินคว้าแชมป์ลีกได้ และถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่ คู่แข่งเริ่มที่จะชินกับระบบ 3-4-3 ของคอนเต้แล้ว มันก็จะถึงเวลาที่เขาจะควักกระดานออกมาปรับแผนอีกครั้งเพื่อที่จะได้นำหน้าทีมอื่นๆ ไปอีก 1 ก้าวเช่นเดิม