อายุเป็นเพียงตัวเลข : 7 แข้งดังพรีเมียร์ลีกที่ค้าแข้งระดับท็อปได้ยันแก่

Gary McAllister, Liverpool

ในขณะทีทั้ง ปีเตอร์ เคราช์, เจอร์เมน เดโฟ และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ต่างก็กำลังอยู่ในช่วงร้อนแรง ทำให้ในวันนี้ อเล็กซ์ เฮสส์ คอลัมนิสต์ของเราได้รวมรวบเอาเหล่าแข้งดังที่แม้จะอายุมาก แต่ก็คงเล่นในระดับท็อปได้อย่างยอดเยี่ยม จะมีใครบ้าง ติดตามได้ที่นี่  

1. เท็ดดี้ เชอร์ริ่งแฮม

ช่วงเวลา 4 ฤดูกาลของเท็ดดี้ในสีเสื้อปีศาจแดงนั้นเขาสามารถแสดงให้เห็นถีงพัฒนาในแต่ละปี และยังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จด้วย

ดาวเตะรายนี้เริ่มโด่งดังตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรกช่วงยุค 90 ทว่าช่วงพีคจริงๆ ของเขานั้นคงเป็นช่วงครึ่งหลังของอาชีพค้าแข้งที่เขากลายเป็นนักเตะคนหนึ่งที่น่าดูมากที่สุดที่อังกฤษเคยมีมาเลยก็ว่าได้ เชอร์ริ่งแฮมเป็นนักเตะสไตล์อังกฤษโดยแท้ เพราะจริงๆ แล้ว เขาเป็นนักเตะที่เล่นลูกโหม่งได้ดีมากๆ จนบางทีเขาใช้หัวได้ดีกว่าใช้เท้าเสียอีก

Teddy Sheringham

กมสุดท้ายบนเวทีพรีเมียร์ลีกของเชอร์ริ่งแฮม

ต้องยอมรับว่ากองหน้ารายนี้คือม้าแรงปลายโดยแท้ เพราะหลังจากประเดิมสนามกับมิลล์วอลล์ตั้งแต่อายุ 16 10 ปีต่อมา เขาจะได้โอกาสย้ายไปน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ตามด้วย ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และในวัย 31 กะรัต เจ้าตัวก็ได้ย้ายมาร่วมยักษ์ใหญ่ของลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเขาถูกดึงตัวมาทดแทน เอริค คันโตนา กองหน้าที่อำลาสนามไป

ช่วงเวลา 4 ฤดูกาลของเท็ดดี้ในสีเสื้อปีศาจแดงนั้นเรียกได้ว่าดีทีเดียว เพราะนอกจากเจ้าตัวจะแสดงให้เห็นถีงพัฒนาในแต่ละปีแล้ว เขายังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จด้วย ดังนั้นต้องบอกว่า เชอร์ริ่งแฮมในวันที่อายุแตะเลข 3 แล้ว ประสบความสำเร็จมากจริงๆ และในวัย 35 กะรัต เขาก็ตัดสินใจย้ายกลับมาถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลน อีกครั้ง และยังใช้ความเก๋าและประสบการณ์ทำประตูแตะเลข 2 หลักได้ทั้ง 2 ฤดูกาลที่อยู่ที่นั้น โดยจับมือกับ ร็อบบี้ คีน กองหน้ารุ่นน้องในทีมได้อย่างลงตัว

ไม่จบแค่นั้น เชอร์ริ่งแฮมยังย้ายไปค้าแข้งกับ ปอร์ทสมัธและโชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว จนทำให้เวสต์แฮมคว้าตัวเขาไปเสริมทัพ ซึ่งที่นั่นเจ้าตัวก็ยังทำผลงานได้ดีเช่นเคย ทว่าหลังจากอยู่กับขุนค้อนได้ 3 ปี เขาก็อำลาพรีเมียร์ลีก และไปร่วมทัพ โคลเชสเตอร์ ในศึกแชมเปี้ยนส์อีก 1 ฤดูกาลและแขวนสตั๊ดไปในที่สุด

2. แกรี่ แม็คอัลลิสเตอร์

นับเป็นนักเตะอีกรายที่มีเส้นทางค้าแข้งที่ค่อนข้างแตกต่างกับนักเตะทั่วๆ ไป เพราะแม็คอัลลิสเตอร์เริ่มต้นจากมาเธอร์เวลล์ตามด้วยเลสเตอร์ ซิตี้ และลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งกับทัพยูงทอง เจ้าตัวสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จเมื่อปี 1992 โดยตอนนั้นกองกลางรายนี้จับคู่กับ กอร์ดอน สตรัคคั่น ยอดแข้งชาวสก็อตต์ได้อย่างลงตัว ทว่าหลังจากปีนั้น เจ้าตัวก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ได้อีกเลย แถมยังใช้เวลาส่วนใหญ่วนเวียนอยู่กลาง-ครึ่งล่างของตารางกับโคเวนทรีด้วย ขณะที่ในนามทีมชาติ เหตุการณ์ที่ทำให้เขาถูกจดจำมากที่สุดก็คือการพลาดจุดโทษในเกมที่พบกับทีมชาติอังกฤษในศึกยูโร 1996 ซึ่งเป็นเหตุให้ทีมแพ้ไป 2-0

อย่างไรก็ตาม ในตอนที่ เชราร์ อุลลิเยร์ กุนซือลิเวอร์พูลในตอนนั้นดึงตัวแม็คอัลลิสเตอร์ในวัย 35 กะรัตเข้ามาร่วมทีมเมื่อฤดูกาลปี 2000 หลายๆ คนคิดว่าเขาจะได้รับบทบาทให้เป็นทีมงานเสียมากกว่า ทว่าสุดท้ายเจ้าตัวก็แสดงให้แฟนๆ เห็นว่าเขายังสามารถเล่นได้อยู่ แม็คอัลลิสเตอร์กลายเป็นหัวใจในแดนของทีมได้แบบสบายๆ และช่วยพาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้สำเร็จ นอกจากนั้นยังยิงประตูสุดสวยในศึกเมอร์ซีไซด์ดาร์บี้แมตช์กับเอฟเวอร์ตันด้วย

นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทต่อทีมยามอยู่นอกสนามด้วย “เวลาเราไปเล่นเกมเยือน ผมจะวิ่งไปที่รถบัสเสมอ เพราะผมอยากนั่งข้างๆ แม็คอัลลิสเตอร์ และคอยฟังคำแนะนำจากเขา” สตีเว่น เจอร์ราร์ด กองกลางระดับตำนานของหงส์แดงเคยกล่าวเอาไว้  “ทุกๆ การเดินทางมันเปรียบเสมือนบทเรียน และผมก็เป็นนักเรียนที่เคารพเขามากๆ”

Gary McAllister

แม็คอัลลิสเตอร์ช่วยทีมคว้า 3 แชมป์ในปี 2001

3. แกเร็ธ แบร์รี่

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเตะที่คล่องหรือมีความเร็ว ทว่าเขาก็มีเรื่องของความเข้าใจในเกม ความฉลาดในการเล่นมาทดแทน

นับเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ เมซุต โอซิล จอมทัพทีมชาติเยอรมัน แผลงฤทธิ์เล่นงาน แบร์รี่จนหมดสภาพในศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่เยอรมันไล่ถล่มอังกฤษไป 4-1 อย่างไรก็ตาม แบร์รี่ ก็ยังคงเล่นอยู่ในฟุตบอลระดับสูงของอังกฤษอยู่ โดยเขาย้ายออกจากแมนฯ ซิตี้ และย้ายมาร่วมทัพเอฟเวอร์ตัน ท่ามกลางคำถามที่ว่า เขาเก่งจริงหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวก็พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเขาเป็นนักเตะที่ของคนหนึ่ง เพราะไม่ว่าจะเป็นทีมไหน เขาจะสามารถสถาปนาตัวเองเป็นกำลังสำคัญในแดนกลางได้เสมอ จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เรื่องที่น่าตกใจเท่าไหร่ที่หลังจากแบร์รี่ย้ายออกจากแอสตัน วิลล่า ทัพสิงห์ผงาดก็ค่อยๆ ฟอร์มตกลงจนปัจจุบันร่วงไปอยู่ในลีกรองของอังกฤษเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ทัพเรือใบสีฟ้าเอง ในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังมานี้ พวกเขาก็มีปัญหาในแดนกลางพอสมควร ซึ่งตรงกันข้ามกับเอฟเวอร์ตันที่รับแบร์รี่ไปใช้งานต่อ เพราะอดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษรายนี้คุมแผงกลางของทีมดังแห่งเมืองลิเวอร์พูลได้ดีทีเดียว ดังนั้นต้องบอกเลยว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่แบร์รี่ผู้ที่กำลังจะอายุครบ 36 เดือนกุมภาพันธ์นี้สามารถยึดตำแหน่งตัวหลักในทีมของโรนัลด์ คูมันน์ได้.

Gareth Barry, Mesut Ozil

แบร์รี่คงลืมเฝันร้ายในฟุตบอลโลกครั้งนั้นไปแล้ว

แม้ว่าเขาจะไม่ใช่นักเตะที่คล่องหรือมีความเร็ว แถมเขาก็ไม่ได้มีอาวุธเด็ดเป็นลูกจ่ายที่จะฉีกกองหลังเป็นชิ้นๆ, ยิงประตูเป็นกอบเป็นกำ หรือแม้กระทั่งลากเลื้อย สิ่งเหล่านี้เราแทบไม่เคยเห็นจากตัวกองกลางรายนี้เลย ทว่าเขาก็มีเรื่องของความเข้าใจในเกม ความฉลาดในการเล่นมาทดแทน และยิ่งด้วยอายุและประสบการณ์ที่มากขึ้น เรียกได้ว่าเขาคือเสือเขี้ยวลากดินที่สามารถเล่นงานเหยื่อได้เสมอ แถมล่าสุด เขายังขึ้นแท่นจ่อที่จะทำสถิติลงเล่นพรีเมียร์ลีกมากที่สุดตลอดกาลแล้วโดย โดยปัจจุบันเขาตามหลัง ไรอัน กิ๊กส์ อันดับ 1 อยู่แค่ 18 นัดเท่านั้นเอง