แบงค็อกฯตามตื๊อ/ว่าที่ช้างศึกซีเกมส์ : ออสการ์ คาห์ล ลูกครึ่งแข้งเทพคนที่ 5

นักเตะเยาวชนของทีมดังแห่งลีกสวีเดน ที่ต้องผิดหวังกับการทดสอบฝีเท้าหนแรกในแดนสยาม แต่การกลับมาอีกครั้งของเขา ใช้เวลาเพียงเดือนเดียวก็มีชื่อติดทีมชาติไทย รุ่น U23 ทันที

ออสการ์ คาห์ล นักเตะลูกครึ่งไทย-สวีดิช ของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เริ่มโด่งดังหลังเป็นหนึ่งใน 23 แข้ง “ช้างศึก” รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เดินทางไปคว้าแชมป์ดูไบ คัพ ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีลุ้นติดทีมไปป้องกันแชมป์ซีเกมส์ ช่วงเดือนสิงหาคมนี้...เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าและเรื่องราวชีวิตค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งวัย 19 ปี ลูกครึ่งไทย-สวีดิช เกิดที่เมืองโซลน่า กับคุณพ่อชาวสวีเดน และคุณแม่คนไทย โดยมีน้องชายอายุ 16 ปี อีกหนึ่งคนที่เล่นฟุตบอลเหมือนกัน สำหรับ ออสการ์ เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ กับทีมดังแห่งเมืองสต็อคโฮล์มอย่าง เอไอเค กับตำแหน่งกองหน้า

เมื่อเริ่มโตขึ้น เขาถูกโค้ชคนหนึ่งขอให้เปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งปีก เพราะเห็นความเร็วอันจัดจ้าน เทคนิคที่แพรวพราวและการไปกับบอลได้ดี ซึ่งเขาก็ตอบตกลงโดยไม่มีปัญหาอะไร ก่อนที่มันจะกลายเป็นตำแหน่งที่เขาถนัดและลงเล่นมาจนถึงทุกวันนี้

สาเหตุที่เขาเลือกเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เอไอเค เพราะคุณพ่อเป็นแฟนบอลตัวยงของทีมนี้ และได้รับการสนับสนุนที่ดีจากครอบครัวเสมอ ทำให้เส้นทางบนถนนลูกหนังของเขาไปได้สวยและราบรื่น เริ่มจากติดทีม U16, U17 U19 จนถึง U21 ที่มีลีกแข่งขันกันอย่างจริงจัง ก่อนตัดสินใจเดินทางมาหาความท้าทายและทดสอบฝีเท้ากับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ปีที่ผ่านมา ออสการ์ ได้รับข้อเสนอจากหลายทีม แต่เจ้าตัวตัดสินใจที่จะมาหาความท้าทายใหม่ในประเทศอีกครึ่งสายเลือดของเขา ด้วยการทดสอบฝีเท้ากับทีม “แข้งเทพ” ก่อนเป็นอันดับแรก

การทดสอบฝีเท้าของเขาเป็นไปอย่างราบรื่น จนถึงขั้นตอนที่จะตกลงเซ็นสัญญา ทว่าทางต้นสังกัดของเขาไม่พอใจกับข้อเสนอที่รองแชมป์ไทยลีกปีก่อนยื่นให้ จนไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ เป็นเหตุให้ ออสการ์ ต้องเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดอีกครั้ง พร้อมกับสัญญาที่จะหมดลงในช่วงกลางปี 2017

ในที่สุด เขาก็ได้กลับมายังประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อเซ็นสัญญากับ แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ไม่รอจนถึงต้นปี 2017 ให้เขาย้ายทีมได้ตามกฎบอสแมน ด้วยการยื่นข้อเสนอที่ เอไอเค ปฎิเสธไม่ลง ยอมปล่อยให้แข้งลูกครึ่งรายนี้ ได้มาค้าแข้งในแดนสยามสมใจปรารถนา และต้องพาเผชิญโชคตามลำพังโดยไม่มีครอบครัวมาด้วย

แม้ยังไม่ทันลงสนามรับใช้ยอดทีมแห่งเมืองหลวง แต่เขาก็ได้โอกาสรับใช้ชาติทันที หลังเซ็นสัญญาได้เพียงเดือนเดียว เมื่อ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ กุนซือทีมชาติไทยรุ่น U23 ทำการเรียกตัวเขาไปติดทีมแทนที่ของ มนตรี พรหมสวัสดิ์ ที่มีอาการบาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกไป โดยที่ตัวเขาเองยังยอมรับว่าโอกาสมาเร็วเกินกว่าที่คิดเอาไว้มาก

ออสการ์ ได้ลงประเดิมสนามในเกมอุ่นเครื่องกับ พีทีที ระยอง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แม้ทัพ “ช้างศึก” U23 จะเป็นฝ่ายพ่ายไป 0-3 แต่ “โค้ชโย่ง” ก็ออกปากชมว่าเขาทำผลงานได้อย่างประทับใจ ก่อนที่จะมีชื่อเป็น 1  ใน 23 ขุนพล ลุยศึกดูไบ คัพ เมื่อวันที่ 20-28 มีนาคม 2560 ลงสนามเป็นตัวจริง 1 นัด และตัวสำรองอีก 1 ครั้ง ช่วยทีมคว้าแชมป์กลับบ้านได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

จุดแข็ง

ด้วยความที่เป็นลูกครึ่ง ทำให้เข้ามีพละกำลัง และสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งเหมือนกับชาวยุโรป อีกทั้งยังมีความเร็วอันจัดจ้าน และความสามารถเฉพาะตัวที่แพรวพราว ด้วยวัยเพียง 19 ปี ในตอนนี้ ยังมีช่องว่างให้พัฒนาขึ้นมากกว่านี้อย่างแน่นอน

จุดอ่อน

การครอสบอล, ผ่านบอล และยิงประตู คือสิ่งที่เขายอมรับว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่ก็ยืนยันว่ากำลังมุ่งมันฝึกซ้อมอย่างหนัก เพื่อพัฒนาข้อด้อยต่างๆเหล่านี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

รู้หรือไม่?

รอยสักห้าแถวบริเวณด้านล่างต้นคอ เขาตัดสินใจทำมันตั้งแต่อายุ 16 ปี ตอนเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดกับครอบครัวที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเชื่อว่ามันเป็นเหมือนกับสิ่งที่นำพาโชคดีมาสู่ตัวเขา นอกจากนี้เขายังได้รับอิทธิพลเรื่องการนับถือศาสนาพุทธมาจากคุณแม่อยู่บ้าง และบ่อยครั้งที่เขามักจะเข้าวัดเพื่อสวดมนต์ไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ

โปรดติดตามตอนต่อไป...

แม้จะยังไม่ได้ลงประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ แบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ ออสการ์ ก็หวังว่าเขาจะได้รับโอกาสลงเล่นในรายการฟุตบอลถ้วย หรือแค่เป็นตัวสำรองลงสนามในช่วง 10-15 นาทีสุดท้าย ก็เพียงพอแล้วสำหรับแข้งวัย 19 ปี อย่างเขา กับหนึ่งในสโมสรยักษ์ใหญ่ของประเทศ และไม่แน่ใจ อาจได้เห็นเขาเป็น 23 ขุนพลทีมชาติไทย ชุดลุยศึกซีเกมส์ ในเดือนสิงหาคมนี้ ก็เป็นได้