แจ้งเกิดช้า (แต่ยังทัน) : เมื่อ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กลายเป็นความหวังใหม่ของ อาร์เซนอล

Alex Oxlade-Chamberlain

FFT จะมาวิเคราะห์พัฒนาการของ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่กำลังมีซีซั่นที่ดีที่สุดในชีวิต พร้อมอนาคตหลังจากนี้… 

ต้องยอมรับตามตรงว่า นี่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของ อาร์เซนอล เท่าไร โดยตอนนี้ “ปืนใหญ่” อยู่เพียงอันดับ 7 ของตาราง หลังผ่านไป 31 เกม ซึ่งนั่นทำให้ อาร์แซน เวนเกอร์ มีโอกาสที่จะพาทีมหลุดท็อปโฟร์เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี

โดยนับตั้งแต่ เวนเกอร์ ย้ายมาจาก ญี่ปุ่น กุนซือชาวฝรั่งเศส ไม่เคยพาทีมอดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แม้แต่ครั้งเดียว

ตอนนี้ ทีมดังแห่งลอนดอน กำลังมีความหวังเล็กๆจากผลงานของดาวเตะชื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

อีกทั้งสถานการณ์ในทีมก็มีแต่เรื่องน่าปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นสัญญาของ เวนเกอร์ ที่แฟนบอลบางส่วนอยากให้ต่อ ขณะที่อีกหลายคนก็อยากให้ไปจากสโมสรเสียที หรือจะเป็นเรื่องของ เมซุต โอซิล และ อเล็กซิส ซานเชส ที่มีข่าวไม่พอใจผลงานของทีมอยู่เป็นระยะๆ และอื่นๆอีกมากมาย

อย่างไรก็ตาม สงครามยังไม่จบ ก็อย่าเพิ่งนับศพทหาร และตอนนี้ ทีมดังแห่งลอนดอน กำลังมีความหวังเล็กๆจากผลงานของดาวเตะชื่อ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน

ซึ่ง ปีกวัย 23 ปี อาจจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ซีซั่นที่เหลือของ อาร์เซนอล กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเฉพาะกับ เกมรอบชิงฯ เอฟเอ คัพ ในเร็ววันนี้

Oxlade-Chamberlain

แฟนๆพอใจกับพัฒนาการของ แชมเบอร์เลน

โดยนับตั้งแต่ย้ายมาจาก เซาแธมป์ตัน ในปี 2011 ด้วยค่าตัวถึง 12 ล้านปอนด์นั้น มีเพียงปีแรกปีเดียวที่ แชมเบอร์เลน ทำผลงานได้ดี ทั้งๆที่ตอนนั้นเขาเพิ่งอายุ 18 ปี

ในปีดังกล่าว “ปืนใหญ่” ปล่อยทั้ง เชส ฟาเบรกาส และ ซาเมียร์ นาสรี่ ออกไป แต่ว่า อดีตดาวรุ่งจากค่าย “นักบุญ” ก็สร้างความประทับใจและเล่นทดแทนรุ่นพี่ได้อย่างไม่ขัดเขิน พร้อมกับทำให้หลายคนมั่นใจว่า “ไอ้หนูอ็อกซ์” จะต้องมีอนาคตที่สดใสรออยู่อย่างแน่นอน…

บริติชคอนเนคชั่น

ช่วงก่อนหน้านี้ เวนเกอร์ พยายามสร้างทีมดาวรุ่งท้องถิ่นขึ้นมาบ้าง โดยในปี 2012 ขงเบ้งเลือดน้ำหอม ตัดสินใจจับนักเตะอย่าง คาร์ล เจนกินสัน, แอรอน แรมซี่ย์, แจ็ค วิลเชียร์, คีแรน กิ๊บบ์ส และ แชมเบอร์เลน ต่อสัญญาระยะยาว

โดย เวนเกอร์ หวังว่า “กลุ่มแข้งบริติช” เหล่านี้จะเป็นอนาคตของทีมในยุคใหม่อีกหลายปี ทว่า คำตอบก็เป็นอย่างที่เรารู้กัน

Jack Wilshere

วิลเชียร์ ไปไม่สุดสักที

แต่อย่างน้อย 1 ใน 5 คนนั้นก็มี แชมเบอร์เลน ที่ดูจะมีโอกาสก้าวหน้ากับสโมสรได้ ยิ่งล่าสุด ลูกชายของอดีตดาวเตะทีมชาติอังกฤษนามมาร์ค แชมเบอร์เลน เพิ่งได้รางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกม รอบรองฯ เอฟเอ คัพ กับ แมนฯ ซิตี้ จากการเล่นตำแหน่ง วิงแบ็ค อันไม่ใช่ของถนัดของเขาอีกด้วย

แน่นอนว่า ไม่มีใครการันตีว่า “อ็อกซ์เลด” จะไปได้สวย เพราะลองมาดูคนที่ดังมาก่อนอย่าง วิลเชียร์ ในตอนนี้สิ เช่นเดียวกับ กิ๊บบ์ส หรือ เจนกินสัน ที่ดูยังไงก็ไม่เรียกว่าเป็น กองหลังที่เก่งได้แม้แต่น้อย และดูท่าว่าจะต้องย้ายทีมในเร็ววัน

ขณะที่ แรมซีย์ นั้น มีซีซั่นที่ยากลำบาก หลังจากประสบอาการบาดเจ็บมาตลอด และทำท่าว่าจะไปได้ไม่ไกลกว่านี้แล้ว

ทำให้ความหวังทั้งหมดต้องมาอยู่ที่ แชมเบอร์เลน ซึ่งที่จริงนั้น ดาวเตะวัย 23 ปี จัดว่ามีเป็นนักเตะพรสวรรค์ โดย แชมเบอร์เลน มีความเร็วสูง ทั้งๆที่มีรูปร่างใหญ่และแข็งแกร่ง ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาของเขาคือ เรื่องของการทำจังหวะสุดท้ายให้ออกมาดีให้ได้มากกว่า

แชมเบอร์เลน ดูเป็นคนที่มีปัญหาในเรื่องของ ความมั่นใจและการตัดสินใจ พอสมควร

แชมเบอร์เลน ดูเป็นคนที่มีปัญหาในเรื่องของ ความมั่นใจและการตัดสินใจ พอสมควร โดยก่อนหน้านี้ อดีตดาวรุ่งเซาแธมป์ตัน เคยทำผลงานได้ดีในเกม ยูซีแอล รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อซีซั่น 2014/15 มาแล้ว ซึ่งเกมนั้น คือ เกมที่ อาร์เซนอล พ่ายคาบ้านต่อ โมนาโก 1-3 ใน เลคแรก

โดยวันนั้น “อ็อกซ์เลด” เป็นคนยิงประตูตีไข่แตกสุดสวย 1-2 ในนาทีสุดท้าย พร้อมกับจุดความหวังให้ทีมไปลุ้นต่อในนัดที่ 2 ทว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมา แชมเบอร์เลน คนเดิมกลับทำเสียบอลตรงกลางสนาม จนส่งผลให้ทีมเสียประตูที่ 3 และพ่ายไป 1-3 จนทำให้โอกาสเข้ารอบยิ่งยากขึ้นไปอีก

และท้ายที่สุด อาร์เซนอล บุกไปชนะเกมเลคสองได้ 2-0 แต่ต้องตกรอบด้วยกฎประตูทีมเยือนอย่างน่าเจ็บใจ ซึ่งหาก ปีกร่างตัน ไม่พลาดในวันนั้น “ปืนใหญ่” ก็อาจจะเข้ารอบไปแล้ว

อีกเรื่องที่ต้องคิดก่อนคือ แชมเบอร์เลน ถูกจับไปเล่นหลากหลายตำแหน่งมากมาย ทว่าเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า เขาเล่นตรงไหนได้ดีที่สุด เพราะที่ผ่านมา มันก็มีทั้งฟอร์มดีและแย่สลับกันไป

แต่ตอนนี้เหมือนว่า เวนเกอร์ จะเจอตำแหน่งที่ใช่ของ “อ็อกซ์เลด” แล้ว โดยหลังจากเปลี่ยนมาเล่นแผนกองหลังสามคน แชมเบอร์เลน ถูกเลือกให้ลงเล่นก่อน เฮคเตอร์ เบลเลริน ที่ฟอร์มดร็อปลงไป ซึ่งเขาก็ไม่ทำให้ เวนเกอร์ ผิดหวัง เมื่อ อดีตแข้งดาวรุ่ง 12 ล้านปอนด์มาฉายแสงสุดๆในเกมกับ ซิตี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

Oxlade-Chamberlain

เลี้ยงผ่านจน ยาย่า ตูเร่ ล้มลง

โดยเกมนั้น “เจ้าอ็อกซ์” ทำได้ดีทั้งเกมรุกและเกมรับ พร้อมเป็นคนเปิดแอสซิสต์ให้ นาโช่ มอนเรอัล ยิงตีเสมอแบบสุดสวย พร้อมกับได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเกมไปอย่างน่าปรบมือ

จากวันนี้..

ซีซั่นนี้ แชมเบอร์เลน มีพัฒนาการในหลายเรื่องอย่างมาก โดยเฉพาะจังหวะสุดท้ายและพื้นที่สุดท้ายที่ทำให้เขามีส่วนร่วมในหลายประตู ไม่ว่าจะเป็นสกอร์หรือแอสซิสต์

โดยถึงตรงนี้ “อ็อกซ์เลด” ยิงไปแล้ว 6 ลูก ซึ่งถือเป็นสถิติที่มากที่สุดตั้งแต่เขาย้ายมาสู่ถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และในฤดูกาลนี้ แชมเบอร์เลน มีโอกาสปรับตำแหน่งมาเล่น มิดฟิลด์ตัวกลาง ในช่วงที่เหล่า กองกลาง บาดเจ็บ ซึ่งถือว่า อดีตดาวรุ่งนักบุญ สอบผ่านสบายๆ

Alexis Sanchez

อเล็กซิส ไม่ใช่คนเดียวที่ทีมต้องรีบต่อสัญญา

เพราะฉะนั้น พอจะสรุปได้ว่า แชมเบอร์เลน มีซีซั่นที่ดีที่สุดในชีวิต และด้วยสัญญาที่เหลือเพียงหนึ่งปี ทำให้สโมสรต้องรีบต่อสัญญาไม่ต่างจากเคสของ โอซิล และ อเล็กซิส

มิฉะนั้นแล้ว การลงทุนและฟูมฟักตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของ อาร์เซนอล และ เวนเกอร์ ก็อาจจะสูญเปล่า ซึ่งหลังจากนี้ คือ เวลาที่ “ปืนใหญ่” ต้องเก็บเกี่ยวจากเขาให้ได้มากที่สุด

“ผมอยากให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของ อาร์เซนอล ไปอีก 10 ปี” เวนเกอร์ เปิดใจก่อนเกมเมื่อวันอาทิตย์ถึง “อ็อกซ์เลด” ผู้มีข่าวกับ ลิเวอร์พูล อยู่ร่ำมา

แต่จะได้อยู่อีกปีเดียว, 5 ปี หรือเกิน 10 ปีขึ้นไป คำตอบทุกอย่างจะชัดเจนขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ติดตามตอนต่อไป…