แฟรงค์ เคสซี : เป้าหมายอาร์เซนอลผู้ใฝ่ฝันอยากสวมเสื้อ”ปีศาจแดง”

ครั้งหนึ่ง อารแซน เวงเกอร์ เคยพลาดเซ็นสัญญากับ ยาย่า ตูเร่ กองกลางตัวเก่งชาวไอวอรี โคสต์สมัยที่ยังเป็นดาวรุ่งอยู่ ทว่าครั้งนี้ เขาคงไม่ยอมพลาดเป็นครั้งที่ 2 อย่างแน่นอน... 

เรื่องเล่า 60 วินาที

ประวัติส่วนตัว

  • วันเกิด : 19 ธันวาคม 1996
  • สถานที่เกิด : ไอวอรี โคสต์
  • ส่วนสูง : 6 ฟุต
  • ตำแหน่ง : กองกลาง
  • สโมสรปัจจุบัน : อตาลันต้า (ลง 6 ยิง 4)
  • ติดทีมชาติ : ไอวอรี โคสต์ 4 นัด 

หากวันไหนคุณสามารถโชว์ฟอร์มเก่งของคุณออกมาได้สัก 2-3 นัดติดต่อกัน คุณจะได้ฉายา “นิว…” ทันที ซึ่งบางครั้งสิ่งที่มีผลต่อการเป็นซุเปอร์สตาร์คนต่อไปของคุณก็มาจากเชื้อชาติของคุณนั่นเอง

ดังเช่นมิดฟิลด์ของอตาลันต้ารายนี้ แฟรงค์ เคสซี ครั้งหนึ่งถูกยกให้เป็น “นิวยาย่า ตูเร่” (จนถึงตอนนี้ เขาอาจจะถูกยกให้เป็นสตาร์คนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วย) เคสซีโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจจนติดทีมชาติไอวอรี โคสต์ไปแล้วทั้งสิ้น 5 นัด

เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า เซาธ์แฮมป์ตัน, โมนาโก และ ชาลเก้ ต่างก็ให้ความสนใจในตัวกองกลางวัย 19 ปีรายนี้  ทว่าเป็นซันเดอร์แลนด์ที่ดูเหมือนจะเข้าใกล้ความจริงที่สุดก่อนที่ดีลจะล่มเนื่องจากเจ้าตัวไม่ได้รับใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ อย่างไรก็ตามสำหรับฤดูกาลใหม่นี้ เคสซีก็ออกสตาร์ทได้ดีทีเดียวกับทีมดังในอิตาลี  โดยเขาทำไปแล้ว 4 ประตูจากการลงสนาม 6 นัด ทำให้เขากลายเป็นเป้าหมายของหลายๆ ทีมในยุโรปอีกครั้ง

เหตุผลที่คุณควรรู้จัก

เคสซีติดทีมชาติไอวอรี่ โคสต์อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมทัพอตาลันต้า โดยได้ประเดิมติดธงครั้งแล้วตั้งแต่อายุ 17 ปีเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ไม่เลวเลยสำหรับดาวรุ่งแบบเขาที่ยังค้าแข้งอยู่กับสโมสรในประเทศ อย่างไรก็ตามด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมมากๆ ในศึกฟุตบอลโลก ยู-17 ปี 2013 ที่เขาสวมปลอกแขนกัปตันทัพ “ช้างดำ” พาทีมผ่านเข้าไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

เคสซีย้ายมาร่วมทัพอตาลันต้าแบบยืมตัวในตอนแรก ก่อนที่อีก 6 เดือนต่อมา เขาก็จะย้ายมาอยู่แบบถาวร และถูกปล่อยให้เซเซน่าในเซเรีย บี ยืมตัวไป ซึ่งที่นั้น กองกลางรายนี้ได้โอกาสทำงานภายใต้การคุมทีมของ มัสซิโม ดราโก ผู้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการปลุกปั้นดาวรุ่ง เคสซีเริ่มแรกด้วยการเป็นกองหลังแต่เนื่องจากเจ้าตัวเป็นคนใจเย็น และเล่นกับบอลได้ดี ทำให้ดราโกตัดสินใจจับเขาขึ้นมายืนสูงขึ้นเป็นกลองกลางตัวตัดเกม ซึ่งผลออกมาก็อย่างที่เห็นๆ กัน เคสซีทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในตำแหน่งใหม่ของเขา โดยได้โอกาสลงสนามไปแล้ว 37 นัด ทำได้ 4 ประตูและ 2 แอสซิสต์

ต้องบอกว่าช่วงเวลา 1 ปีในเซเรีย บีของเคสซีนั้นคุ้มค่ามากๆ เพราะในวันที่เขากลับมาต้นสังกัดเดิมนั้น เขาก็ได้รับโอกาสให้เป็น 11 ตัวจริงทันที และในช่วงปรีซีซั่น จาน เปียโร นายใหญ่ของทีมก็ถึงกับให้สัมภาษณ์ว่า “เขาเป็นเด็กหนุ่มเพิ่งผ่านปีที่สำคัญมากๆ มา ซึ่งหลังจากที่เขากลับมาร่วมทีมกับเรา ผมก็เห็นถึงคุณภาพในตัวของเขาทันที”

นอกจากผลงาน 4 ประตู และ 2 แอสซิสต์แล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่น่าประทับใจมากๆ ก็คือการที่เขาสามารถปรับตัวเข้ากับตำแหน่งใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยที่อตาลันต้านั้น พวกเขาเล่นในระบบ 3-4-3 ตามที่กุนซือถนัด ทำให้เคสซีต้องรับบทเป็นกองกลางประเภทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ซึ่งมันส่งผลให้เขาได้ใช้ร่างกายที่สูงใหญ่และเทคนิคอันยอดเยี่ยมของเขาได้อย่างเต็มที่

ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เขาถูกนำไปเปรียบเทียบกับยาย่า ตูเร่ ซึ่งแม้ว่ามันอาจจะยังไม่มีอะไรมาการันตีว่า เขาจะเป็นอย่างกองกลางรุ่นพี่ได้จริงๆ แต่ต้องยอมรับว่า หากวัดกันที่ช่วงอายุเดียวกัน เคสซีนั้นดูจะแซงหน้าตูเร่ไปแล้วด้วยซ้ำ โดยย้อนกลับไปเมื่อสมัยยาย่า ตูเร่วัย 19 ปี เขายังคงค้าแข้งอยู่ในเบลเยี่ยมกับสโมสร เบเวเรน ก่อนที่ถึงจะย้ายมาโมนาโกอีก 4 ปีถัดมา ซึ่งระหว่างนัด เขามีโอกาสย้ายเข้ารังอาร์เซนอลด้วย ทว่าดีลก็ล่มไปในที่สุด

ส่วนเคสซีนั้น ตอนนี้เขาตกเป็นเป้าหมายของ อาร์เซนอล, แมนฯ ซิตี้, ยูเวสตุส และนาโปลีเสียแล้วในตอนนี้

จุดแข็ง

แม้วาจะมีรูปร่างที่ใหญ่ แต่เจ้าตัวก็เล่นได้หลากหลายพอสมควร

แม้วาจะมีรูปร่างที่ใหญ่ แต่เจ้าตัวก็เล่นได้หลากหลายพอสมควร โดยในฐานะกองหลัง เคสซีมีจุดเด่นในเรื่องของการประกบคู่แข่ง อีกทั้งยังสามารถใช้ความแข็งแกร่งในการเก็บบอลอีกด้วย ส่วนในฐานะกองกลาง เขาเป็นนักเตะที่ยืนตำแหน่งได้ดี และสามารถเปิดเกมรุกให้กับทีมได้ แถมเขายังเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์ก่อนที่คู่แข่งจะพาบอลไปถึงแบ็คโฟร์ด้วย

สำหรับการเล่นเป็นกองกลางประเภทบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ เคสซีนั้นเล่นราวกับเป็นอีกคนไปเลย เพราะด้วยความเร็ว ความอึด พละกำลัง และเทคนิคของเขานั้น มันทำให้เขาเชื่อมเกมรุกและเกมรับของทีมได้ดีมากๆ

แข้งชาวไอวอรี่ โคสต์รายนี้เป็นคนที่จ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายได้ดีมากๆ โดยเขาจะรอจังหวะที่เหมาะสมและผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมอย่างแม่นยำ แถมเขายังเป็นนักเตะที่เคลื่อนที่บริเวณกรอบเขตโทษได้ดีทีเดียว ซึ่งมันจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำประตูได้เอยู่เรื่อยๆ

จุดอ่อน

เมื่ออาทิตย์ก่อนที่พบกับโครโตเน เคสซีก็พลาดไปเข้าหนักและเข้าช้าใส่คู่แข่ง จนทำให้ตัวเองถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไป ซึ่งนี่คือสัญญาณว่าเขาอาจจะต้องปรับในเรื่องของการควบคุมอารมณ์

ในเกมที่อตาลันต้าเอาชนะโตริโนไปได้ 2-1 เมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ในขณะที่อัลเเบร์โต ปาลอสคี่ กำลังจะสังหารจุดโทษ เคสซีก็เดินเข้ามาและแย่งบอลไปยิงเองดื้อๆ ซึ่งแม้ว่าเขาจะยิงเข้าไป แต่มันทำให้ผู้จัดการทีมโกรธเอามากๆ

“เขาไม่ควรทำแบบนั้น” แกสเปรินีกล่าว “เรามีการจัดลำดับไว้แล้วว่าใครจะเป็นคนยิง และตอนนั้นคนยิงควรจะเป็นปาลอสชีหรือ อเลฮันโดร โกเมซ เท่านั้น”

“เขาได้ทำในสิ่งที่เขาไม่มีสิทธิ์ เพื่อนร่วมทีมของเขาก็เตือนเขาแล้วด้วยว่าอย่าเข้าไปยุ่ง แต่เขาก็ไม่ฟัง ซึ่งเรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง ในทีมใหญ่ๆ เขาไม่ได้ทำกันแบบนี้ ถ้าหากเคสซีอยากเป็นยอดนักเตะในอนาคต เขาจะต้องทำตามสิ่งเหล่านี้ให้ได้”

นอกจากนั้น เมื่ออาทิตย์ก่อนที่พบกับโครโตเน เคสซีก็พลาดไปเข้าหนักและเข้าช้าใส่คู่แข่ง จนทำให้ตัวเองถูกใบแดงไล่ออกจากสนามไป ซึ่งนี่คือสัญญาณว่าเขาอาจจะต้องปรับในเรื่องของการควบคุมอารมณ์

แน่นอนว่าในวัย 19 ปี เขายังคงเป็นเพชรที่ต้องถูกเจียระไนอีกหลายครั้ง ซึ่งถ้าหากเขายังคงฟอร์มการเล่นแบบนี้ไว้ได้ เขาจะต้องกล่าวขึ้นไปเป็นเพชรเม็ดงามแห่งวงการได้อย่างแน่นอน

รู้หรือไม่?

จริงๆ แล้วเคสซีเกือบจะได้เซ็นสัญญากับยูเวนตุสตั้งแต่เมื่อปี 2013 “หลังจากศึกฟุตบอลโลก ยู-17 ยูเวนตุสต้องการตัวผม แต่ตอนนั้น ผมดูเอซี มิลาน เล่นและตกหลุมรักทันที ผมชอบอังเดร เชฟเชงโก้มากๆ” กองกลางรายนี้ให้สัมภาษณ์สื่อในอิตาลี

อย่างไรก็ตาม เขาเองก็ฝันว่าอยากเล่นให้แมนฯ ยูสักครั้งในชีวิต “ผมอยากเล่นให้แมนฯ ยูสักครั้ง ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นโชเซ่ มูรินโญจะยังอยู่หรือไม่ แต่บอกเลยว่าพวกเขาคือทีมโปรดของผม”

อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

สำหรับตอนนี้ เคสซีคงจะยังมีความสุขดีในทัพอตาลันต้า แต่ว่าด้วยความที่บรรดาบิ๊กทีมในยุโรปต่างค่อยๆ ให้ความสนใจในตัวเขามากขึ้น ทำให้อีกไม่นานเจ้าตัวก็คงต้องคิดถึงเรื่องการย้ายทีม

“เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ผมเกือบได้ย้ายไปอยู่กับซันเดอร์แลนด์แล้ว แต่แล้วผมก็เลือกอยู่เซเรีย อาต่อไป เนื่องจากที่นี่ผมได้เรียนรู้แทคติคหลายๆ แบบ ผมหวังว่าผมจะได้ย้ายไปเล่นที่อังกฤษในอนาคต แต่คงไม่ใช่สำหรับตอนนี้” เคสซีกล่าว “สิ่งที่ผมสนใจมากที่สุดในตอนนี้คือ หลายๆ อย่างที่ผมจะได้เรียนรู้จาก กาสเปรินี”

“ผมคิดว่าผมต้องพัฒนาเรื่องความเข้าใจในแทคติคให้มากขึ้น” เจ้าตัวกล่าว “ผมมาที่อิตาลีเพราะเรื่องนี้ ผมคิดว่าที่นี่คือลีกที่ดีที่สุดในแง่ของแทคติค ดาวรุ่งหลายๆ คนได้เรียนรู้หลายๆ อย่างจากที่นี่ โดยเฉพาะการทีไ่ด้เล่นเป็นตัวรับ”

ยิ่งไปกว่านั้น จอร์จ อตันกาน่ายังเปิดเผยว่า อาร์เซนอลได้ส่งแมวมองมาซุ่มดูฟอร์มของเจ้าตัวบ้างแล้ว แต่หากทีมปืนใหญ่ต้องการตัวนักเตะในความดูแลของเขา ก็ต้องแย่งชิงกับทีม อื่นๆ ด้วย

“อาร์เซนอลมาที่นี่เพื่อดูฟอร์มของเขา พวกเขาเป็นทีมที่ดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า ยังมีอีกหลายๆ ทีมที่สนใจ ดังนั้นไม่ได้แค่พวกเขาทีมเดียวที่เคสซีสามารถไปได้”

ทัพปืนใหญ่อาจจะเคยพลาดตัวยาย่า ตูเร่ไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่สำหรับครั้งนี้ พวกเขามีโอกาสจะได้ตัวกองกลางชาวไอวอรี่ โคสต์อีกครั้ง ซึ่งพวกเขาคงไม่อยากให้มันซ้ำรอบเมื่อหลายปีก่อนอย่างแน่นอน