Analysis

แก่แล้วขอกลับบ้าน : 11 แข้งที่ย้ายไปดังที่อื่น แต่สุดท้ายกลับมาแขวนสตั๊ดทีมเก่า

โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จาก เฟเยนูร์ด ทีมที่ปั้นเขามาถึง 13 ปี เพื่อสร้างชื่อในฐานะนักเตะที่มีเท้าซ้ายเฉียบขาดที่สุดคนหนึ่่งในโลกลูกหนัง ... ตอนนี้การเดินทางค้าแข้งทั่วยุโรปของเขาจบลงเเล้ว เขากำลังจะกลับมาเล่นให้กับทีมบ้านเกิดอีกครั้งในวัย 34 ปี  ยังมีนักเตะชื่อก้องโลกคนไหนอีกบ้างที่เก่งแค่ไหนสุดท้ายก็ขอกลับมาตายรังที่บ้านเกิด...ติดตามได้ที่นี่ 

We are part of The Trust Project What is it?

นี่คือ 10 นักเตะที่กลับสู่บ้านหลังเก่าในช่วงบั้นปลาย และแขวนสตั๊ดกับทีมรัก และหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ บางทีชื่อของผู้เล่นอย่าง เวย์น รูนี่ย์ (เอฟเวอร์ตัน), เฟร์นานโด ตอร์เรส (แอต.มาดริด), เคราร์ด ปีเก้ (บาร์เซโลน่า), ฮวน เซบาสเตียน เวรอน (เอสตูเดียนเตส), ราฟาเอล มาร์เกซ (แอตลาส), โรเก้ ซานตา ครูซ (โอลิมเปีย อาซุนซิโอน) และ โทมัส โรซิชกี้ (สปาร์ต้า ปราก) เตรียมอยู่ในลิสต์นี้ด้วยเช่นกัน

1) แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ (เดนมาร์ก / บรอนด์บี้)

ยุคแรก : 2004-2006 / ยุคอำลา : 2014-2016

เซนเตอร์แบ็กเท้าหนักชาวเดนมาร์ก (แต่กระดูกเปราะ) เป็นที่จดจำของแฟนบอลในฐานะขุนพล "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ตลอด 7 ปีครึ่งในรั้วแอนฟิลด์ แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ ถือเป็นขวัญใจแฟนบอลคนหนึ่ง

ทว่า จุดกำเนิดจริงๆ ของแอ็กเกอร์อยู่ที่ บรอนด์บี้ สโมสรใหญ่ในบ้านเกิด ที่นั่น โดยเพาะบ่มศาสตร์ลูกหนังในทีมเยาวชน ตั้งแต่ปี 1996 ก่อนเซ็นสัญญาอาชีพในปี 2004 และเพียง 2 ฤดูกาลครึ่ง ผลงานของแอ็กเกอร์เข้าตา ราฟา เบนิเตซ แอนด์ โค อย่างจัง จนต้องคว้าไปร่วมทีม ด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์

แดเนี่ยล แอ็กเกอร์ แขวนสตั๊ดในบ้านเกิด แบบเร็วเกินคาดคิด

หลังพลาดช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2013-14 ในวัย 30 ปี แอ็กเกอร์ยืนยัน ต้องการย้ายกลับบรอนด์บี้ แม้ได้รับข้อเสนอจากหลายสโมสรทั่วยุโรป มันเป็นฉากจบที่ไม่สวยเท่าไหร่ เมื่อเขาเผยความรู้สึกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในตอนนั้น ไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวเขาอย่างที่ควร

อย่างไรก็ดี หลังกลับมาเล่นให้บรอนด์บี้เพียง 2 ฤดูกาล แอ็กเกอร์ประกาศแขวนสตั๊ดด้วยวัยเพียง 31 ปี แน่นอน มันเป็นเรื่องช็อกสำหรับแฟนบอล

"ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุน มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม มันเศร้านะ แต่มันถูกต้องแล้วที่ตัดสินใจหยุด ผมภูมิใจในอาชีพของตัวเอง" โพสต์อำลาของแอ็กเกอร์ พร้อมรูปเสื้อทีมชาติเดนมาร์ก, ลิเวอร์พูล และบรอนด์บี้ 3 ทีมที่เขาลงเล่นตลอดเส้นทางค้าแข้ง

ภาพในทวีตเตอร์อำลาสนามของแอ็กเกอร์

(ขอบคุณภาพจากทวีตเตอร์ https://twitter.com/danielagger/status/740837967300792320)

2) อังเดร เชฟเชนโก้ (ยูเครน / ดินาโม เคียฟ)

ยุคแรก : 1994-1999 / ยุคอำลา : 2009-2012

ตำนานดาวยิงที่ดีที่สุดของยูเครน สร้างชื่อขจรทั่วภาคพื้นยุโรป สมัยล่าตาข่ายให้ เอซี มิลาน นั่นเป็นช่วงพีคที่สุดของ อังเดร เชฟเชนโก้ อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเขาผงาดคว้าบัลลง ดอร์ ในปี 2004

"เชว่า" ถือกำเนิดจากทีมเยาวชนของดินาโม เคียฟ ระหว่างปี 1986-1993 ก่อนเซ็นสัญญาอาชีพและเล่นให้ทีมชุดใหญ่ร่วม 5 ปีเต็ม และนำทีมคว้าแชมป์ลีก 5 สมัยซ้อน

ไม่เพียงเท่านั้น ศูนย์หน้ายูเครนสร้างชื่อสนั่นในวทียุโรปจากผลงานในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขาระเบิดแฮตทริกใส่บาร์เซโลน่า และสังหารดับเรอัล มาดริด สำเร็จ โดยเฉพาะฤดูกาล 1998-99 เชฟเชนโก้คว้าดาวซัลโวสูงสุดของรายการ และนำดินาโม เคียฟ เข้าถึงรอบตัดเชือก

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม ทำให้มิลานยอมจ่ายเงินมหาศาลเพื่อคว้าไปร่วมทีม เช่นเดียวกับ เชลซี ในยุค "เสี่ยหมี" และหวนกลับสู่มิลานอีกครั้ง หลังล้มเหลวในเมืองผู้ดี

ร่วมทศวรรษที่จากบ้านเกิด เชฟเชนโก้กลับมาดินาโม เคียฟ อีกครั้งในฤดูกาล 2009-10 ด้วยวัย 33 ปี และลงเล่นอีก 3 ซีซั่น ก่อนอำลาสนามกับบ้านหลังเก่าหลังจบยูโร 2012 พร้อมกับกลายเป็นผู้เล่นยูเครนที่ยิงประตูมากที่สุดในประวัติศาสตร์ (374 ลูก)

อังเดร เชฟเชนโก้ ตำนานดาวยิงของทีมชาติยูเครนและดินาโม เคียฟ

Pages