แค่ครั้งเดียวก็ดีถมไป : 10 นักเตะที่ได้ติดทีมชาติแบบสุดมึนงง (และก็หายไปแบบงงๆ)

การติดทีมชาติถือเป็นเกียรติประวัติของนักฟุตบอลอาชีพ มันเป็นเรื่องรางวัลตอบแทนผลงานที่ดีกับสโมสร ซึ่งเมื่อมีการติดทีมครั้งแรกแล้วส่วนใหญ่ก็จะมีครั้งที่สอง , สาม หรือสี่ ตามมา โดยบางคนได้ติดทีมชาติถึงหลักร้อยนัดด้วยซ้ำ 

แต่มันก็มีบางคนที่ได้โอกาสนั้นแล้วกลับไม่ได้ไปอยู่ในจุดเดิมอีกต่อไป ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย อย่างเช่นนักเตะในโผต่อไปนี้ ที่ได้โอกาสติดทีมชาติแค่นัดเดียว แล้วก็หลุดจากสารบบทีมชาติทันที

โจอี้ บาร์ตัน  (อังกฤษ)

“ผมคือกองกลางที่เก่งที่สุดของประเทศ เรื่องความเป็นมืออาชีพผมไม่เป็นรองใคร ดูแลร่างกายตัวเองดีมาก สิ่งที่ผมทำเป็นประจำคือตื่นมาวิ่งตอนเช้า เพื่อรักษาความฟิตของตัวเอง” โจอี้ บาร์ตัน เคยกล่าวเชิงตัดพ้อ หลังจากที่แทบไม่ได้รับการเหลียวแลจากบรรดากุนซือทีมชาติอังกฤษ

แม้ว่าตำแหน่งของ บาร์ตัน จะทับกับ สตีเว่น เจอร์ราร์ด จาก ลิเวอร์พูล และ แฟรงค์ แลมพาร์ด จากเชลซี ที่เป็นขาประจำของทีม “สิงโตคำราม” ในตอนนั้น แต่ด้วยระดับฝีเท้าของเขามันก็น่าจะทำให้เขาได้รับการเรียกตัวอย่างสม่ำเสมอ

บาร์ตัน ได้ติดทีมชาติครั้งแรกในปี 2007 ในเกมที่อังกฤษอุ่นเครื่องกับทีมชาติสเปน แต่นั่นก็กลายเป็นครั้งเดียวที่ได้สวมยูนิฟอร์มของ ทรีไลออนส์ เพราะปัญหาที่มาจากปากของเขา ที่มักจะออกมาวิจารณ์ทีมชาติตัวเอง โดยเฉพาะ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ก่อนที่สุดท้ายเหล่ากุนซือของทีมจะตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ด้วยการไม่เรียก บาร์ตัน กลับมาติดทีมอีกเลย นั่นทำให้เกมกับ สเปน เป็นการเล่นในนามทีมชาติเพียงแค่นัดเดียวของกองกลางจอมห่ามรายนี้ ซึ่งมันมีเพียงแค่ 12 นาทีเท่านั้น

อเมารี คาร์วัลโญ่ (อิตาลี)

อิตาลี กับ บราซิล เปิดศึกข้ามชาติกันแทบตาย กับการดึง อเมารี มาเล่นให้กับชาติของตัวเอง โดยอดีตดาวยิงของ ปาแลร์โม่ และ ยูเวนตุส เป็นนักเตะชาวบราซิล แต่ว่าพอไม่ได้โอกาสติดทีม เซเลเซา ก็เลยสนใจที่จะมาเล่นให้กับทีมชาติอิตาลี

แต่ว่าขั้นตอนการโอนสัญชาติของเขานั้นมันค่อนข้างวุ่นวายกินเวลามาเป็นปี ในขณะเดียวกัน ฝั่งบราซิล ที่คุมทัพโดย คาร์ลอส ดุงก้า ก็เหมือนจะเสียดาย พยายามที่จะทาบทาม อเมารี มาติดทีม แต่นักเตะก็ยืนยันว่า มันสายเกินไปแล้ว เพราะเขาจะเล่นให้อิตาลีเท่านั้น

จนกระทั่งในปี 2010 เขาก็ได้สัญชาติอิตาลีตามที่ตั้งใจไว้ และหลังจากจบศึกฟุตบอลโลก 2010  ที่ประเทศแอฟริกาใต้ อเมารี ก็ได้ลงเล่นในนามทีมชาติเป็นนัดแรกภายใต้การคุมทัพของ เชซาเร่ ปรันเดลลี่ ในเกมที่พบกับ ไอวอรี่ โคสต์ ซึ่งมันเป็นเหมือนกับการเริ่มต้นยุคใหม่ของ อิตาลี โดยมีเขาเป็นกองหน้าตัวหลัก

แต่ว่านั่นคือเกมนัดเดียวของเขาในนามทีม “อัซซูรี่”​เพราะว่า หลังจากนั้นฟอร์มของเขาก็ตกไปแบบไม่น่าเชื่อ บวกกับ ปรันเดลลี่ นั้นชื่นชอบการประสานงานของสองหัวหอกตัวแสบอย่าง อันโตนิโอ คาสซาโน่ และ มาริโอ บาโลเตลลี่ มากกว่า ตัวของ อเมารี ก็เลยหมดอนาคตกับ อิตาลี ไปโดยปริยาย

Pages