แค่รักเท่านั้นที่เขาต้องการ ? เรื่องเล่าระหว่างมูรินโญ่กับสื่อ

พอล วิลกี้ ไม่คิดว่าว่าที่กุนซือปีศษจแดงรายนี้จะเป็นตัวเลือกที่โปรดปรานของมวลมหาประชาชนนัก เพราะที่ผ่านมา มูรินโญ เคยเปิดหน้าฉะกับบรรดานักข่าวและสื่อในอังกฤษมาก่อน

ย้อนกลับไปตอนที่ โชเซ่ มูรินโญ หวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2013 บรรดาสื่อและแฟนบอลรู้สึกตื่นเต้นกับการคุมทีมเชลซีคำรบ 2 ของกุนซือที่มีเอกลักษณ์ และสร้างสีสันให้ฟุตบอลเมืองผู้ดีอย่างมาก บวกกับการที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือของแมนฯยู เพิ่งประกาศวางมือ ทำให้แฟนบอลคาดหวังว่า มูรินโญ่ จะพาเชลซีกลับมาผงาดบนลีกสูงสุดอังกฤษอีกครั้ง
 
โดยก่อนหน้าจะกลับมาที่ลอนดอน ฤดูกาลสุดท้ายกับ เรอัล  มาดริด เขา ยืนยันว่าเขาความปรารถนาที่จะไปมาอยู่กับเชลซีอีกครั้ง ขณะที่แฟนบอลราชันชุดชาว ส่วนใหญ่ที่ผิดหวังในฟอร์มของทีม ก็หวังให้ความต้องการของมูรินโญ่เป็นจริงตามปรารถนา 
 
นอกจากนี้ยังมีคำพูดของ มูรินโญ ที่บ่งบอกถึงว่าเขากำลังหมดใจ โดยหลังนำทีม ลอส บลังกอส แพ้ต่อ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในรอบรองชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์  มูรินโญ่ ดันไปให้สัมภาษณ์ว่า “ผมรู้ว่าผมเป็นที่รักของคนอังกฤษ โดยเฉพาะแฟนบอลและนักข่าว ที่นั่นเขาปฏิบัติกับผมอย่างเป็นธรรม ยกย่องให้เกียรติทั้งตอนที่ทีมฟอร์มดีและฟอร์มแย่ นอกจากนี้แฟนบอลทีมอื่นก็รักผม แต่ที่สเปน แฟนบอลเกลียดขี้หน้าผม รวมทั้งนักข่าวอย่างพวกคุณที่อยู่ในห้องนี้ด้วย”

ทั้งรักทั้งชังในสายตาสื่อ

6 ปีก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นช่วงท้ายที่ มูรินโญ่ อยู่กับเชลซี  เขาต้องเจอสถานการณ์ที่กดดันในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ เมื่อถูกวิจารณ์ถึงฟอร์มของทีมที่เริ่มดำดิ่ง ขณะที่ความสัมพันธ์ของเขากับผู้บริหารเริ่มไม่ดี และส่งผลต่อผลงานของทีม  กระทั่งต้องอำลาทีมในช่วงต้นซีซั่น 2007-2008 

 
 หลังจากแยกทางกับทีมแห่งลอนดอน ตะวันตก มูรินโญ ยังมีผลงานการคุมสโมสรที่ดีในต่างแดน อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตัวและแสดงความคิดเห็นชนิดเผ็ดร้อน จนบางครั้งเหมือนขวานผ่าซาก ทำให้เขามีปัญหากับนักข่าวในทุกประเทศที่ ไปคุมทีม ทำให้เกิดข่าวลือต่างๆอันน่าเวียนหัวอีกด้วย
 
ที่อิตาลี มูรินโญ ย้ายไปคุมทีมอินเตอร์ มิลาน และเขาก็สร้างความประทับใจแรกพบ ด้วยการทักทายเป็นภาษาอิตาเลียนในการแถลงข่าวครั้งแรก แต่หลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากับบรรดาสื่อ,คนดังในวงการทีวี รวมทั้งกุนซือด้วยกัน สาเหตุก็มาจากความคิดเห็นในบางเรื่องที่ไม่ตรงกัน  รวมทั้งการพูดพาดพิงถึงคู่กรณีในหลายๆเกม  

Jose Mourinho, Internazionale

โชเซทะเลาะกับคนเยอะมากที่อิตาลี

มูรินโญ่ มีปัญหากับกุนซือทีมคู่แข่ง รวมทั้งกลุ่มทีมลุ้นแชมป์ด้วยกันหลายทีม ซึ่งดูจากข่าวที่เคยปรากฏ ต้องยอมรับว่าเป็นจำนวนที่สูงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน  แต่เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล ทีมใหญ่อย่าง โรมา,ยูเวนตุส รวมทั้งเอซี มิลาน ไม่มีความสำเร็จติดมือ ผิดกับ อินเตอร์ฯ ของมูรินโญ่ ที่ได้แชมป์

สงครามจิตวิทยากับคู่ปรับ

สมัยที่อยู่กับเรอัล มาดริด เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส มีการกระทบกระทั้งกับสื่อบ่อยครั้ง จนแทบจะกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะเขาไม่ต้องการให้สื่อมาจุ้นจ้านกับนักเตะ รวมทั้งการซ้อมของทีม และไม่ใช่แค่สื่อที่ให้การสนับสนุนบาร์เซโลนาเท่านั้นที่มีปัญหากับ มูรินโญ่ ยักษ์ใหญ่อย่าง มาร์ก้า ที่ว่ากันว่าเป็นสื่อที่หนุนหลัง มาดริด ก็เป็นคู่กรณีของ มูรินโญ่ อย่างหนัก โดยเฉพาะตอนที่ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร อยากจะเขี่ยมูรินโญ่ ให้พ้นจากทีม 

 
 สมัยนั้น ไอตอร์ การันก้า ผู้ช่วยมูรินโญ ต้องทำหน้าที่ตอบคำถามสื่อมวลชนแทน มูรินโญ ในช่วงที่ความสัมพันธ์ กับสื่อเริ่มตึงเครียด ครั้งหนึ่ง การันก้า ถ่ายทอดความเห็นของ มูรินโญ สื่อก่อนเกมเอล กลาสสิโก้ กับ บาร์เซโลนา ด้วยประโยคในเชิงเหน็บแนมสื่อ  ทำให้บางส่วนไม่พอใจถึงกับเดินออกจากห้องแถลงข่าวไปก็มี 
 
“มูรินโญ่ บอกผมว่า การที่เขาไม่อยากให้สัมภาษณ์ เพราะไม่อยากให้คำพูดของเขาไปทำลายความสัมพันธ์ และเพิ่มอุณหภูมิก่อนเกมให้มันเดือดเกินไป”  นายใหญ่มิดเดิลสโบรซ์ เล่าย้อนเหตุการณ์สมัยร่วมงานกับ มูรินโญ ให้ฟัง ซึ่งหลังจากนั้นบรรยากาศในห้องสุดตึงเครียด เหมือนกับว่าคนในห้องแบ่งเป็น 2 ฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มใหญ่ที่ไม่ค่อยพอใจบทสัมภาษณ์นี้

Aitor Karanka, Real Madrid

สร้างปัญหาการันก้าต้องมานั่งแก้ประจำ

ขณะที่การกลับมาคุมเชลซี  เมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน มูรินโญ พูดว่า มีหลายฝ่ายโจมตีแนวทางการเล่นเกมรับของ เชลซี แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ลูกทีมของเขาเก็บชัยชนะ 14 จาก 18 แมตช์  แพ้เพียงแค่นัดเดียว ผลงานของพวกทีมดีกว่าทั้ง แมนฯซิตี้ และยูไนเต็ด ซึ่งในท้ายที่สุด เชลซี เข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก พร้อมกับได้รับเสียงชื่นชมถึงผลงานอันยอดเยี่ยม แต่สำหรับผลงานในซีซั่นนี้ แชมป์เก่า ออกสตาร์ทอย่างกระท่อนกระแท่น ก็ยังไม่วายที่ มูรินโญ จะให้สัมภาษณ์เชิงจิกกัดว่า “หลายคนคงดีใจที่ได้เห็นเชลซีอยู่ในช่วงเวลาที่ลำบาก หลังจากทำแต้มหล่นหายในหลายๆเกมช่วงต้นฤดูกาล”

แนวทางของมูรินโญ่

หลายคนเชื่อว่า คำพูดแต่ละประโยคที่ออกมาจากปากของชายที่ชื่อ มูรินโญ นั้น เขาเลือกใช้คำอย่างพิถีพิถัน จนเหมือนเป็นศาสตร์การพูดที่สร้างแรงดึงดูด หรือไม่ก็สร้างแรงต้านให้ออกห่างจากมูรินโญ แต่นี่คือแนวทางหนึ่งที่ทำให้นักเตะสามารถปฎิบัติตามวิธีการและแทคติคของเขาได้อย่างถูกต้อง บางครั้งเขา ระเบิดอารมณ์และโวยวายใส่ลูกทีม หากเก็บชัยชนะเหนือทีมรองบ่อน แต่ฟอร์มการเล่นไม่เป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันหากฟอร์มและผลงานของลูกทีม เป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ เขาคือคนอารมณ์ดีคนหนึ่ง และมีคำพูดเด็ดๆ  ให้หนังสือพิมพ์ นำไปพาดหัวอย่างมีสีสัน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า ความชาญฉลาด และความน่าเบื่อ ของมูรินโญ่ อยู่ใกล้กันมาก ชนิดที่เรียกได้ว่าเหมือนมีเส้นบางๆกันไว้เท่านั้น

 
 การออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ด้วยผลงานย่ำแย่ของกุนซือวัย 52 ปี ทำให้การปฏิบัติตัวและทัศนคติของเขาเปลี่ยนไปมาก เชลซี เก็บได้แค่ 4 คะแนนจาก 5 เกมแรก พร้อมๆกับเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่อยากเห็นทีมกลับสู่จุดที่เคยเป็นอีกครั้ง 

Jose Mourinho, Goodison Park

ระเบิดลงที่กูดิสันพาร์ค

ช่วงก่อนออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ มูรินโญ ยืนยันชัดเจนกับ โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมว่า เขาไม่เห็นด้วยกับแนวทางการทำทีมแบบเดิม หลังจากนั้นกุนซือชาวโปรตุกีส ก็มีปัญหาขัดแย้งกับแพทย์สนามของทีม จนเป็นเรื่องเป็นราว รวมทั้งการปะทะคารมกับ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตัน หลังเกมที่พวกเขาแพ้ 1-3 
 
การให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่กูดิสัน ปาร์ค อารมณ์ของมูรินโญค่อนข้างเดือดดาล  ขนาดที่ว่าถ้ามีใครในห้องแถลงข่าวท้าเขาต่อสู้ เขาก็พร้อมจะชกกับใครก็ได้ในนั้น นอกจากนี้ยังมีรายงานว่ามีการปะทะคารมกับ มาร์ติเนซ กุนซือเอฟเวอร์ตัน ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา

เฟอร์กี้ คือต้นแบบ

แน่นอนว่า มูรินโญ ไม่ใช่กุนซือคนแรกที่ไม่ค่อยกินเส้นกับนักข่าวอังกฤษ เพราะก่อนหน้านี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตผู้จัดการทีมแมนฯยู คือตัวพ่อของกุนซือที่มักจะมีปัญหากับสื่อ ถึงขนาดไม่ยอมให้สัมภาษณ์หลังจบเกมในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว แต่การที่กุนซือชาวสกอตต์ อยู่กับแมนฯยูมานาน บางครั้งอาจขัดแย้งกับสื่อบ้าง ซึ่งในยามที่ เซอร์อเล็กซ์ กำลังฉุนหรือฟิวส์ขาด แต่บรรดาสื่อก็ได้ข้อมูลบางอย่าง หรือประเด็นไปนำเสนอข่าวได้

 
ย้อนไปในศึกแชมเปี้ยนลีกส์ ฤดูกาล 2012-13 มูรินโญ ในสมัยที่ยังคุมเรอัล มาดริด นำทีมบุกมาชนะ ปีศาจแดง ได้ถึงถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด  เกมนั้น นานี่ ถูกใบแดงไล่ออก ซึ่งหลังจากนั้นมีนักเตะแมนฯยู รายหนึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ศักยภาพของพวกเราเป็นรอง มาดริด อยู่บ้าง แต่สิ่งที่พวกเขาเหนือกว่าคือจิตวิทยาของ มูรินโญ จนส่งผลให้พวกเขาเป็นฝ่ายชนะ
 
สิทธิ์ขาดในการตัดสินอนาคตกุนซือ เป็นอำนาจของเจ้าของทีม,ประธานสโมสร หรือผู้อำนวยการสโมสร แต่ ปฏิกิริยาจากแฟนบอล รวมทั้งความสัมพันธ์กับสื่อ ก็มีอิทธิพลสำคัญไม่แพ้กัน ไม่มีใครปฏิเสธว่า มูรินโญ คือ 1 ในสุดยอดโค้ชของโลก แต่บางทีเขาต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองบ้าง ในยามที่ปัญหาถาโถมเข้าใส่รอบด้านแบบนี้

RECOMMENDED Mourinho vs Wenger: a decade of digs, gibes and japes

More features every day on FFT.com