Analysis

แค่สตาร์ทก็เป็นสตาร์ : ยอดแข้งฟอร์มไร้เทียมทานในพรีเมียร์ฯ 10 เกมแรก

De Bruyne Man City

จากปราการหลังจอมแกร่ง ถึงกองหน้าจอมถล่มประตู...อเล็กซ์ เฮสส์ จะมาประเมินฟอร์มนักเตะที่ออกสตาร์ท พรีเมียร์​ลีก ฤดูกาลนี้ ได้แบบแล่นฉิวติดลมบน

We are part of The Trust Project What is it?

10.เซอัด โคลาซินาช (อาร์เซนอล)

 Saed Kolasinac

สิ่งแรกเกี่ยวกับ โคลาซินัช ที่สะดุดตาคุณคือร่างกายอันใหญ่โตของเขา หน้าอกที่ไม่ต่างกับนักยกน้ำหนักโอลิมปิก และแผ่นหลังที่ทำเอา เควิร เดวีส์ ต้องอาย แบ็คซ้ายป้ายแดง อาร์เซนอล รายนี้ ฉีกกฏความบอบบางของนักเตะ “ปืนใหญ่” ในรอบหลายปีนี้ไปโดยสิ้นเชิง

จากร่างกายที่เหมือนถูกสร้างมาเพื่อเล่นเกมรับเพียงอย่างเดียวของเขา ยังสามารถเล่นเกมรุกได้อย่างน่าประทับใจอีกด้วย โดยเฉพาะในเกมกับ สวอนซี เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่โชว์ฟอร์มได้เข้าขากับเพื่อนร่วมทีมสุดๆ แถมยังยิงประตูสุดสวยให้ทีมได้อีกด้วย

9.ริชาร์ลิสัน (วัตฟอร์ด)

Richarlison

ใครคือนักเตะที่เอ็นเตอร์เทนคนดูที่สุดในลีก? มีไม่กี่คนนักที่มีดีพอจะเป็นหัวใจแนวรุกของทีม เช่นเดียวกับกองหน้าชาวบราซิเลียนของวัตฟอร์ดรายนี้ แม้ฟอร์มของทีม และผลงานส่วนตัวของเขาที่เพิ่งยิงได้แค่ 3 ลูก แต่มีการถกเถียงกันเล็กน้อยว่า ริชาร์ลิสัน คือส่วนผสมของความไม่เกรงกลัวใคร และเล่นเกมรุกได้แบบเหนือการคาดเดา ซึ่งสามารถเปลี่ยนให้ทีมที่เจาะทำเกมได้ดี เป็นทีมที่เอาชนะใครก็ได้เลยทีเดียว

อย่างที่กล่าวไป วัตฟอร์ดของ มาร์โก ซิลวา กำลังเดินหน้าสู่การเป็นทีมประเภทนั้น ขณะที่ความยอดเยี่ยมของพวกเขาคือการเล่นเป็นทีม แต่คุณก็คงรู้สึกได้ว่าพวกเขาพึ่งพาความสามารถของนักเตะตัวรุกมากกว่าตำแหน่งอื่นๆ

8.มายะ โยชิดะ (เซาแธมป์ตัน)

Maya Yoshida

ย้อนไปตอนที่ โยชิดะ เข้ามาอยู่กับ เซาแธมป์ตัน ฤดูกาลแรก ทีมคัมแบ็คสู่ลีกสูงสุด จากนั้นก็กลายเป็นกองหลังตัวจริงที่แฟนบอลหน่ายสุดๆ เมื่อทีมเสียถึง 60 ประตู และจบด้วยอันดับท้ายตาราง ฤดูกาลต่อมาเขาถึงถูกดร็อป และเริ่มกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในปีที่สี่ของเขากับ “นักบุญ”

เรื่องที่เล่ามาเมื่อครู่นี้ยังไม่ตรงไปตรงมาเท่าไหร่นัก เพราะในเบื้องหลังแล้ว โยชิดะ หมั่นซ้อมเค้นฟอร์มอยู่เสมอ และนั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่กู้วิกฤติแนวรับของ เซาแธมป์ตัน ให้กลับมาดีขึ้นได้อีกครั้งในปีนี้

7.เบน เดวีส์ (ท็อตแนม)

Ben Davies

แง่มุมที่น่าประทับใจที่สุดเกี่ยวกับโปรเจ็คต์การทำทีม สเปอร์ส ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน คือ ความสามารถอันโดดเด่นในการดูดซับการสูญเสียจากนักเตะคนใดคนหนึ่งได้ แดนนี โรส คือหนึ่งในนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เผลอๆอาจจะเป็นนักเตะอังกฤษที่พัฒนาตัวเองมากที่สุดในประเทศด้วยซ้ำ ด้วยความที่ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยของเขา ซึ่งสำคัญต่อทีมอย่างมาก

ทว่าการบาดเจ็บของเขาไม่ทำให้ฟอร์มของ “ไก่เดือยทอง” ตกลงแม้แต่น้อย ผู้ที่มาแทนที่เขาในตำแหน่งแบ็คซ้าย กลับเล่นในพื้นที่สุดท้ายได้นิ่งยิ่งกว่าเสียอีก ความตื่นตัวของ เบน เดวีส์ ทำให้เขาวิ่งไปสกัดลูกยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ได้อย่างเหลือเชื่อ สงสัย โรส จะลำบากเสียแล้ว ในการกลับมาแย่งตำแหน่งคืน

6.จามาล ลาสเซลเลส (นิวคาสเซิล)

Jamaal Lascelles

อีกหนึ่งความสำเร็จเงียบๆในฤดูกาลนี้คือการที่ นิวคาสเซิล ขยับหนีโซนตกชั้นได้อย่างมั่นคง และเดินหน้าสู่ตำแหน่งโควต้าบอลยุโรป พวกเขาดีวันดีคืนขึ้นเรื่อยๆ ต้องยอมรับว่า ราฟา เบนิเตซ สามารถดึกศักยภาพจากนักเตะทุกคนในทีมออกมาใช้ได้อย่างดีเยี่ยม

หนึ่งในหัวใจสำคัญคือ ลาสเซลเลส ที่เพิ่งได้รับมอบหมายให้เป็นกัปตันทีม ทั้งที่เป็นกองหลังตัวเลือกลำดับสามเมื่อช่วงเริ่มต้นฤดูกาล แข้งวัย 23 ค่อยขยับเข้ามาแย่งตำแหน่งได้จากการที่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ และสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยวุฒิภาวะที่เกินเด็ก, เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง และยังมีบุคลิกนอกสภาพที่ดูเข้มแข็งอีกด้วย

5.เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลีย์)

James Tarkowski

เมื่อ เบิร์นลีย์ ขาย ไมเคิล คีน ให้ เอฟเวอร์ตัน และตัดสินใจไม่หาใครเข้ามาแทน ก่อให้เกิดความหวาดกลัวขึ้นมากมาย คีน คือนักเตะที่ยอดเยี่ยม และ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ ที่ต้องมาแทน เพิ่งได้ออกสตาร์ทตัวจริงในลีกสูงสุดแค่สี่ครั้งเท่านั้น

ต้องยอมรับว่าการตัดสินใจของ ชอน ไดช์ นั้นถูกต้อง ทาร์คอฟสกี้ เข้ามาเติมเต็มช่องว่างได้แบบไร้รอยต่อจนช่วยทีมเก็บแต้มจาก เชลซี, สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล ได้ แถมยังเอาชนะต้นสังกัดใหม่ของ คีน ได้ 1-0 อีกด้วย มีแค่อันดับท็อป 3 เท่านั้น ที่เสียประตูน้อยกว่า เบิร์นลีย์ และ ทาร์คอฟสกี้ คือส่วนสำคัญ เพราะเขาลงเล่นทุกนาทีให้กับทีม

4.โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

Romelu Lukaku

ประตูสุดท้ายในลีกของลูกากู ต้องย้อนไปถึงเดือนกันยายน แต่เดือนตุลาคมอันเงียบเหงา ก็ไม่ได้เลวร้ายเกินไปถึงขนาดต้องด่วนสรุปว่าเขาไม่ได้เข้ามายกระดับทีมเลย แม้หลายคนจะรอการกลับมาของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช แต่ ลูกากู นั้นไร้ซึ่งความเหน็ดเหนื่อย, เคลื่อนที่ได้อย่างชาญฉลาด และมีความเร็วของเขาก็ทำให้ทุกอย่างดูราบรื่นขึ้น โดยที่ไม่สูญเสียความอันตรายในกรอบประตูไปเลยแม้แต่น้อย

คำวิจารณ์ได้พุ่งเป้าไปที่ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในการเจอกับทีมใหญ่ ซึ่งความโชคร้ายเกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยที่เขาอยู่เอฟเวอร์ตัน จนกระทั่งอยู่กับยูไนเต็ด คำครหาที่ว่าเขามักจะยิงประตูในเวลาที่ทีมต้องการไม่ได้ก็ยังคงอยู่ ซึ่งเป็นจุดที่เขาต้องปรับปรุง