แมนฯ ซิตี้ vs อาร์เซนอล : หรือจริงๆ แล้วเป๊ปจะเหมาะกับทัพ “ปืนใหญ่” มากกว่า?

หากลองคิดเล่นๆ ว่า หากเป๊ป กวาร์ดิโอลา นายใหญ่แห่งแคมป์เรือใบรายนี้ เกิดได้โอกาสคุมทัพอาร์เซนอลต่อจากอาร์แซน เวงเกอร์ เขาจะทำผลงานได้ดีกว่านี้หรือไม่? ทีมดังจากถิ่นลอนดอนเหนือจะเหมาะกับสไตล์การทำทีมของกุนซือชาวสแปนิชรายนี้หรือไม่? ติดตามบทวิเคราะห์ของเราได้ที่นี่

สำหรับตอนนี้ คงจะบอกว่า การเริ่มต้นของเป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือชื่อดังชาวสเปน บนเส้นทางพรีเมียร์ลีก กลับไม่ได้ราบรื่นอย่างที่ใครๆ คิดเสียแล้ว เพราะในตอนนี้ ทัพเรือใบสีฟ้าของเจ้าตัวนั้นมีคะแนนตามหลังเชลซี ทีมอันดับ 1 ของตารางอยู่ถึง 10 คะแนน ยิ่งไปกว่านั้นล่าสุดลูกทีมของเขาเพิ่งจะสามารถหาชัยชนะในลีกในบ้านนัดแรกเจอนับตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แถมก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เพิ่งจะแพ้ให้กับเลสเตอร์ ซิตี้ แบบหมดท่า 4-2 ด้วย ซึ่งอดีตนายใหญ่บาเยิร์น มิวนิค รายนี้ก็ดูจะรู้ตัวแล้วว่า เวทีลึกสูงสุดผู้ดีนั้นไม่ได้หมูอย่างที่คิด จนตัวเขาเองถึงกับยอมรับว่ายังต้องใช้เวลาในการปรับตัวอีกพอสมควร

ต้องยอมรับว่าสไตล์การทำทีมของกวาร์ดิโอลานั้นดูจะเป็นปัญหาอย่างหนึ่งของทัพเรือใบสีฟ้าเลยก็ว่าได้ เพราะการเล่นที่เน้นการต่อบอลบนพื้นและขึ้นเกมตั้งแต่แดนหลัง กับลีกที่เน้นการใช้ร่างกาย บอลยาว และการปะทะ ดูจะเป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้ไม่ดีนัก นอกจากนั้น สไตล์การทำทีมแบบนี้ของเขา ยังต้องการความคิดสร้างสรรค์จากนักเตะตั้งแต่แดนหลังอีกด้วย ซึ่งกับแมนฯ ซิตี้ อเล็กซานเดอร์ โคราลอฟ และ จอห์น สโตนส์ ต่างไม่สามารถตอบสนองความต้องการของกวาร์ดิโอลาได้เหมือนที่ เยโรม บัวเต็ง และ ดาวิด อลาบ้า เคยทำได้สมัยคุมทัพเสือใต้ และด้วยความที่กวาร์ดิโอลาไม่ได้มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงแนวทางของตัวเอง ทำให้นี่จะเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ในอาชีีพกุนซือของเจ้าตัวเลยก็ว่าได้

Pep Guardiola

ยืนสั่งการลูกทีมอยู่ข้างสนามประจำ

ขณะเดียวกัน ก็มีความคิดหนึ่งที่น่าสนใจมากๆ คือ จะเป็นอย่างไร หากทีมที่กวาร์ดิโอลาคุมนั้น ไม่ใช่แมนฯ ซิตี้ แต่เป็นอาร์เซนอล เพราะด้วยสไตล์การเล่น และอะไรอีกหลายๆ อย่าง ทำให้กุนซือรายนี้ดูจะเหมาะกับทัพปืนใหญ่มากๆ จนครั้งหนึ่ง เขาเคยถูกยกให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเวงเกอร์เลยทีเดียว และนั่นก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก

สไตล์ที่เข้ากัน

หากจะว่ากันตามความจริง คงต้องบอกว่า เวงเกอร์และกวาร์ดิโอลานั้นมีความคล้ายคลึงกันมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากทั้งคู่จะมีแนวทางการทำทีมที่เน้นการครองบอล ต่อบอล และการเปิดเกมรุกที่สวยงามและรวดเร็ว ทั้ง 2 คนยังมองว่าฟุตบอลเป็นเหมือน “ศิลปะ” และเป็นกุนซือจอมแทคติคอีกด้วย โดยในวันที่แมนฯ ซิตี้โดนจิ้งจอกสยามถล่มไป 4-2 นั้น เวงเกอร์เองก็ออกมาพูดถึงเกมรับที่หละหลวมของทัพเรือใบด้วย

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า เวงเกอร์เองก็ผ่านการคุมทัพปืนใหญ่มาแล้ว 20 ปี ซึ่งกว่าจะมาเป็นแบบทุกวันนี้ได้ เจ้าตัวก็ต้องใช้เวลาในการวางรากฐานและสไตล์การเล่นอยู่ระยะหนึ่ง เช่นเดียวกัน กวาร์ดิโอลาเองก็คงเป็นกุนซือประเภทเดียวกัน เพราะแนวทางของเขานั้น ต้องให้เวลานักเตะในทีมที่จะเรียยรู้และค่อยๆ ซึมซับเข้าไป เพราะแม้ว่าสมัยที่เป๊ปคุมทัพบาร์เซโลนา เขาจะไม่ต้องใช้เวลามากนัก แต่นั่นเป็นเพราะสไตล์ของเขานั้นเปรียบเสมือนดีเอ็นเอของบาร์ซ่าที่อยู่ในตัวแข้งทุกคนตั้งแต่ดาวรุ่งยันชุดใหญ่อยู่แล้ว ขณะที่เยอรมัน เขาเองยังต้องใช้เวลาในการปรับทัพเสือใต้ เพราะวันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในทีม นักเตะหลายๆ คนอาจจะไม่รู้เลยว่า กุนซือรายนี้ต้องการอะไรกันแน่ และที่แย่ไปกว่านั้นคือ บางคนยังไม่เข้าใจภาษาของกุนซือรายนี้ด้วย

Arsene Wenger

เวงเกอร์ไม่พอใจคำตัดสินในเกมพ่ายเอฟเวอร์ตัน

ด้วยแนวทางของกุนซือ 2 คนนี้ มันจำเป็นต้องมีแพทเทิร์นการต่อบอลที่ต้องผ่านการฝึกฝนและเรียนรู้มาจนเข้าใจ ซึ่งนั้นทำให้มันน่าจะฟังดูค่อนข้างแปลกใหม่และเข้าใจได้ยากสำหรับนักเตะที่ไม่ได้ถูกวางรากฐานแบบนี้มาตั้งแต่ต้น และนั้นคงเป็นสิ่งที่บรรดานักเตะเรือใบสีฟ้าคิดกันในวันแรกที่เป๊ป เดินเข้ามาในห้องแต่งตัว ว่ากุนซือรายนี้พูดเรื่องอะไรของเขาอยู่กันแน่

เพราะฉะนั้นมันจึงไม่แปลกที่กวาร์ดิโอลาต้องขอให้แฟนๆ อดทนกับทีมไปก่อนในระยะแรก ซึ่งถ้าหากเป็นที่อาร์เซนอล เขาอาจจะไม่ต้องให้แฟนๆ ต้องอดทนขนาดนี้ก็เป็นได้

ไม้อ่อนดัดง่าย

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ทั้ง 2 ทีมจะซื้อตัวผู้เล่นเข้ามาเสริมทัพ ถ้าหากกวาร์ดิโอลาคุมทัพอาร์เซนอลจริงๆ เขาจะดึงตัวผู้เล่นแบบไหนเข้ามาร่วมทีม ทว่าอย่างหนึ่งที่แน่นอนคือ เหล่าแข้งเดิมในทัพปืนใหญ่คงไม่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และทำความเข้าใจแนวทางของเขา แถมกวาร์ดิโอลาเองก็คงไม่มีปัญหาเท่ากับตอนนี้ที่คุมแมนฯ ซิตี้ เพราะ นาโช่ มอนเรอัล และ เอคตอร์ เบเญริน ต่างก็เป็นนักเตะสแปนิชที่มีสไตล์ตรงกับแนวทางของเป๊ปอยู่แล้ว แถมในรายหลังยังมีดีเอ็นเอบาร์ซ่าอยู่ในตัวด้วย นอกจากนั้น โลร็องต์ กอสเซียลนี่ ปราการหลังตัวแกร่งของทีมก็เป็นนักเตะที่ชอบเปิดเกมรุกขึ้นหน้าบ่อยๆ อยู่แล้วด้วย

ขณะที่ในแดนกลาง เป๊ปเป็นกุนซือที่ชอบใช้ปีกที่มีความคล่องตัวและสปีดจัดจ้าน ซึ่งนั่นทำให้ ธีโอ วัลคอตต์ และ อเล็กซ์ อ็อกเลด แชมเบอร์เลน 2 ปีกตัวจี๊ดชาวอังกฤษจะต้องมีบทบาทสำคัญกับทีมอย่างแน่นอน ขณะที่ตัวปั้นเกมที่เป็นส่วนสำคัญของแนวทางนี้นั้น ทั้ง เมซุต โอซิล, ซานติ การ์ซอล่า และ อเล็กซ์ อิโวบี้ ต่างก็เหมาะสมมากๆ เช่นกัน นอกจากนั้นในแดนหน้า เขาจะได้ใช้งานอเล็กซิส ซานเชส กองหน้าอดีตแข้งบาร์ซ่าอีกรายด้วย และอย่าลืมว่าในซัมเมอร์ที่ผ่านมา เวงเกอร์ใช้เงินซื้อขายนักเตะไปทั้งหมดราวๆ 90 ล้านยูโร ซึ่งเชื่อว่าถ้าเป็นกวาร์ดิโอลา เขาคงเต็มใจที่จะใช้เงินมากกว่านั้นอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ อีก 1 เรื่องที่ปืนใหญ่ดูจะเหมาะกับกวาร์ดิโอลามากๆ คือ ช่วงอายุของนักเตะ โดยฤดูกาลที่แล้ว ทัพเรือใบสีฟ้าคือทีมที่มีอายุเฉลี่ยมากที่สุดในลีกแล้ว โดยแบ็คโฟร์ของพวกเขาต่างก็อายุเกิน 30 ทั้งหมด ขณะที่ เฟร์นานดินโญ, ดาบิด ซิลบา, ยาย่า ตูเร่ และ เฆซุส นาบาส ต่างก็ไม่ได้อายุน้อยๆ กันแล้วด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้กวาร์ดิโอลาก็ยอมรับว่าเขาพยายามหานักเตะดาวรุ่งมาร่วมทีมให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้สามารถเรียนรู้แนวทางของเขาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นทำให้อาร์เซนอลดูจะเหมาะกว่าแมนฯ ซิตี้มากๆ

ระยะสั้น vs ระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า หากเทียบกันตัวต่อตัวตอนนี้ระหว่างทั้ง 2 ทีม อาจจะต้องยอมรับว่า แมนฯ ซิตี้ ยังดูข่มอยู่เล็กน้อย และเมื่อบวกกับความสามารถทางการเงินที่ใช้จ่ายในตลาดซื้อขายแต่ละรอบ รวมถึงระบบเยาวชนของแมนฯ ซิตี้ที่นับว่าดีขึ้นในระยะหลังนี้ ทำให้ดูเหมือนว่าในระยะยาว พวกเขาอาจจะยังข่มทีมปืนใหญ่อยู่เหมือนกัน แถมในตอนนี้ ทั้งเซร์คิโอ อเกวโร่, เควิน เดอ บรอยน์ และ ดาบิด ซิลบา ต่างก็ดูจะปรับตัวเข้ากับแนวทางของเขาและโชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว

ทัพเรือใบสีฟ้าดูจะมีอนาคตที่สดใสรอพวกเขาอยู่ โดยหากพวกเขาสามารถเอาชนะพายุลูกนี้และผ่านมันไปได้ รวมถึงเข้าใจถึงแนวทางใหม่ นั้นก็น่าจะทำให้พวกเขาแกร่งขึ้นอีกมาก ซึ่งแม้ว่ากวาร์ดิโอลาจะต้องใช้เวลา และค่อยๆ พัฒนาทัพเรือใบอย่างช้าๆ แต่ก็ต้องยอมรับว่า สุดท้ายแล้ว เขาก็อาจจะไม่ได้เลือกสโมสรผิดแต่อย่างใด

ดังนั้น ถ้าวัดกันในระยะสั้น ดูเหมือนว่ากวาร์ดิโอลาน่าจะออกสตาร์ทกับอาร์เซนอลได้ไหลลื่นมากกว่าที่เป็นอยู่กับแมนฯ ซิตี้ ทว่าหากจะวัดกันในระยะยาว บางทีการเลือกทัพเรือใบสีฟ้า อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วก็เป็นได้