แมนฯ ยูไนเต็ด vs แอสตันวิลลา: ปราการหลังสิงห์ผยองผู้พร้อมหยุดเฟลไลนี่

Alex Keble เปิดเหตุผลที่เคียแรน คลาร์ค ปราการหลังสิงห์ผยองจะเป็นผู้ทำศึกกลางอากาศกับมารูยาน เฟลไลนี่

มารูยาน เฟลไลนี่ กลับมาพร้อมกับฟอร์มร้อนแรงในตำแหน่งตัวบุกสูง โดยมีเวย์น รูนีย์เป็นหน้าเป้า และแอชลีย์ ยัง ยืนปีกซ้าย และไมเคิล คาร์ริคปักหลักเป็นมิดฟิลด์เกมรับ และตอนนี้ยังมีฮวน มาต้าเป็นเพลย์เมคเกอร์ที่ช่วยให้แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเข้าใกล้ความเป็นทีมฟุตบอลยุคเฟอร์กูสันนิดหน่อยแล้ว และเมื่อหลุยส์ ฟาน ฮาล ปรับมาใช้การเปิดเกมบุกแบบตรงๆ ที่เริ่มได้ผลดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะลูกกลางอากาศของมารูยาน เฟลไลนี่ ที่จะน่าจะทำให้เคียแรน คลาร์ค กัปตันของแอสตันวิลลาที่ฤดูกาลนี้ทำผลงานโดดเด่นแบบเนียนๆ ต้องออกแรงหนักกว่าเคย

ฟอร์มการเล่นในช่วงหลังๆ ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดน่าจะอธิบายได้ง่ายๆ ว่าเป็นการเปลี่ยนเกมบุกออกปีกสองข้างก่อนจะใช้บอลยาวโยนบอมบ์เข้าไปหาเฟลไลนี่ที่หน้ากรอบเขตโทษ และระดมบอมบ์ใส่ซ้ำๆ กันจนกลายเป็นที่มาของ "โยนยาว ยูไนเต็ด" ที่หลายทีมเคยค่อนแคะ แต่พื้นที่ครองบอลเกมบุกของหลุยส์ ฟาน ฮาลก็ขยับสูงขึ้นไปเกือบ 30 หลา และในตอนนี้ที่ระบบลุยแหลกของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดยุคเก๋ากลับคืนมาอีกครั้ง แอสตันวิลลาจะต้องพยายามตั้งรับเหนียวแน่นในแดนตัวเองเพื่อไม่ให้ถูกปีศาจแดงฉวยโอกาสใช้ความเร็วของมารูยาน เฟลไลนี่เอาบอลเข้าไปหาจังหวะทำประตู

อ่านต่อ เผยเหตุผลแฟนผีควรรักเฟลไลนี

รูปแบบการทำเกมบุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในระยะหลัง มีมารูยาน เฟลไลนี่เป็นศูนย์กลาง

แอสตันวิลลาจะต้องใช้ระบบการเล่นอย่างมีวินัยสูงสุดๆ ของนักเตะทั้ง 11 คนหากหวังจะมีแต้มออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แต่ถ้ามองถึงความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ยิ่งเล่นก็ยิ่งมีประสิทธิภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งงานหนักในการสู้กับลูกกลางอากาศก็น่าจะไปตกอยู่ที่เคียแรน คลาร์ค ที่เป็นตัวหลักของเกมรับสิงห์ผยอง และฤดูกาลนี้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ทำประตูจากลูกโหม่งไปแล้ว 10 ลูก นับเป็นสถิติอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีก

ความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาสของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดมีมากขึ้นหลังจากเปลี่ยนแทคติกในเกม เช่นเดียวกับการโขกประตูชัย 3 ลูกในการลงสนาม 5 เกมหลังสุด 

ในเกมนัดเหย้าล่าสุดกับซันเดอร์แลนด์ ปีศาจแดงเปิดบอลครอสเข้าหาประตู 37 ครั้ง (เทียบกับค่าเฉลี่ย 21 ครั้งต่อฤดูกาล) นอกจากนี้ ในเกมที่ออกไปเก็บชัยชนะจากเกมเยือนแอนฟิลด์ แมนฯ ยูไนเต็ดเปิดบอลยาวเข้าเป้าถง 75% (ไม่นับลูกเปิดจากหน้าประตูของดาบิด เด เฮอา) และมารูยาน เฟลไลนี่ แย่งโหม่งได้สำเร็จ 11 ครั้ง จากความพยายาม 15 ครั้ง

นอกจากเฟลไลนี่ที่ครองพื้นที่กลางอากาศแล้ว ในตำแหน่งหน้าเป้า เวย์น รูนีย์ ที่ได้กลับมายืนตำแหน่งคุ้นเคยยังโชว์ฟอร์มเคลื่อนที่และต่อบอลแบบฉลาดสุดๆ และกลายเป็นตัวเปลี่ยนรูปเกมและอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคีย์แมนช่วยให้ยูไนเต็ดทำเกมบุกได้เป็นรูปเป็นร่าง เมื่อมีรูนีย์คุมเกมบนพื้น เฟลไลนี่ที่เล่นลูกกลางอากาศได้โดดเด่นและโขก 2 ประตูเมื่อเดือนที่ผ่านมาจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับปราการหลังอย่างเคียแรน คลาร์ค แน่นอน

กราฟฟิคสรุปรูปเกมจาก  Stats Zone แสดงให้เห็นว่ารูนีย์มีส่วนร่วมในเกมรุกของทีมมากกว่าโรบิน ฟาน เพอร์ซี เสียอีก

ปราการหลังทีมชาติไอร์แลนด์ของแอสตันวิลลาโชว์ฟอร์มดีมากในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะจ่ายบอลแบบเทคนิคแพรวพราว (จ่ายบอลสำเร็จ 79.8%) และความสามารถในการเล่นลูกกลางอากาศ (แย่งโหม่งได้ 3.3 ครั้งต่อเกม) และความเป็นผู้นำ ทำให้เคียแรน คลาร์ค ในวัยเพียง 25 ปี ดูเหมือนจะเดินตามรอยรุ่นพี่สิงห์ผยองอย่างแกรี่ เคฮิลล์

และวันเสาร์นี้หลุยส์ ฟาน ฮาลก็น่าจะได้เห็นฟอร์มของสองปราการหลังสิงห์ผยองอย่างเต็มๆ ตา ก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะคว้าตัวเคียแรน คลาร์ค หรือรอน ฟลาร์ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของปีศาจแดงในช่วงซัมเมอร์นี้ 

คลาร์ค กับฟอร์มยอดเยี่ยมในช่วงหลังๆ

Man United vs Aston Villa LIVE ANALYSIS with Stats Zone