แมนฯยูกำลังกลับมา? 5 คำถามที่ ‘มู’ ต้องตอบก่อนเริ่มต้นยุคใหม่ปีศาจแดง

FFT จะวิเคราะห์คำถามที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ต้องครุ่นคิดและหาคำตอบ เพื่อพา แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปสู่ในจุดที่ควรเป็นให้ได้…

ถือเป็นซัมเมอร์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเหล่าสาวก “เร้ด เดวิลล์” หลังทีมรักคว้านักเตะระดับท็อปมาได้ถึง 4 คน ทั้งยังได้กุนซือระดับโลกอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ เข้ามากุมบังเหียนอีกด้วย และนั่นทำให้ความเชื่อมั่นที่พวกเขามีโอกาสกลับไปแชมป์ลีกอีกครั้งเพิ่มสูงขึ้นมาก

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน และนี่คือสิ่งที่ มูรินโญ่ ต้องคิดให้ตก หากหวังพา “ปีศาจแดง” ทวงบัลลังก์ให้ได้

1. เอายังไงกับ “เสี่ยหมู” ดี?

มูรินโญ่ ก็ประกาศชัดเจนว่า จะไม่มีวันให้ อดีตเด็กฝึกเอฟเวอร์ตัน เล่นมิดฟิลด์แน่นอน

ก่อนหน้าเมื่อปี 2013 เวย์น รูนี่ย์ ตกเป็นข่าวว่าต้องการย้ายออกจากถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังไม่พอใจที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จับเขาไปเล่นในตำแหน่งกองกลาง

“ไม่แน่ว่าตอนผมแก่กว่านี้ แล้วขาผมวิ่งไม่ค่อยไหว ผมอาจจะอยากกลับไปเล่นตรงนั้นนะ” รูนี่ย์ กล่าวไว้เมื่อเดือนตุลาคม ในปีดังกล่าว

กาลเวลาผ่านไปสามปี ความคิดของ หัวหอกทีมชาติอังกฤษ เปลี่ยนไป เมื่อเขาให้สัมภาษณ์อีกแบบในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

“ผมคิดว่าบางครั้งเราจำเป็นต้องเลือกบางอย่างในชีวิต และตอนนี้ผมคิดว่า ผมเหมาะสมที่จะเล่นในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิม” รูนี่ย์ เปิดใจก่อนเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ “ผมมั่นใจว่า ปีหน้า ผมจะได้เห็นตัวเองในตำแหน่งนั้นนะ”

ทว่า ทุกอย่างผิดแผนไปหมด เพราะกุนซือของทีมไม่ใช่ หลุยส์ ฟาน กัล อีกต่อไป และผู้ที่มาใหม่อย่าง มูรินโญ่ ก็ประกาศชัดเจนว่า จะไม่มีวันให้ อดีตเด็กฝึกเอฟเวอร์ตัน เล่นมิดฟิลด์แน่นอน

อย่างไรก็ตาม เหล่าแฟนผี คงหวังให้ “น้ามู” ดร็อป รูนี่ย์ ไว้ข้างสนามมากกว่า เพราะที่ผ่านมา เราสามารถบอกได้เต็มปากว่า สามีของคุณนายคอลีน ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป โดยตลอดสามปีมานี้ รูนี่ย์ ยิงเฉลี่ยเพียงละ 12 ลูกในพรีเมียร์ลีก(แต่หลายเกมต้องเล่นกองกลาง)

คำถามก็คือ มูรินโญ่ จะทำอย่างไรกับตัวภาระสามแสนปอนด์ผู้นี้ จะกล้าดร็อปเขาไหม? หรือต้องยอมต่อไป เพราะอิทธิพลในทีมของ “รูน” ยังเยอะอยู่

และไม่แน่เหมือนกันว่า ถ้าผลงานของทีมดี ปีหน้า เราอาจจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่ เชลซี มาเกิดที่ แมนเชสเตอร์ บ้างก็เป็นได้

Wayne Rooney

อย่างน้อยก็ได้กล่าวคำขอบคุณไปแล้ว

2. กองหลังดีพอจริงหรือ?

แม้แต่ คริส สมอลลิ่ง ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงหลายเดือนแรก ก็มาฟอร์มตกในช่วงท้ายซีซั่น ขณะที่คู่ขาอย่าง ดาลีย์ บลินด์ ก็ตัวเล็กและไร้ความเร็วกับความแข็งแกร่ง

แม้ผลงานเกมรุกจะห่วยแตก แต่ผลงานเกมรับเมื่อปีที่แล้วของ “ยูไนเต็ด” จัดเข้าขั้นสุดยอด เมื่อพวกเขาเสียประตูน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทั้งหมดเกิดจากแท็คติคของ ฟาน กัล และ ความมหัศจรรย์ของ ดาบิด เด เคอา ทว่าจริงๆแล้ว แนบรับของพวกเขามีปัญหาพอควร

โดยหลัง ลุค ชอว์ ขาหัก “ปีศาจแดง” ก็ไม่มีแบ็คซ้ายตัวจริงอีกเลย เพราะว่าทั้งมาร์กอส โรโฮ หรือ มัตเตโอ ดาร์เมียน ไม่สามารถทำผลงานได้เท่า อดีตเด็กฝึกเซาแธมป์ตัน

หรือจะเป็นฝั่งขวาที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ต้องถอยมาเล่น ทั้งที่ไม่ใช่ตำแหน่งถนัด เช่นเดียวกับ ดาร์เมียน ที่ฟอร์มหลุดไป หรือจะเป็น ทิโมธี โฟซู-เมนซาห์ ที่เล่นได้ดี แต่ไม่ได้รับความเชื่อมั่นจาก ฟาน กัล เท่าไร

หรือแม้แต่ คริส สมอลลิ่ง ที่ทำผลงานได้ดีในช่วงหลายเดือนแรก ก็มาฟอร์มตกในช่วงท้ายซีซั่น ขณะที่คู่ขาอย่าง ดาลีย์ บลินด์ ก็ตัวเล็กและไร้ความเร็วกับความแข็งแกร่ง ส่วน ฟิล โจนส์ ก็เจ็บจนหลายคนลืมว่าอยู่ในทีมด้วยซ้ำ

ดังนั้น จะเห็นได้ว่า ภายใต้สถิติอันยอดเยี่ยม แนวรับของ “ปีศาจแดง” มีปัญหาเต็มไปหมด ซึ่งการคว้าตัว เอริค ไบญี่ เข้ามาถือเป็นการซื้อที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ต้องลุ้นว่า กองหลังดาวรุ่ง จะทนกับบอลอังกฤษได้ดีแค่ไหน

ซึ่ง FFT แนะนำว่า มูรินโญ่ น่าจะลองหา เซนเตอร์แบ็คประสบการณ์สูงอีกสักคนก่อนตลาดปิด เพื่อทำให้เหล่าแนวรุกมั่นใจและเล่นได้อย่างไร้ความกัลวงเต็มที่

และนั่นอาจหมายถึงทำให้โอกาสในการคว้าแชมป์ลีกของพวกเขามีมากกว่าเดิมอีกเยอะทีเดียว

Luke Shaw

ชอว์ กลับมาทำให้ ฝั่งซ้ายของทีมแน่นขึ้นเยอะ

3. แรชฟอร์ด จะได้รับโอกาสแค่ไหน?

ตำแหน่งกองหน้าตัวเป้านั้น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จับจองแน่นอน อย่างไรก็ตามด้วยความที่ปีนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องเล่นถึง 60 เกมในทุกรายการ ทำให้หมายความว่า อย่างน้อย แรชฟอร์ด ต้องได้เล่นสักเกือบครึ่ง

การถือกำเนิดของ มาร์คัส แรชฟอร์ด เมื่อซีซั่นที่แล้ว จัดเป็นสิ่งที่ทำให้แฟนผียิ้มได้เพียงไม่กี่ครั้งในยุคสมัยของ ฟาน กัล

คำถามก็คือ มูรินโญ่ จะให้โอกาสเขามากน้อยแค่ไหนกัน?

ในเมื่อตำแหน่งกองหน้าตัวเป้านั้น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จับจองแน่นอน อย่างไรก็ตามด้วยความที่ปีนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อาจจะต้องเล่นถึง 60 เกมในทุกรายการ ทำให้หมายความว่า อย่างน้อย แรชฟอร์ด ต้องได้เล่นสักเกือบครึ่ง

และเป็นที่เชื่อกันว่า อดีตกุนซือเชลซี มอง ดาวยิงวัย 18 ปีเป็นตัวโจ๊กเกอร์ที่พร้อมจะถูกปล่อยลงมาพลิกสถานการณ์ได้ทุกเมื่อ และถ้า แรชฟอร์ด ทำได้ดีละก็ ยังไง มูรินโญ่ ก็ไม่กล้าไม่ใช้งานเขาหรอก

แรชฟอร์ดพังประตูอาร์เซนอล

4. อยู่กินอีกนาน?

จากประวัติที่ผ่านมา มูรินโญ่ ไม่เคยอยู่กับทีมไหนได้นานกว่าสามปี แม้จะประสบความสำเร็จหรือถูกรักมาแค่ไหนก็ตาม

ทุกคนรู้ดีว่า จากประวัติที่ผ่านมา มูรินโญ่ ไม่เคยอยู่กับทีมไหนได้นานกว่าสามปี แม้จะประสบความสำเร็จหรือถูกรักมาแค่ไหนก็ตาม

ไม่รู้เหมือนกันว่านี่คือ “คำสาปแห่งมูรินโญ่” หรือไม่

ดังนั้นชีวิตใหม่ที่ “ปีศาจแดง” ของเขาจะถูกจับตามองแน่นอน โดยหลายคนสนใจว่า เขาจะอยู่ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้นานแค่ไน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่ที่นี่ไม่มี โรมัน อับราโมวิช หรือ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ(มีแต่ “คิงเอ็ด” ฮา) น่าจะทำให้ มูรินโญ่ ได้ลงหลักปักฐานกับทีมใดทีมหนึ่งสักที

Jose Mourinho

มีปัญหากับแทบทุกสโมสรที่ไปคุม

5. ป็อกบา แพงเกินไปหรือไม่?

เงินเกือบร้อยล้านปอนด์คือเงินมหาศาล และหลายคนบอกว่า ปอล ป็อกบา ไม่คู่ควรกับค่าตัวระดับนั้นแน่นอน

ดังนั้น ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่า เขามีคุณค่าพอที่จะก้าวเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกให้ได้ และสิ่งที่ง่ายที่สุดก็คือ การพา “ยูไนเต็ด” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้เป็นครั้งแรกในรอบสามปี

ป็อกบา จะทำได้หรือไม่ อีก 9 เดือนเราค่อยมาคุยกันอีกครั้งครับ…

Paul Pogba Amazing Two Goals vs Udinese

ลูกยิงไกลสุดสวยของป็อกบา

11 ตัวจริงที่คาด (vs บอร์นมัธ)

11 ตัวจริง : ดาบิด เดเคอา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อีริค บาญี, ดาลีย์ บลินด์, ลุค ชอว์, มอร์แกน ชไนเดอร์ลิน, อันเดอร์ แอเรร่า, อองโตนี่ มาร์กซิอัล, เวย์น รูนีย์, เฮนริค มคิทาร์ยาน และซลาตัน อิบราฮิโมวิช