แมตช์ยอดเยี่ยมที่ถูกลืม : สุดยอดเกมยุโรปนัดเหย้าที่ดีที่สุดของอาร์เซนอล

ในขณะที่อาร์เซนอลทีมดังแห่งลอนดอนเหนือปราชัยต่อบาร์เซโลน่า 2-0 ในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดแรก โรเบิร์ต โอคอนนอร์ คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูได้ยก 6 แมตช์ในบ้านที่น่าจดจำของสาวกเดอะ กันเนอร์ส มาให้ระลึกถึงกัน…

1. อาร์เซนอล 3-2 ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค ซีซั่น 2000/01

เป็นเวลา 2 ฤดูกาลหลังจากที่อาร์เซนอลถูกเขี่ยตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดยน้ำมือของ อังเดร เชฟเชนโก้, หลุยส์ ฟิโก้ และ กาเบรียล บาติสตูต้า คาสนามเวมบลีย์ที่ขณะนั้นทีมปืนใหญ่ใช้เป็นรังเหย้า ในที่สุดพวกเขาก็ย้ายกลับมาใช้รังเหย้าเดิมอย่างสนามไฮบิวรี่เพื่อแข่งขันรายการยุโรปในปี 2000

สำหรับสนามไฮบิวรี่นั้น ในฤดูกาล 1999-2000 อาร์เซนอลก็ได้ใช้สนามนี้ทำการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า คัพ ซึ่งในตอนนั้นพวกเขาสามารถทะลุเข้าไปรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามในเดือนกันยายนถือเป็นครั้งแรกที่สังเวียนแข้งอันเก่าแก่และมีชื่อเสียงแห่งนี้ได้ใช้จัดแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งอาร์เซนอลได้เปิดบ้านรับการมาเยือนจากยอดทีมจากประเทศยูเครนอย่าง ชัคเตอร์ โดเน็ตส์ค

เป็นที่คาดการณ์กันว่าเกมนี้อาร์เซนอลจะเป็นฝ่ายครองเกมไว้ได้ เนื่องจากทีมจากยูเครนไม่ใช่ทีมระดับหัวแถวของยุโรป อีกทั้งพวกเขายังเข้าแข่งขันรายการนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรอีกด้วย

แต่เมื่อการแข่งขันเริ่มขึ้น บรรดาแฟนๆ “เดอะกันเนอร์ส” ถึงกับช็อคเมื่อทีมรักของพวกเขาถูกขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ช่วง 30 นาทีแรกของเกม แม้ว่า ซิลแว็ง วิลตอร์ จะมาทำประตูตีไข่แตกให้กับทีมได้ในช่วงท้ายครึ่งแรก แต่อาร์เซนอลก็ต้องตกเป็นฝ่ายตามหลัง 2-1 จนกระทั่งนาทีที่ 85 ซึ่งต้องยกความดีความชอบเป็นอย่างมากให้กับ ยูริ เวิร์ต นายด่านทีมเยือนที่ฟอร์มเหนียวหนึบผิดปกติในเกมนั้น อย่างไรก็ตาม มาร์ติน คีโอว์น ก็มาเป็นฮีโร่ใช้อกทำประตูจากลูกเตะมุมเพื่อตีเสมอให้กับทีม จากนั้นไม่กี่นาทีต่อมาเขาก็แปเน้นๆให้อาร์เซนอลแซงขึ้นนำ 3-2 เอาชนะทีมจากยูเครนได้ ซึ่งการพลิกนรกเอาชนะในช่วง 5 นาทีสุดท้ายได้นั้นทำให้แมตช์ในค่ำคืนดังกล่าวเป็นเกมที่น่าจดจำของเหล่าแฟนๆ อย่างแท้จริง

2000 September 20 Arsenal England 3 Shakhtar Donetsk Ukraine 2 Champions League

2. อาร์เซนอล 1-0 ดินาโม เคียฟ ซีซั่น 2003/2004

ดินาโม เคียฟเกือบเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อยู่แล้วในปี 1999 และในเดือนพฤศจิกายน 2003 พวกเขาโคจรมาพบกับอาร์เซนอลที่สนามไฮบิวรี่  พร้อมกับความหวังที่จะทำผลงานให้ดีเหมือนที่เคยทำได้

โดย 4 ปีก่อนหน้านั้นที่สนามโอลิมปิก สเตเดี้ยม ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ดินาโม เคียฟ ที่นำโดย อังเดร เชฟเชนโก้ ฉีกอาร์เซนอลออกเป็นชิ้นๆ โดยเอาชนะไปได้ 3-1 ผ่านเข้ารอบไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ในฤดูใบไม้ผลิปี 2003 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เกมระหว่างทั้งสองทีมดำเนินไปอย่างดุเดือด โดยเป้าหมายของทีมดังจากยูเครนคือการคว้า 1 แต้มเพื่อโอกาสในการลงเล่นรายการยูฟ่า คัพ

แม้ว่าดินาโม เคียฟ จะต้องการเพียงแค่ผลเสมอ แต่อาร์เซนอลกลับต้องชนะเท่านั้นเพื่อโอกาสในการเข้ารอบต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านั้นพวกเขาทำผลงานได้ไม่ดีเอาเสียเลยเมื่อเก็บได้เพียง 1 คะแนน จาก 3 เกม จึงทำให้เกมนี้จำเป็นต้องคว้า 3 แต้มให้ได้ และเมื่อเกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 88 แฟนๆ ทีมปืนใหญ่ก็ได้เฮ เมื่อ แอชลี่ย์ โคล พุ่งโหม่งให้ทีมปืนใหญ่ขึ้นนำได้สำเร็จ ซึ่งประตูนั้นเปรียบเสมือนการปลุกวิญญาณของทีมปืนใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งเลยทีเดียว

มันเหมือนเวลาตอนนั้นเดินช้าลง จากจังหวะที่ เธียร์รี่ อองรี โหม่งชงมาให้ และ แอชลี่ย์ โคลก็ทิ้งตัวโหม่งลูกบอลพุ่งเข้าไปซุกอยู่ที่ก้นตาข่าย แฟนๆ กระโดดชูมือและโห่ร้องดังกึกก้อง ทุกคนต่างดีใจสุดขีดและเฉลิมฉลองไปตลอดทั้งคืนนั้น

Арсенал-Динамо Киев 1-0 ЛЧ 2003/2004 - Arsenal-Dynamo Kiev 1-0 CL 2003/2004

3. อาร์เซนอล 3-0 เอซี มิลาน ซีซั่น 2011/12

แม้อาร์เซนอลจะพ่ายแพ้ให้กับขุนพลรอสโซเนรี่จนต้องตกรอบยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในปี 2012 แต่พวกเขาก็ได้ฝากวีรกรรมบางอย่างเอาไว้ ซึ่งก็คือการแข่งขันนัดที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของปีศาจแดงดำที่ทีมปืนใหญ่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในค่ำคืนอันยิ่งใหญ่นับตั้งแต่ย้ายรังมาอยู่ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมซึ่งมีความจุ 60,000 คนเลยทีเดียว

โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนทีมรักของพวกเขาเพิ่งจะถูกเอซี มิลาน ถล่มถึงขั้นเสียหลัก โดยแพ้ไปถึง 4-0 แม้ว่านัดแรกสกอร์จะขาดแล้วแต่หลายๆ คนที่ไปดูเกมที่สนามนัดนั้น ก็ไม่มีใครอยากเห็นเกมที่อาร์เซนอลเล่นแบบประคองตัวและปลอดภัยไว้ก่อน แม้ว่าการกลับมายิง 4 ประตูเพื่อที่จะเข้ารอบเป็นเรื่องยาก และในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลรายการนี้ก็ยังไม่เคยมีใครเคยทำได้เลย

ถึงท้ายที่สุดจะเป็นไปตามที่คาดการณ์กันคือเอซี มิลาน ผ่านเข้ารอบต่อไป และสถิติที่ไม่เคยมีใครพลิกกลับมาเข้ารอบได้จะยังคงอยู่ กระนั้นขุนพลปีศาจแดง-ดำก็น่าเรียนรู้อะไรบางอย่างกลับไป เมื่อถูกบรรดาแข้งปืนใหญ่ใช้ความเร็วเข้าโจมตีในช่วง 45 นาทีแรกอย่างสนุกสนาน จนทำให้อาร์เซนอลออกนำถึง 3-0 และเกือบจะได้ประตูที่ 4 อีกด้วย ส่งผลให้รูปเกมในครึ่งหลังเต็มไปด้วยความพลิกผันและพร้อมจะออกได้ทั้ง 3 หน้า ซึ่งขุนพลเดอะ กันเนอร์ส ได้แสดงให้เห็นแล้วถึงความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะจนเกือบจะคัมแบ็คได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว

4. อาร์เซนอล 2-1 บาเลนเซีย ซีซั่น 2000/01

เวลา 20.50 น. ของวันที่ 4 เมษายน ปี 2001 สนาม 2 แห่งที่กำลังแข่งขันฟุตบอลยุโรปบนเกาะอังกฤษแทบจะระเบิด เมื่อสโมสรลีดส์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า และพลพรรคยูงทองก็ทำ 3 ประตูส่งผลให้พวกเขามีโอกาสสดใสที่จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะเดียวกันเมื่อลงไปทางใต้อีก 170 ไมล์ซึ่งเป็นถิ่นของลอนดอนเหนือ เรย์ พาร์เลอร์ ก็ยิงจากนอกกรอบเขตโทษลูกบอลพุ่งเสียบ 3 เหลี่ยมเป็นประตูขึ้นนำหลังจากที่ เธียร์รี่ อองรี เพิ่งจะตีเสมอให้กับทีม 2 นาทีก่อนหน้านั้น จนทำให้ทีมเก็บชัยชนะเหนือบาเลนเซียไปได้ 2-1 ในนัดแรก

ณ ตอนนั้นภายในสนามไฮบิวรี่เหมือนมีพลังงานบางอย่างปะทุขึ้นเมื่อแฟนๆ ต่างฉลองกันอย่างบ้าคลั่ง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้สัมผัสบรรยากาศเกมรอบน็อคเอ้าท์ของฟุตบอลรายการใหญ่ที่สุดของยุโรป

โดยเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่อาร์เซนอลสามารถผ่านรอบแบ่งกลุ่มรอบที่ 2 มาได้อย่างหวุดหวิด โดยผลเสมอที่กรุงมอสโกระหว่างสปาร์ตัก มอสโก กับโอลิมปิก ลียง ส่งผลให้ทีมปืนใหญ่เข้ารอบทันที แม้ว่าพวกเขาจะพ่ายแพ้ในกับบาเยิร์น มิวนิค 1-0 ก็ตาม ทำให้เกมกับบาเลนเซียนัดนี้กลายเป็นเกมที่มีความหมายอย่างมาก

แม้ว่าในท้ายที่สุดหลังจากไปเยือนถิ่นเมสตายาของบาเลนเซีย ทัพปืนใหญ่ก็ต้องตกรอบจนได้จากกฏการยิงประตูทีมเยือน ตรงกันข้ามกับลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สามารถผ่านเข้ารอบตัดเชือกได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามการตกรอบครั้งนี้ก็ไม่สามารถหยุดการเฉลิมฉลองของแฟนๆ ที่ปลาบปลื้มและมีความสุขที่สุดในคืนวันนั้นได้เลย

Romford Pele's Top 10 Goals

5. อาร์เซนอล 3-1 ยูเวนตุส ซีซั่น 2001/02

ถือเป็นแมตช์ที่มีส่วนผสมทุกอย่างที่ทำให้เป็นแมตช์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเกมหนึ่ง โดยยูเวนตุสของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้ ยกขึ้นพลมาเยือนถึงถิ่นไฮบิวรี่ในเดือนธันวาคมปี 2001

หลังจากที่เอาชนะเดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า ได้สำเร็จในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มรอบที่ 2 ก็เข้าสู่ฤดูที่อากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน พวกเขาจึงต้องการที่เก็บชัยชนะให้ได้เพื่อรักษาโมเมนตัมของทีมไว้ก่อนที่จะบอลถ้วยยุโรปเข้าสู่ช่วงพักเบรคหนีหนาว

เธียร์รี่ อองรี และ เฟร็ดดี้ ลุงเบิร์ก ทำ 2 ประตูช่วยให้ปืนใหญ่ขึ้นนำ ก่อนที่ สจ๊วร์ต เทย์เลอร์ จะมาทำเข้าประตูเองจากการป้องกันลูกยิงของ ดาวิด เทรเซเก้ต์ ทำให้ยูเวนตุสไล่มาเป็น 2-1 หลังจากนั้นทั้งสองทีมต่างพยายามช่วงชิงจังหวะกันตลอด 40 นาทีที่เหลือ จนกระทั่งนาทีที่ 88 เดนนิส เบิร์กแค้มป์ ดีดบอลทะลุช่องให้ลุงเบิร์กยิงประตูที่ 2 ของตัวเองเป็นประตูตอกฝาโลงให้กับอาร์เซนอล ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประตูแห่งความทรงจำของเกมยุโรปที่เกิดขึ้นไฮบิวรี่เลยทีเดียว และประตูดังกล่าวก็ยังจุดประกายให้กับอาร์เซนอลในช่วงที่เหลือของฤดูกาลจนคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปครองได้สำเร็จ นับว่าประตูของลุงเบิร์กเป็นประตูหนึ่งที่น่าจดจำของแฟนๆ อย่างแท้จริง

Arsenal - Juventus 3-1 (04.12.2001) 2a Giornata, 2a Fase CL.

6. อาร์เซนอล 2-1 บาร์เซโลน่า ซีซั่น 2010/11

แม้แฟนๆ อาร์เซนอลออกจากสนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยมพร้อมกับความปลื้มปิติยินดี มีการเฉลิมฉลองดังไปทั่วจนแทบจะหูหนวก แต่มันก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเท่าไหร่นักเพราะการเปิดบ้านชนะบาร์เซโลน่าด้วยสกอร์ 2-1 อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบ โดยเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2011 คือฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกันที่ทีมของเวงเกอร์โคจรมาเจอกับทีมดังแห่งแคว้นคาตาลันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และมันก็จบลงด้วยการตกรอบ 2 ครั้งซ้อนเช่นกัน

แต่ในรอบ 6 ปีที่ผ่านมาที่พวกเขาตกรอบนี้ นี่คือปีเดียวที่พวกเขาเริ่มเตะนัดที่ 2 โดยที่มีผลรวมประตูนำอยู่ ซึ่งบรรดาแข้งปืนใหญ่ก็สมควรจะได้รับความได้เปรียบนี้ ต้องขอบคุณ อังเดร อาชาวิน ที่แสดงให้เห็นว่าทำไมครั้งหนึ่งเขาถึงเป็นเจ้าของการเซ็นสัญญามูลค่าสูงที่สุดของสโมสร ด้วยการทำประตูชัยก่อนหมดเวลาเพียง 8 นาที ส่งให้อาร์เซนอลเปิดบ้านเอาชนะบาร์เซโลน่าไปได้

Arshavin vs Barcelona Martin tyler commentary (No effects or songs)