Analysis

แมวไม่อยู่หนูร่าเริง : ปรีซีซั่นสุดบ้าคลั่งของแมนฯ ยูไนเต็ด ที่ออสเตรเลีย ในปี 1999

Manchester United Australia tour

คุณเห็นรอยยิ้มของคนในรูปหรือป่าว มันเกิดจากการที่คุณคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ได้ และได้เดินทางมาเป็นระยะทางกว่า 10,000 ไมล์...  

We are part of The Trust Project What is it?

และคนคุมทีมไม่ใช่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน แต่เป็นสตีฟ แม็คคลาเรน นี่คือพรีซีซั่นที่สนุกสนานและบ้าคลั่งที่สุดของทัพปีศาจแดง ซึ่งเกิดขึ้นที่ออสเตรเลีย

“การไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ออสเตรเลียในปี 1999 เป็นทริปที่สนุกที่สุดทริปหนึ่งที่ผมเคยเข้าร่วม” ดไวท์ ยอร์ค

“การไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ที่ออสเตรเลียในปี 1999 เป็นทริปที่สนุกที่สุดทริปหนึ่งที่ผมเคยเข้าร่วม” ดไวท์ ยอร์ค เล่าให้ฟังพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน “และมันยิ่งวิเศษขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้ผมเจอผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา ผมประทับใจมากๆ”

เพื่อนร่วมทีมในอดีตของเขาต่างยิ้มรับ และเห็นพ้องต้องกันว่า การเดินทางไปพรีซีซั่นที่ออสเตรเลียเป็นพรีซีซั่นที่ดีที่สุดเท่าที่เคยจัดมา แน่นอนว่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ทริปนี้ยอดเยี่ยมอาจเป็นเพราะในปีนั้น นักเตะปีศาจแดงเพิ่งจะคว้าทริปเปิ้ลแชมป์มาได้ หลังจากที่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำประตูชัยในนาทีสุดท้าย ในเกมรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก กับบาเยิร์น มิวนิค ที่เมืองบาร์เซโลน่า

ผลการแข่งขันในคืนนั้นทำให้เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และนักเตะชั้นยอดอย่างไรอัน กิ๊กส์, เดวิด เบ็คแฮม, ปีเตอร์ ชไมเคิล, รอย คีน และยาป สตัม คว้าแชมป์ฟุตบอลรายการระดับสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปได้สำเร็จ

แต่น้อยคนนักที่จะจำได้ว่าเกมต่อมาสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด คือการเล่นกับทีมเมลเบิร์น เอมซีจี ในอีกสองเดือนถัดมา ซึ่งเป็น 1 ใน 4 เกม ที่สโมสรออกทัวร์ในช่วงพรีซีซั่น นอกจากที่นี่ พวกเขายังต้องไปซิดนีย์, เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง และผู้ชมการแข่งขันในแต่ละเกมอุ่นเครื่องของพวกเขาก็มีค่าเฉลี่ยมากถึง 8 หมื่นคนต่อเกม

วิ่งเข้าหาเงิน

การมาพรีซีซั่นที่เอเชียถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุก 2 ปี เพื่อออกมาจัดการแข่งขันเพื่อหารายได้จากแฟนบอลทั่วโลก และเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับแฟนๆ ที่กัวลาลัมเปอร์ไปจนถึงปักกิ่ง แน่นอนว่าพวกเขายังไม่เคยลงสนามในสนามที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียมาก่อน

ก่อนจะมาออสเตรเลียคราวนี้ ทัพปีศาจแดงเคยมาเยือนที่นี้แล้ว 4 ครั้ง ในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970 พวกเขาเข้าพักที่โรงแรมคูกี้ เบย์ ในซิดนีย์ ซึ่งตำนานของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง แพท ครีแรนด์ เคยพบเจอขโมยบุกห้องมาแล้ว และด้วยความเป็นขาโหดของทีม ทำให้เขาตะโกนใส่ขโมยคนนั้นไปว่า “เข้ามาเลย ไอ้เวร” พร้อมกับไล่ตามโจรคนนั้นไปทั้งที่ยังสวมใส่ชุดนอน

โจรคนนั้นปล้นเงินออกไปได้ 200 ดอลลาร์ ก่อนที่เขาจะหยุดวิ่งหนี หัวไปจ้องหน้าครีแรนด์ พร้อมกับโชว์ปืนที่เอว แล้วพูดกับเขาว่า “ลองเข้ามาใกล้อีกนิดสิ แล้วข้าจะฆ่าแกให้ดู” ทำให้ครีแรนด์เลิกไล่ตาม และเรื่องนี้ก็กลายเป็นเหตุการณ์ที่ตื่นเต้นที่สุดของการมาออสเตรเลีย

แต่ดูเหมือนว่านักเตะของแมนฯ ยูไนเต็ดในทศวรรษ 1990 จะไม่ต้องเจอกับอันตรายเหล่านั้น ในความคิดของพวกเขา พวกเขาสนใจแต่เพียงการเดินทางเพื่อไปลงเล่นเกมอุ่นเครื่องกับทีมทั่วโลก มีรายงานว่าทีมปีศาจแดงได้รับเงินเป็นจำนวน 3.1 ล้านดอลลาร์ จากเรเน ริฟกิน เพื่อลงเล่นสองเกม เกมหนึ่งที่เอมซีจี (เมลเบิร์น คริกเก็ต กราวนด์) และอีกเกมที่ออสเตรเลีย สเตเดี้ยม

มีอยู่ไม่กี่เมืองหรอกที่อยู่ห่างจากแมนเชสเตอร์เท่ากับเมลเบิร์น แต่สโมสรก็มองเรื่องนี้ว่าเป็นโอกาสที่ดีในการทำเงิน เมื่อนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดมาถึงจากเที่ยวบินทั้ง 3 ไฟล์ท (ซึ่งมีเหตุมาจากความต้องการของบริษัทประกันภัย แปลกไหมล่ะ) และพวกเขาก็พบกับป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่เขียนว่า ‘ยินดีต้อนรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่เมลเบิร์น’ การมาถึงของทัพปีศาจแดงกลายเป็นข่าวใหญ่โต และมีรูปของพวกเขาลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นทุกฉบับ

“คุณเป็นใครกัน?”

เรื่องนี้เป็นประเด็นในพื้นที่เฉพาะ ริฟกินได้รับสิทธิ์ในการจัดการทีมปีศาจแดง และเขาเลือกที่จะไม่สนใจคำขอของแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ดกว่า 600 คน ในรัฐวิคตอเรีย ในงานพูดคุย และถามตอบกันในเรื่องต่างๆ ที่โรงแรมคราวน์ ขณะที่ตำแหน่งของโฆษกก็ถูกมอบให้คนที่ไม่รู้จักนักเตะเหล่านี้มาทำหน้าที่

“คุณเป็นใครกัน?” คำถามนี้จากปากโฆษกทำให้โซลชารู้สึกอับอายพอสมควร ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนทำประตูชัยในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ ลีก ในปีดังกล่าวแท้ๆ อย่างไรก็ตาม นักเตะดูจะชอบออสเตรเลียพอสมควร แม้กระทั่งอากาศในช่วงกลางหน้าหนาวก็ตาม

“สุดยอด นี่เป็นทริปที่สุดยอดมาก” แอนดี้ โคล พูดถึงความหลังให้ฟัง “ผมเดินทางไปรอบโลก และไม่เคยพบที่ไหนดีเท่าที่ออสเตรเลียในปี 1999 อีกแล้ว มันอาจจะเป็นการเดินทางที่ไกล แต่ฟุตบอลก็ทำให้มันเป็นเรื่องทีดีได้ การแข่งขันมันอยู่ในระดับที่สูงกว่าที่เราเคยเจอ ซิดนีย์กับเมลเบิร์นเป็นเมืองที่มหัศจรรย์ เป็นเกียรติแก่เราอย่างมากที่ได้ลงเล่นในเอมซีจี และซิดนีย์ โอลิมปิก สเตเดี้ยม ก่อนที่การแข่งขันโอลิมปิกจะเริ่มจริงๆ”

“ผมมาจากครอบครัวนักคริกเก็ตที่ใหญ่โต และพ่อของผม ซึ่งมาจากจาเมก้า ก็ไม่เคยดูผมเล่นฟุตบอลมาก่อนเลยในชีวิต แต่เมื่อผมบอกเขาว่า ผมจะลงเล่นในสนามเอมซีจี เขาก็รู้สึกดีใจมาก ปัญหาเดียวที่เกิดก็คือ เขาคิดว่าผมไปเล่นคริกเก็ตน่ะสิ!”

การเดินทางระยะไกลสองครั้งหลังสุดของแมนฯ ยูไนเต็ด คือการมาที่เอเชีย และแฟนบางคนก็ดูราวกับคนเป็นโรคประสาท มันสร้างความประหลาดใจให้กับทัพเรด เดวิลส์ เหมือนกัน

“ผมรู้อยู่เสมอว่าแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นที่นิยมขนาดไหน แต่บางสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อคุณได้เห็นด้วยตาของตัวเอง คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ได้ดีเสมอไปหรอก” นิคกี้ บัตต์ กล่าว “เมื่อตอนเป็นเด็ก ผมชอบการออกทัวร์นะ ผมมักจะออกไปท่องราตรีกับเพื่อนๆ และสนุกไปกับมัน แต่ต่อมา เมื่อผมอยู่กับยูไนเต็ด มันกลับกลายเป็นเรื่องแย่ เบ็คแฮมดูจะประสบกับปัญหามากที่สุด เราต้องอยู่ในโรงแรมตลอดเวลา 10 วัน และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนเลย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง”