Analysis

แพ้อังกฤษไม่เป็นไร? : เบื้องลึกที่แฟนโครแอตบางกลุ่มไม่อยากได้แชมป์โลก

แม้โครเอเชียจะผ่านเข้ามาถึงรอบตัดเชือกของฟุตบอลโลก แต่ก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลมีความสุขเลย มาดูกันว่า โครเอเชียมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นภายในทีม แล้วเหตุใดการคว้าแชมป์โลกของพวกเขา ถึงทำให้แฟนบอลในประเทศต้องผิดหวัง

We are part of The Trust Project What is it?

โครเอเชียเป็นหนึ่งในทีมที่เคยทำให้อังกฤษต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่น่าอับอายที่สุด ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2007 ทีมตราหมากรุกบุกมาชนะอังกฤษได้ถึงเวมบลีย์ ในการแข่งขันรอบคัดเลือกยูโร 2008 3-2 และทำให้ทัพสิงโตคำรามไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยูโร 2008 รอบสุดท้าย จากวันนั้นผ่านมา 10  ปี ทัพทรีไลออนส์มีโอกาสจะได้ล้างอาย เมื่อทั้งสองทีมมาเจอกันในฟุตบอลโลก 2018 รอบรองชนะเลิศ

ทัพสิงโตคำรามชุดฟุตบอลโลก 2018 ไม่มีผู้เล่นจากทีมชุดที่แพ้โครเอเชียในปี 2007 หลงเหลืออยู่เลย ขณะที่โครเอเชียมีผู้เล่นจากชุดนั้นติดทีมมาถึง 3 คน คือเวดราน ชอร์ลูก้า, ลูก้า โมดริช และอิวาน ราคิติช และอาจรวมอิวิกา โอลิช ที่เป็นผู้ช่วยโค้ชของทีมโครเอเชียชุดนี้เข้าไปอีกคนก็ได้  และผู้ช่วยโค้ชคนปัจจุบันของโครเอเชียอย่างโอลิช ก็เป็นหนึ่งในผู้ทำประตูในเกมที่เวมบลีย์เมื่อปี 2007 ซึ่งอดีตกองหน้าของทัพตราหมากรุกคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และดูเหมือนว่าเขาเองจะมอบจิตวิญญาณนี้ให้กับทีมไปด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากในการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้อังกฤษเอง คงจะต้องเผชิญกับความลำบากในการแข่งขันที่สนามลุชนิกี้ สเตเดี้ยม อย่างแน่นอน

ความรู้สึกที่แตกต่าง

ดูเหมือนว่าบรรยากาศของทีมชาติโครเอเชีย จะมีความเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา อย่างแรกที่เห็นได้ก็คือ เมื่อก่อนการที่นักฟุตบอลลงเล่นให้ทีมชาตินั้นถือเป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขาภูมิใจ แต่ในปัจจุบันกลับไม่เป็นเช่นนั้น โครเอเชียเป็นทีมหนึ่งที่กำลังเผชิญกับการขาดความสามัคคีในชาติ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดของนักเตะในทีม

เหล่าผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลโครเอเชียเองเป็นต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดรับรู้ดีว่าปัญหามันเกิดมาจากส่วนกลางของพวกเขา โค้ชของทัพตราหมากรุกในตอนนั้นอย่างอันเต้ คาซิช ถูกมองเป็นเพียงหุ่นเชิดให้กับประธานสมาคมฟุตบอลอย่างดาวอร์ ซูเคอร์ และซดราฟโก้ มามิช(คนในภาพด้านล่าง) ที่ถูกมองว่าเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในวงการฟุตบอลของโครเอเชีย พวกเขาทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นทีม และนั่นส่งผลให้แฟนบอลของโครเอเชียต้องการที่จะเห็นทีมของตัวเองล้มเหลว

ประชาชนส่วนใหญ่มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าอันเต้ คาซิช ซึ่งเคยทำงานร่วมกับมามิชมาก่อนที่ดินาโม ซาเกร็บ เป็นแค่เพียงหุ่นเชิดของผู้บริหาสมาคมฟุตบอลโครเอเชีย และมันส่งผลให้เขาถูกปลดจากตำแหน่งในตอนที่โครเอเชียยังเหลือโปรแกรมลงสนามอีก 1 นัด ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนยุโรป และเป็นซลัตโก ดาลิช ซึ่งไม่มีชื่อเสียงในงานคุมทีมนัก ขึ้นมาทำหน้าที่แทน และอยู่ในตำแหน่งมาจนถึงตอนนี้ ดาลิชทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกกับยูเครน ในเกมรอบเพลย์ออฟกับกรีซ ช่วยให้ทีมไปเล่นฟุตบอลโลกที่รัสเซียได้สำเร็จ ผลงานของเขาทำให้แฟนบอลบางคนเริ่มยกย่องเขาราวกับเป็นฮีโร่ แต่ส่วนใหญ่ก็ยังตั้งแง่กับกุนซือคนนี้อยู่

ยูไรจ์ เวอร์โดยัค นักข่าวชาวโครเอเชียของเทเลสปอร์ต อธิบายถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ดาลิชอาจจะไม่ได้ติดต่อกับมามิชเหมือนกับคาซิช แต่ดาลิชเองก็ทำงานเป็นโค้ชและผู้อำนวยการกีฬาให้กับสโมสรวาราซดิน ซึ่งหลายคนในสโมสรนี้ทำงานอยู่ภายใต้การดูแลของมามิช แม้เขาจะบอกว่าไม่เคยทำงานอะไรร่วมกับมามิช แต่ก็มีรูปภาพหลายรูปที่ยืนยันว่าพวกเขาเคยอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าผู้บริหารในสมาคมฟุตบอลโครเอเชียจึงสร้างความสงสัยให้กับทุกคน”

ในระยะเวลาสั้นๆ ดาลิชคงไม่สามารถทำให้ตัวเองพ้นจากข้อครหาต่างๆ ได้ แต่เรื่องนี้ดูเหมือนจะไม่จบอยู่แค่บรรดาโค้ชและผู้บริหาร เพราะในขณะเดียวกัน กัปตันทีมโครเอเชียอย่างลูก้า โมดริช ก็ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ไปด้วย เขาถูกกล่าวหาว่าให้การเท็จในคดีความการย้ายทีมไปอยู่กับสเปอร์สในปี 2008 ของตัวเอง และหากโมดริชถูกพบว่าให้การเท็จ เจ้าตัวก็อาจจะต้องโดนลงโทษจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

แม้โครเอเชียจะต้องรับมือสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีภายในทีมตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาของ แต่แฟนบอลหลายๆ คนก็มองว่า พวกเขาต้องสนับสนุนชาติของตัวเองไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่แฟนบอลบางคนก็ไม่เห็นด้วย และอาจจะผิดหวังด้วยซ้ำ ถ้าโครเอเชียคว้าแชมป์โลกได้สำเร็จ

ทัวร์นาเมนท์สุดท้ายที่มีสิทธิ์เป็นแชมป์

ตอนนี้ทัพตราหมากรุกยังอยู่ในเส้นทางการลุ้นแชมป์โลก พวกเขามาถึงรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จอีกครั้ง หลังจากเคยทำได้เมื่อปี 1998 และการแข่งขันครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของนักเตะชุดนี้ โดยเฉพาะกับเหล่ากองกลางมากพรสวรรค์ของทีม ซึ่งนำทัพโดยโมดริช และราคิติช

ทัพโครแอตประสบปัญหาที่ว่าจะทำยังไงให้โมดริชกับราคิติชเล่นด้วยกันได้ ซึ่งปัญหานี้คล้ายกับสิ่งที่ทีมชาติอังกฤษเคยเผชิญเมื่อพวกเขามีแฟรงค์ แลมพาร์ด และสตีเวน เจอร์ราร์ด อยู่ในทีม และในตอนนั้น อังกฤษก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้

แม้กุนซือของทัพตราหมากรุกอย่างดาลิช จะทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลกครั้งนี้ เช่นเกมที่เอาชนะอาร์เจนติน่า 3-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่การเล่นของพวกเขาดูจะมีประสิทธิภาพลดลงมาก เมื่อเจอกับทีมที่เพรสซิ่งเร็ว จนทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้

ในเกมกับไนจีเรีย โครเอเชียทำผลงานได้น่าผิดหวังมาก แม้จะชนะไปได้ 2-0 ก็ตาม ที่สำคัญคือทัพตราหมากรุกดูจะหวังพึ่งโชคชะตามากพอสมควรในการเล่นรอบน็อคเอาท์ ด้วยการเอาชนะเดนมาร์ก และรัสเซีย ด้วยการดวลจุดโทษทั้ง 2 เกม โดยที่เดนมาร์กนั้นทำให้โครเอเชียต้องเจอกับความลำบากพอสมควรกว่าจะเอาชนะมาได้

จุดอ่อนของทีม

“ดาลิชเป็นโค้ชที่มีความยืดหยุ่น เขามักจะลองใช้ระบบการเล่นที่แตกต่างไป แต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนแนวทางการเล่นได้ และโครเอเชียชุดนี้ก็ขาดการประสานงานที่ดีในแผงกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังที่สุด พวกเขาสามารถจะเอาชนะเดนมาร์กและรัสเซียได้ง่ายๆ เลย ถ้าเขารู้วิธีที่ทำให้โมดริชและราคิติชเล่นออกมาได้ดีที่สุด สรุปง่ายๆ ก็คือ แค่คุณไม่ให้พื้นที่กับพวกเขา ยืนตำแหน่งเกมรับให้ต่ำไว้ คุณก็จะสามารถสร้างปัญหาให้กับโครเอเชียได้แล้ว” นี่คือสิ่งที่ยูไรจ์ เวอร์โดยัค นักข่าวจากเทเลสปอร์ต กล่าวถึงกุนซือของทัพตราหมากรุก และรูปแบบการเล่นของพวกเขา

แต่อังกฤษจะทำได้ดีแบบเดนมาร์กหรือไม่? พวกเขาจะยอมเล่นแบบนั้นหรือเปล่า? นี่คือคำถามสำคัญ ก่อนที่การแข่งขันรอบรองชนะเลิศคู่ที่สองจะเริ่มขึ้นในคืนนี้

ความจริงที่ปรากฏให้เห็นก็คือ โครเอเชียเล่นเกมสวนกลับเร็วได้ดีมาก และพวกเขาก็พิสูจน์ทำให้เห็นแล้วในเกมกับอาร์เจนติน่า อย่างไรก็ตาม อังกฤษก็เป็นทีมที่เปราะบางพอสมควร หากต้องเผชิญกับความกดดันมากๆ ถ้าโครเอเชียเลือกจะเล่นแบบครองบอลบุก ตัวทำเกมอย่างโมดริช ก็น่าจะมอบสร้างความอันตรายแก่อังกฤษได้มากพอสมควร

โมดริชยังเป็นนักแตะที่มีความสามารถในการคุมเกมอยู่เสมอ แม้เขาจะต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องแท็คติกของทีม และปัญหานอกสนาม กองกลางจากเรอัล มาดริดรายนี้มีทัศนคติที่น่าเหลือเชื่อ การวิ่งไล่บอลตลอด 120 นาที ในเกมกับรัสเซีย และการรับหน้าที่เป็นมือสังหารในการดวลจุดโทษของเขาทั้งสองเกม แม้จะพลาดจุดโทษในช่วงต่อเวลาของเกมกับเดนมาร์กมาก่อน ก็บอกถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจของเขาได้เป็นอย่างดี

แง่บวกในสนาม

โมดริชยังได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีมที่ลงเล่นด้วยกันมานาน อย่างมาริโอ มานด์ซูคิช กับอิวาน เปริซิช และกับนักเตะหนุ่มที่เพิ่งติดทีมชาติได้ไม่นานอย่างอันเต้ เรบิช ซึ่งตัวรุกสารพัดประโยชน์รายนี้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นในการแข่งขันฟุตบอลโลก หลังจากที่ทำผลงานได้ดีเยี่ยมกับไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต ในฤดูกาลที่ผ่านมา และฟอร์มการเล่นของเขาก็ยังแรงต่อเนื่องมาถึงการแข่งขันที่รัสเซียอีกด้วย

เรบิชเคยได้ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2014 มาแล้ว ในฐานะตัวสำรองเกมกับเม็กซิโก ซึ่งเจ้าตัวโดนใบแดงไล่ออกจากสนามในเกมนั้นด้วย แต่กับทีมชุดปัจจุบัน เขาถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม และด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง บวกกับทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม ก็น่าจะทำให้แผงหลังของอังกฤษต้องเจอกับความลำบากแน่นอน

แม้จะมีปัญหาในทีม แต่เกมกับโครเอเชียจะไม่ใช่งานง่ายแน่นอน สำหรับอังกฤษของแกเร็ธ เซาธ์เกต โครเอเชียเองมีโอกาสที่จะได้รับชัยชนะในการแข่งขันคืนนี้ และเมื่อจบฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทัพตราหมากรุกอาจจะทำให้แฟนบอลบางส่วนต้องพบกับความผิดหวัง หากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยแรกให้กับชาติตัวเองได้สำเร็จ

New features you'd love on FourFourTwo.com