แพ้คืออะไร? : สาเหตุที่มุสตาฟี่และผองเพื่อนยังไร้พ่าย

หลังจากที่อาร์เซนอลเอาชนะเวสต์แฮมไปแบบหมดรูป 5-1 ทำให้ มี 4 นักเตะในทัพปืนใหญ่ที่ยังคงไม่พบเจอกับความพ่ายแพ้เลยในฤดูกาลนี้ นั่นก็คือ มุสตาฟี่, โอซิล, ชิรูด์ และ กอสเซียลนี่ ซึ่งนี่คือสาเหตุว่าทำไมพวกเราเป็นแข้งไร้พ่าย 

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว มีเพียงนักเตะคนเดียวเท่านั้นในลีกที่ยังไม่พบเจอกับคำว่าแพ้ นั่นก็คือ คริสเตียน ฟุคส์ กองหลังของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ลงเล่นไปราวๆ 10 นัดและยังไม่แพ้ใครเลย ก่อนที่ในเวลาต่อมาก็พาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างยิ่งใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของฟุคส์นั้น เขาต้องตกเป็นแบ็คซ้ายหมายเลข 2 ของทีมก่อน ตามหลัง เจฟฟรีย์ ชรุปป์ ซึ่งนั่นทำให้เขาไม่ได้ลงเล่นในนัดที่จิ้งจอกสยามแพ้อาร์เซนอล 5-2 ขณะที่สถานการณ์ของทีมปืนใหญ่ในฤดูกาลนี้ค่อนข้างแตกต่างกัน เพราะ 3 จาก 4 แข้งที่ยังไม่แพ้ใครของพวกเขานั้น คือกำลังหลักของทีมมาตั้งแต่แรก และลงสนามช่วยทีมมาโดยตลอด

แม้ว่าในนัดล่าสุดนี้ จะมีแต่คนพูดถึงแฮททริคของอเล็กซิส ซานเชส ทว่าเขาคือคนที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล หลังจากที่เปิดบ้านแพ้ลิเวอร์พูลไป 4-3 ด้วยเหตุนี้ ทำให้คนที่ยังไม่แพ้เลย เหลือเพียงแค่ 4 คนคือ ชโคดราน มุสตาฟี่, เมซุต โอซิล, โลร็องต์ กอสเซียลนี่ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

นอกจากนั้น แข้งอีก 1 รายนี้ยังไม่เจอกับความพ่ายแพ้คือ โจเอล มาติป ปราการหลังตัวเก่งของลิเวอร์พูล เพราะเจ้าตัวไม่ได้ลงเล่นในเกมล่าสุดที่แพ้บอร์นมัธไป 4-3 ซึ่งความพ่ายแพ้เมื่อคืนนี้ ทำให้ ซาดิโอ มาเน่, เอ็มเร่ ชาน และ ลอริส คารุอุส ต่างต้องถูกกาชื่อทิ้ง

มุสตาฟี่เล่นได้แข็งแกร่ง

อันดับนักเตะไร้พ่าย

  • เมซุต โอซิล (อาร์เซนอล) 18
  • โลร็องต์ กอสเซียลนี่ (อาร์เซนอล18
  • ชโคดราน มุสตาฟี่ (อาร์เซนอล16
  • โจเอล มาติป (Liverpool) 13
  • โอลิวิเยร์ ชิรูด์ (อาร์เซนอล11

ชโคดราน มุสตาฟี่ กองหลังเลือดเยอรมันรายนี้ ย้ายมาร่วมทัพปืนใหญ่ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ ซึ่่งก่อนหน้านั้น ในเกมเปิดสนามของบาเลนเซียที่พบกับลาส ปัลมาส กองหลังรายนี้ก็ได้ลงเล่นช่วยทีมแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ก่อนที่ทีมจะแพ้ไป 4-2 สำหรับการย้ายมาของมุสตาฟี่นั่น นับเป็นความเสียหายอย่างมากของทัพค้างคาว

หลังจากอาร์เซนอลทุ่มเงิน 35 ล้านปอนด์ดึงตัวเขามาร่วมทีม เจ้าตัวก็ได้ประเดิมสนามทันทีในนัดที่ทีมปืนใหญ่เอาชนะเซาท์แฮมป์ตันไปได้ 2-1 และจากวันนั้น จนวันนี้ เขาก็กลายเป็นตัวหลักให้กับทีม และลงเล่นไปแล้ว 16 นัด ขณะที่ในฟุตบอลถ้วยนัดล่าสุดที่ลูกทีมของอาแซน เวงเกอร์ แพ้ให้กับทัพนักบุญไป 2-0 มุสตาฟี่ก็ได้พักอยู่ที่ข้างสนาม

ต้องยอมรับว่ามุสตาฟี่ตอบแทนอาร์เซนอลได้คุ้มค่าทุกเพนนีจริงๆ เมื่อเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่ง แถมยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำอีกด้วย โดยในเกมล่าสุดที่อาร์เซนอลถล่มเวสต์แฮมไป 5-1 นั้น มีจังหวะที่ปราการหลังเมืองเบียร์รายนี้ออกโรงตำหนิอเล็กซ์ อ็อกเลด แชมเบอร์เลน เพื่อนร่วมทีมจอมเลื้อยที่ดูจะไม่มีสมาธิในเกม แม้วว่าในตอนนั้น ทีมจะชนะขาดไปแล้วก็ตาม

ดวลกับวิคเตอร์ วานยาม่าในเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์

เห็นได้ชัดว่า มุสตาฟี่ นั้นทำผลงานได้ดีกว่าทั้ง แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ และ กาเบรียล เปาลิสต้า ที่ฤดูกาลที่แล้วสลับกันลงเล่นคู่กับกอสเซียลนี่ โดยกาเบรียลคือคนที่เล่นทำหน้าที่ในเกมกับเวสต์แฮมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งแม้ว่าในวันนั้นจะจบลงด้วยสกอร์ 3-3 แต่หากใครได้ดูเกมจะเห็นว่ากว่าทีมปืนใหญ่จะได้ 3 แต้มก็ทุลักทุเลพอสมควร ซึ่งจริงๆ แล้วเกมรุกของพวกเขานั้นทำได้ดีทีเดียว ทว่าเกมรับกลับทำได้ต่ำกว่ามาตรฐานจนทีมเก็บได้แค่แต้มเดียวเท่านั้น

“ปีที่แล้ว เราก็วิ่งไปทั่วสนาม” สลาเวน บิลิช กุนซือขุนค้อนกล่าว “ตอนนั้นเราตามอยู่ 2-0 แล้วเพวกเขาเกือบหนีไปเป็น 3-0 แต่แอนดี้ คาโรลล์ก็มาตีไข่แตกและพาเรากลับสู่เกมได้”

ในวันนั้น แคร์โรลล์สามารถทำแฮททริคได้จากโอกาสทั้งหมด 10 ครั้ง ขณะที่ในครั้งนี้ อดีตหัวหอกลิเวอร์พูลรายนี้ไม่ฟิตสมบูรณ์ทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้ตั้งแต่ต้นเกมได้ ทำให้กองหลังอารืเซนอลต้องรับมือกับ แอชลีย์ เฟล็ทเชอร์ ที่ขาดประสบการณ์แทน

“เกมรับของเราเล่นได้ดีมาก” เวงเกอร์กล่าวหลังจากทีมลบฝันร้ายจากถิ่นอัพตัน พาร์ค โดยสถิติของมุสตาฟี่นั่นดีทีเดียว เพราะเขาสามารถสกัดบอลทิ้งได้ถึง 7 ครั้ง เอาชนะลุกกลางอากาศ 6 จาก 7 ครั้ง มากกว่าใครๆ ในสนามเลยทีเดียว

โอซิลทำประตูมากขึ้น

จอมทัพรายนี้ไม่ได้ลงเล่นในเกมแรกเช่นเดียวกันเนื่องจาก เวงเกอร์อนุญาตให้เขาได้พักนานกว่าเพื่อนหลังกรำศึกหนักมาจากยูโร 2016 ทำให้เจ้าตัวกลับมาช่วยทีมในนัดที่ 2 แทน โดยโอซิลลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนที่หลังจากนั้นอีก 18 นัด เขาก็ยังไม่เจอกับคำว่าแพ้เลย

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โอซิลสามารถทำประตูได้อีกครั้ง โดยนับเป็นประตูที่ 8 ของเขาแล้วในฤดูกาลนี้ ซึ่งนั่นหมายความว่า เขายิงได้เท่ากับที่ทำได้ในฤดูกาล 2015/16 แล้ว อย่างไรก็ตาม นั่นก็แลกกับจำนวนแอสซิสต์ที่ลดลงไปอย่างน่าใจหาย เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขาทำไปทั้งหมด 19 แอสซิสต์ และในช่วงเดือนนี้ของปีที่แล้ว เขาก็จัดการจ่ายให้เพื่อนทำประตูไปแล้ว 16 ครั้ง ทว่าในปีนี้ เขาเพิ่งทำได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประตูของแชมเบอร์เลนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น คือแอสซิสต์ครั้งที่ 2 ของจอมทัพชาวเยอรมันรายนี้

โอซิลและ อเล็กซิส ซานเชส สามารถประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ ที่ตัวรุกชาวชิลีขยับเข้ามารับบทบาทกองหน้าตัวกลางให้กับทีม เห็นได้ชัดจากการที่ 4 ประตูที่โอซิลทำได้นั้น มาจากการจ่ายบอลของอเล้กซิสทั้งหมเ แถมในรอบ 14 เกมที่ผ่านมา อาร์เซนอลทำประตูไปแล้ว 33 ประตู ขณะที่ปีที่แล้ว พวกเขาทำได้แค่ 24 ลูกเท่านั้นเอง

กอสเซียลนี่รับบทผู้นำ

เนื่องจาก แพร์ แมร์เตซัคเกอร์อยู่ในระหว่างฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า และยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาในเร็ววันนี้ ทำให้ กอสเซียลนี่ กองหลังเลือดฝรั่งเศสรายนี้ต้องรับบทเป็นกัปตันทีมแทน

จริงๆ ปราการหลังพันธ์ดุรายนี้เป็นนักเตะที่ค่อยข้างพูดน้อยตามที่เวงเกอร์กล่าว ทว่า เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งนอกจากมุสตาฟี่ ที่โวยใส่แชมเบอร์เลนในเกมที่ผ่านมา เนื่องจากปีกรายนี้ดูจะไม่มีสมาธิในเกม

เช่นเดียวกับโอซิล กอสเซียลนี่ไม่ได้ลงเล่นในนัดแรกที่พบกับลิเวอร์พูล ทว่าหลังจากนั้น เขาก็ออกสตาร์ททุกนัดจนกระทั่งเมื่อวันเสาร์นี้ ทำให้เขาไม่แพ้ใครมาแล้ว 18 เกมติดต่อกัน แถม 16 จาก 18 เกมนั้นยังเป็นการจับคุ่กับ มุสตาฟี่ คู่หูคนใหม่ด้วย

ย้อนกลับไปในเกมกับแมนฯ ยูที่อาร์เซนอลทำได้ไม่ดีนัก กอสเซียลนี่สามารถสกัดบอลทิ้งได้ถึง 7 ครั้ง และเอาชนะลุกกลางอากาศได้ 5 จาก ทั้งหมด 6 ครั้ง ช่วยให้ทีมเก็บ 1 แต้มได้สำเร็จ

ชิรูด์จอมซูเปอร์ซับ

ความจริงแล้วนี่คือฤดูกาลที่ชิรูด์โชว์ฟอร์มได้ดีทีเดียว โดยเขายังไม่เจอกับความพ่ายแพ้ เพราะไม่ได้ลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูล และได้รับบาดเจ็บก่อนเกมฟุตบอลถ้วยด้วย ส่งผลให้ เจ้าตัวไม่แพ้ใครมา 11 นัดแล้ว

สำหรับบางคนอาจจะมองว่า การที่เขาไม่แพ้นั้น เป็นเพราะเจ้าตัวไม่ได้เป็นตัวจริงให้กับทีมปืนใหญ่อีกแล้ว เพราะในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในลีกแค่นัดเดียวเท่านั้น แถมในเวทียุโรป ก้ได้ออกสตาร์ทแค่ 2 นัด

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าถ้าหากไม่ได้ชิรูด์ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ทำประตูตีเสมอแมนฯ ยู ในนาทีที่ 89 ละก็ สถิติของทุกๆ คนก็จะหยุดลงตั้งแต่นัดนั้น แถมในเกมยุโรปกับลูโดโกเร็ทส์ หัวหอกทีมเมืองน้ำหอมรายนี้ก็เป็นคนยิงประตูตีเสมอให้กับทีมหลังจากโดนนำไป 2-0 ด้วย

ดังนั้นคงต้องยอมรับว่าสถิติเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่ได้โอลิวิเยร์ ชิรูด์ช่วยเอาไว้ ขอบคุณจริงๆ ...ชิรูด์