Talentspotter

แพทริค : ศูนย์หน้าพเนจรไร้นามในบราซิลสู่คู่หูสุดเก่งของ ธีรศิลป์ แดงดา

แพทริก โอลิเวียร่า ศูนย์หน้าคู่หูของ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดาแห่งสโมสร “คันธนูยักษ์” ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกเจลีก

We are part of The Trust Project What is it?

ผู้เขียน

ณรินทร์ภัทร บุญยวีรพันธ์

เขาทำให้ ธีรศิลป์ เล่นง่ายขึ้น , เป็นคู่หูที่ช่วยกันถล่มประตูคู่แข่ง มากกว่าแย่งตำแหน่งกันเอง และตัวเขาเองเคยออกมาชื่นชมดาวยิงหมายเลขหนึ่งทีมชาติไทยมาแล้ว

เขาเป็นใคร ? และเขาจะช่วยรีดฟอร์มเก่งของ “เจ้ามุ้ย” ได้อย่างไร , ติดตามอ่านกันได้ที่นี่

เขาเป็นศูนย์หน้าล่าฝันคนหนึ่งจากบราซิล และก็เหมือนอีกหลายๆคน เป้าหมายของเขาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

เขาค้าแข้งให้กับสโมสรจากบราซิลอีก 8 ทีม แต่นอกจาก วาสโก ดา กาม่า ก็ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร และได้ลงสนามไม่มาก

และในเมื่อการค้าแข้งในประเทศไม่ตอบโจทย์ เขาจึงเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปยังดินแดนอาทิตย์อุทัย ร่วมงานกับ “คาวาซากิ ฟรอนทาเล่” ยักษ์ใหญ่แห่ง เจ ลีกญี่ปุ่น ในปี 2013

ซึ่งนั่นเป็นครั้งแรกที่ชื่อของ “แพทริก” มีคำอุทานว่า “สุโค่ย” ตามหลังจากแฟนบอล...

เรื่องเล่า 60 วินาที

การย้ายมาร่วมทีมฟรอนทาเล่ เป็นการตัดสินใจที่ไม่ถูกเท่าใดนักของ แพทริค เพราะแม้เขาได้โอกาสลงสนามในลีกสูงสุด และทำประตูได้ตั้งแต่ลงเล่นนัดที่ 3 ในแมตช์ที่แพ้ให้กับ ซากาน โทสึ

แต่เขากลับไม่ได้ลงสนามกับทีมเท่าที่ควร และถูกดร็อปเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามนานถึง 2 เดือน

โชคยังดีที่ เวนท์โฟเรต โคฟุ ทีมท้ายตารางของเจลีก ให้โอกาสเขาลงสนามเป็นตัวจริงต่อเนื่อง ซึ่งนั่นทำให้เขาจับจังหวะการเล่นในฟุตบอลญี่ปุ่นถูก และทำไปได้ 5 ประตู จากการลงสนาม 16 เกม ในช่วงครึ่งซีซั่นหลัง

ฤดูกาลต่อไป ในปี 2014 เขากลับไปเล่นในบราซิลอีกครั้งกับทีม ฟอร์ตาเลซ่า และคิดว่าจะอยู่ที่นั่นยาว แต่เขาคิดผิด เมื่อทีมจากญี่ปุ่นอย่างกัมบะ โอซาก้า ชักชวนให้เขากลับไปหวดลูกหนังที่เอเชียอีกครั้ง และ ในช่วงเดือนกรกฎาคม เขาก็ตัดสินใจมาค้าแข้งกับ กัมบะ และได้ลงสนามช่วยทีมแทบทุกนัด ทำได้ถึง 8 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ ในช่วงเวลาเพียง 6 เดือน พาทีมผงาดคว้าแชมป์เจลีก ญี่ปุ่นได้อย่างยิ่งใหญ่

แรกเริ่มเดิมทีเหมือนเขาจะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งของธีรศิลป์...แต่ฤดูกาลถัดมา ซานเฟรซเซ่เปลี่ยนโค้ชไปใช้ ฮิโรชิ โจฟุกุ ที่ต้อนรับการมาของ ธีรศิลป์ ด้วยระบบ 4-4-2 จับเอา แพทริก กับ ดาวยิงช้างศึก ไปยืนเป็นศูนย์หน้าคู่กัน

เท่านั้นยังไม่พอ ฟอร์มของเขายังเป็นที่พูดถึงในศึกฟุตบอลถ้วย นาบิสโก้ คัพ (ลีก คัพ ญี่ปุ่น) เขาทำคนเดียวสองประตู ในเกมที่กัมบะ ตามหลังซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า 0-2 ก่อนกลับมาแซงเอาชนะได้สุดคลาสสิก 3-2

นอกจากนี้เขายังพาทีมเข้าชิงฟุตบอลรายการ เอ็มเพอเรอร์ คัพ (เอฟเอคัพ ญี่ปุ่น) และทำ 1 ประตู พาทีมเอาชนะ มอนเตดิโอ ยามางาตะ ในรอบชิงชนะเลิศ 3-1

จากผลงานในฤดูกาลนั้น ทำให้เขากลายมาเป็นตัวหลักของทีม กระทั่งมาโดนอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าเล่นงานในปี 2017 เขาต้องพักยาวถึง 8 เดือน และหลุดออกจากทีมตัวจริง

และกลายเป็นว่าโชคชะตาเปลี่ยนทิศให้เขาต้องมาเล่นให้กับ “พลธนูม่วง” ในเวลาต่อมา …

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

แรกเริ่มเดิมทีเหมือนเขาจะเป็นคู่แข่งแย่งตำแหน่งของธีรศิลป์ ซึ่งหากดูจากการทำทีมของ แจนส์ จอนสัน อดีตผู้จัดการทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีมใช้ระบบ 4-2-3-1 ก็เท่ากับว่า มีศูนย์หน้าตัวเป้าเพียงแค่คนเดียว

แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาฟอร์มดีเท่าใดนัก และกลายเป็นว่าทำได้เพียง 4 ประตู กับครึ่งซีซั่นแรกกับทีม “พลธนูม่วง”

แต่กับฤดูกาลถัดไป ซานเฟรซเซ่เปลี่ยนโค้ชไปใช้ ฮิโรชิ โจฟุกุ ที่ต้อนรับการมาของ ธีรศิลป์ ด้วยระบบ 4-4-2 จับเอา แพทริก กับ ดาวยิงช้างศึก ไปยืนเป็นศูนย์หน้าคู่กัน

ปรากฎว่านั่นช่วยให้ดาวยิงทั้งสองประสานงานกันได้อย่างยอดเยี่ยมมากขึ้น และทำให้ “มุ้ย” มีคู่ขาในแดนหน้า สามารถสลับขยับขึ้น-ลง ได้อย่างอิสระ และไม่โดดเดี่ยวในแดนของฝั่งตรงข้ามมากจนเกินไป

แพทริก เปิดเผยถึงความสัมพันธ์กับธีรศิลป์ว่า  “เรามีความสัมพันธ์ที่ดี และเริ่มปรับตัวให้เข้าหากันมากขึ้น ผมต้องขอชื่นชมว่า เขาปรับตัวกับฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว"

"ผมต้องการคู่หูในแดนหน้า ทั้งในและนอกสนาม และผมหวังว่า เราทั้งคู่จะช่วยกันผลิตสกอร์ให้ได้มากที่สุด”

ฉะนั้นจะไม่รู้จักเขาได้อย่างไร เพราะนี่แหละคือคู่ขาที่รู้ใจของ “มุ้ยซัง” ขวัญใจแฟนบอลแดนสยาม

จุดแข็ง

แพทริกมีรูปร่างที่สูงใหญ่ (สูง 189 เซนติเมตร) เขาเป็นนักเตะสไตล์บราซิเลี่ยนที่ครองบอลได้ดี และพาบอลไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ยากที่กองหลังฝั่งตรงข้ามจะแย่งบอลไปจากเขาได้

เขายังเป็นตัวพักบอลที่ดี ใช้ความใหญ่ดึงตัวประกบคู่แข่งและชงให้เพื่อนยิงประตูได้หลายครั้ง ส่วนการหาพื้นที่และจบสกอร์ถือว่าทำได้อย่างยอดเยี่ยม เขามักอยู่ถูกที่ถูกเวลา และทำประตูสำคัญ ให้กับทีมได้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกม

จุดอ่อน

เป็นธรรมดาสำหรับกองหน้าตัวใหญ่ที่มีปัญหาในเรื่องความเร็ว เพราะแพทริคไม่ใช่ศูนย์หน้าที่จะรับลูกจ่ายเผื่อจากเพื่อนได้

ข้อเสียอีกอย่างของเจ้าตัวคือเรื่องอาการบาดเจ็บ หลังจากเคยมีประวัติเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าไปแล้วถึง 8 เดือน ทำให้ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่

รู้หรือไม่

แพทริค เคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีประจำทัวร์นาเม้นต์เจลีกคัพ (ขณะนั้นชื่อ นาบิสโก้ คัพ) มาแล้วเมื่อปี 2014 ที่เขาพาทีมคว้าทริปเปิลแชมป์

ในปีเดียวกัน เขาติดทีมยอดเยี่ยมของเจลีกด้วย ด้วยการทำไป 15 ประตูจากการลงสนามทั้งสิ้น 27 เกม

สิ่งที่รออยู่

แพทริค และ มุ้ยซัง อยู่ในวัยที่ใกล้เคียงกัน สำหรับแพทริคเอง เคยผ่านจุดสูงสุดของการเล่นในญี่ปุ่นมาแล้ว และมีอายุ 30 ปี ในวัยที่กำลังเลยจุดพีค น่าสนใจว่าเขาจะสามารถยืนระยะอยู่ในฟุตบอลระดับสูงของญี่ปุ่นได้อีกนานแค่ไหน

และแน่นอนว่าความคาดหวังของแฟนบอล และโค้ชอย่างโจฟุกุ คือการประสานงานกันของแพทริค และอดีตศูนย์หน้าเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งหากทั้งคู่เล่นด้วยกันได้ ก็ไม่แน่เหมือนกันว่า ซานเฟรซเซ่ ฮิโรม่า อาจบินสูงถึงแชมป์เจลีก เหมือนกับที่เคยทำได้มาแล้วครั้งล่าสุดเมื่อปี 2015 ก็เป็นได้