Analysis

แวะมาแค่แปปเดียว : 10 แข้งไทยที่อาจลืมไปว่าเคยเล่นทีมชุดใหญ่บุรีรัมย์

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คือยักษ์ใหญ่แห่งวงการลูกหนังเมืองไทยที่มักดึงดูดแข้งฝีเท้าดีเข้ามาอยู่ในทีมมากมาย

We are part of The Trust Project What is it?

แต่นักเตะบางรายก็ใช่ว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่ในทีมได้นานด้วยเหตุผลที่ไม่อาจสอดแทรกพื้นที่ในทีมได้ และต้องย้ายไปอยู่สโมสรอื่น ซึ่งบางทีคุณอาจจะลืมไปแล้วว่าพวกเขาเหล่านี้เคยผ่านการลงเล่นให้ “ปราสาทสายฟ้า” มาแล้วเมื่อครั้งอดีต

คนึง บุราณสุข

เขาคือนักเตะพรสวรรค์สูงมีเท้าซ้ายมหัศจรรย์จนทำให้ครั้งหนึ่ง 3 มหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์, เมืองทอง และชลบุรี เอฟซี เปิดศึกชิงตัวมาแล้ว

คนึง บุราณสุข เป็นผู้เล่นฝีเท้าดีหาตัวจับยากในยุคนั้น โดยเขาคือนักเตะชุดสร้างประวัติศาสตร์พา สมุทรสงคราม เอฟซี เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกของสโมสรในปี 2008 ก่อนที่จะถูกหมายตาจากยักษ์ใหญ่ไทยลีก และเป็น ชลบุรี เอฟซี ที่ได้เขาไปร่วมทีมอย่างไรก็ตามคนึงกลับไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนที่เคยทำให้กับ "ปลาทูคะนอง" และถูกปล่อยมาอยู่กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ ด้วยความหวังที่จะเค้นฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้อีกครั้งด้วยค่าตัว 6 แสนบาม และถือเป็นการกลับมาช่วยทีมบ้านเกิดของตัวเอง

การย้ายทีมครั้งนั้นส่งผลดีในช่วงแรกเนื่องจาก คนึง มีความกระหายที่อยากกลับมาช่วยทีมบ้านเกิดส่วน บุรีรัมย์ ก็ได้นักเตะที่เคยพลาดการเซ็นสัญญามาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าเมื่อถึงเวลาลงสนามเจ้าตัวก็ไม่สามารถงัดฟอร์มการเล่นสุดแพรวพราวเมื่อที่เคยทำได้อีกเช่นเคย และค่อยๆถูกลดบทบาทในทีมลงไปทีละน้อยจนท้ายที่สุดต้องถูกส่งไปช่วยทีมน้องอย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี ในดิวิชั่น 1 แทน ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะกลายเป็นแข้งพเนจรเต็มตัวที่ย้ายไปค้าแข้งกับอีกหลายสโมสรในลีกเมืองไทย

คงมีเพียงไม่กี่คนที่จำภาพแข้งพรสวรรค์สูงอย่างเขาลงเล่นในชุด “ปราสาทสายฟ้า” มาแล้วเมื่อครั้งอดีต เพราะถือเป็นการเซ็นสัญญาที่ไม่ปังตามคาดจนชื่อของเขาค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา

สันติราษฏร์ เวียงอินทร์

“คอยดูเด็กคนนี้ไว้ให้ดี” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยกล่าวเอาไว้อย่างมั่นใจว่า สันติราษฎร์ จะสามารถตอบโจทย์การสรรหาวิงแบ็คขวาตามอุดมคติของเขาได้ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2014 ดาวรุ่งวัย 24 ปี รายนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมพร้อมแจ้งเกิดกับ ศรีสะเกษ เอฟซี เต็มตัว โดยปีนั้นเขาลงสนามไป 31 นัด ยิง 6 ประตู ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยกับผลงานที่ทำได้เพราะปีดังกล่าวเขาเพิ่งได้ลงเล่นลีกสูงสุดครั้งแรกในชีวิต ก่อนที่ต่อมาชีวิตของ สันติราษฎร์ เหมือนฝันเมื่อ บุรีรัมย ยูไนเต็ด สโมสรในฝันได้ติดต่อเขาไปร่วมทีม

เดิมทีเขาได้ฉายาว่า "โอเว่นนครพนม" จากฝีเท้าการจบสกอร์ที่เฉียบคม แต่ บุรีรัมย์ จับเขาไปเล่นในตำแหน่งวิงแบ็ค ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาเองยอมรับว่าไม่ถนัดสักเท่าไหร่ ขณะเดียวกันการแย่งตำแหน่งกองหน้าก็เป็นไปได้ยาก เพราะเวลานั้นมี ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ และกิลแบร์โต้ มาเชน่าขวางทางอยู่ และนั่นเป็นเหตุให้ในฤดูกาล 2015 เขาลงรับใช้ "ปราสาทสายฟ้า" เพียง 67 นาทีเท่านั้น

เมื่อไม่อาจปรับตัวเข้าระบบการเล่นได้ท้ายที่สุดเขาต้องย้ายลงไปเล่นกับ พีทีที ระยอง เอฟซี ในดิวิชั่น 1 โดยเมื่อฤดูกาล 2017 เจ้าตัวเพิ่งย้ายลงไปเล่นกับ ยโสธร เอฟซี ในไทยลีก 4

Pages