ใช่คนเดิมแน่เหรอ? : 10 แข้งที่ดังเปรี้ยงฤดูกาลเดียวก่อนแห้งเหี่ยวในปีต่อมา

Jamie Vardy

เจมี่ วาร์ดี้ ดาวยิงของเลสเตอร์ ผู้เคยยิง 24 ประตูในพรีเมียร์ลีกและพาทีมคว้าแชมป์ฤดูกาล 2015-16 กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ตัวเขาเองก็คงสงสัยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมสิ่งที่เคยทำได้แบบง่ายดายกลับกลายเป็นเรื่องที่ช่างยากเย็นในเวลานี้...คอลัมนิสต์ของเราได้เลือก 10 นักเตะที่เคยผ่านประสบการณ์ดังปีเดียวก่อนจะฟอร์มหล่นอย่างน่าใจหาย มีใครบ้างติดตามได้ที่นี่

1. พอล พาวเวอร์ (เอฟเวอร์ตัน 1986/87)

Paul Power

แบ็คซ้ายวัย 33 ปีลงเล่นให้กับ แมนฯ ซิตี้ มาถึง 15 ฤดูกาลก่อนที่เขาจะย้ายมาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 65,000 ปอนด์ ในปี 1986

มันอาจจะเป็นเหมือนกันว่าเขาโดน ซิตี้ ขายทิ้งเพราะอายุที่เริ่มจะมากขึ้น อย่างไรก็ตามเขากลับสร้างเซอร์ไพรส์ได้ในทันทีจากช่วงที่ ปีเตอร์ รีด และ พอล เบรซเวลล์ ได้รับบาดเจ็บเข้าพร้อมกันจึงทำให้ พาวเวอร์ ถูกดันขึ้นมาเล่นเกมรุกมากขึ้น และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นคือ เขาพาเอฟเวอร์ตันคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จ แถมยังตอกหน้าทีมเก่าอย่างซิตี้ด้วยการยิงประตูชัยในการพบกัน นอกจากนี้ยังเป็นคนยิงประตูชัยในเกมที่เอาชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง ลิเวอร์พูล ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามหลังจากคว้าแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ เขาก็ต้องดับลงอย่างรวดเร็ว เพราะเมื่อนักเตะตัวหลักหายกลับมาลงสนามได้ พาวเวอร์ ก็กลายเป็นตัวสำรองในทันทีก่อนจะถูกขายออกจากทีมในฤดูกาลต่อมา

2.ไบรอัน มาร์วู้ด (อาร์เซน่อล 1988 / 89)

Brain Marwood

อดีตปีกของ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ไม่ได้เป็นนักเตะประเภทความเร็วจัดจ้านอะไร แต่เขากลับมีทักษะการอยู่ถูกที่ถูกเวลาที่เป็นจุดแข็งของเขา และยังมีลูกจ่ายคิลเลอร์พาสที่นำไปสู่การทำประตูให้แก่เพื่อนร่วมทีมอยู่บ่อยๆ นั่นคือเหตุผลที่ จอร์จ เกรเเฮม กุนซือของ อาร์เซน่อล ซื้อตัวเขามาร่วมทีมด้วยค่าตัว 800,000 ปอนด์

ดาวเตะวัย 28 ปีเริ่มออกสตาร์ทฤดูกาล 1988-89 ด้วยการเปิดบอลให้ อลัน สมิธ กระหน่ำประตูจนได้รับรางวัลดาซัลโวประจำฤดูกาลไปครอง ขณะที่ อาร์เซน่อล ก็คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 18 ปี

แม้จะยอดเยี่ยมแค่ไหนแต่หลังจากเริ่มฤดูกาลต่อไปได้อีกไม่นานนักเขาก็ต้องได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะไม่สามารถกลับสู่ฟอร์มเดิมได้เเล้วทำให้ เกรแฮม ต้องขายเขาให้กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในปี 1990

3. มาร์ติน ปาแลร์โม่ (อาร์เจนติน่า 2009/10)

Martin Palermo

เขาอาจจะเป็นคนที่พลาดจุดโทษถึง 3 หนในเกมเดียสำหรับการเล่นให้กับอาร์เจนติน่าในปี 1999 อย่างไรก็ตามในอีก 10 ปีต่อมาตอนที่เขาอายุ 37 ปี ก็กลับมากู้ชื่อเสียงของตัวเองในนามทีมชาติอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ ดิเอโก้ มาราโดน่า

การกลับมติดทีมชาติหนนี้ขอ ปาแลร์โม้ กลับทำได้อย่างร้อนแรงเกินคาดเขาลงเล่นในเกมรอบคัดเลือกที่พบกับ เปรู เกมดังกล่าวกระหน่ำไปด้วยสายฝนและทำให้ทีมของ มาราโดน่า ร่อแร่จวนเจียนต่อการอดไปเล่นฟุตบอลโลก...ทว่าท้ายที่สุดเเล้วเสือเฒ่าอย่าง ปาแลร์โม่ ก็ยิงประตูชัยในนาทีที่ 93 ได้สำเร็จก่อนที่ทีม ฟ้า-ขาว จะได้เข้าไปเล่นเวิลด์คัพรอบสุดท้าย

"มันคือปาฎิหาริย์" มาราโดน่า ให้สัมภาษณ์หลังจากดีใจอย่างสุดเหวี่ยงจนเสื้อของเขาเต็มไปด้วยโคลน อย่างไรก็ตามเมื่อเกมรอบสุดท้ายเดินทางมาถึง ปาแลร์โม่ ก็แทบไม่ได้โชว์ฟอร์มอะไรเลยก่อนที่ อาร์เจนติน่า จะตกรอบด้วยน้ำมือของ เยอรมัน

4. มาร์โก เนกรี (เรนเจอร์ส 1997/98 )

 

Marco Negri

มาร์โก เนกรี ย้ายมาค้าแข้งในถิ่น ไอบร็อกซ์ ด้วยค่าตัว 3.5 ล้านปอนด์จาก เปรูจา ในปี 1997 และเขาก็แสดงผลงานการถล่มประตูแบบไม่น่าเชื่อด้วยการยิงไปถึง 23 ประตูจาก 10 เกมแรกที่ลงเล่นให้กับ เรนเจอร์ส ก่อนจะตะบันเพิ่มไปเป็น 32 ประตูในเกมลีกก่อนที่เขาจะได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาจากการเข้าปะทะกับเพื่อนร่วมทีมในการฝึกซ้อม

เนกรี ได้ลงเล่นในฤดูกาลนั้นเพิ่มอีกแค่ 3 เกม ก่อนที่จะฝืนอาการบาดเจ็บไม่ไหวและกลายเป็นตัวสำรองแบบถาวร ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานเขาโดนปล่อยออกจากทีมแบบยืมตัว

จอมถล่มประตูชาวอิตาเลียนผู้ตะบันตาข่ายมากกว่าการลงสนามยังคงเป็นนักเตะขวัญใจของแฟนบอลเรนเจอร์สจนถึงทุกวันนี้ และแน่นอนว่ามันเกิดจากความยอดเยี่ยมที่เขาสร้างไว้ในฤดูกาลเดียวนั่นเอง