ได้แค่เเจ้งเกิด...แต่ไม่ดังระเบิดเสียที : 11 แข้งที่ถูกขนานนามว่าดาวรุ่งตลอดกาล

การเเจ้งเกิดตั้งแต่อายุ 17-18 ปี อาจทำให้เราคาดเดาได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นอาจจะมีโอกาสพัฒนากลายเป็นนักเตะระดับท๊อปของโลกในอนาคต

... แต่บางครั้งนั่นก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้นเพราะนักเตะบางรายกลับเป็นได้แค่ดาวรุ่งตลอดกาลเหมือนกับ 11 นักเตะเหล่านี้ที่เรากำลังจะพูดถึงกัน

แจ็ค ร็อดเวลล์

เดวิด มอยส์ พลักดัน ร็อดเวลล์ ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ เอฟเวอร์ตัน ตั้งแต่อายุ 19 ปี โดยก่อนหน้านี้เขาโดดเด่นยิ่งกว่าใครๆในวัยเดียวกันจนทำให้ ฟิล เนวิลล์ 1 ในสต๊าฟของ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ฟันธงอย่างไม่กลัวหน้าแหกว่าไอ้หนุ่มคนนี้นี่แหละคือของจริง

"แจ็ค ทำให้ผมตื่นเต้นทุกครั้งที่ผมเห็นเขาเล่น ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ผมจะมองถึงการเรียกตัวเขาติดทีมชุดใหญ่ ยิ่งได้เล่นในแมตช์สำคัญ เขาก็ยิ่งพัฒนาขึ้น การเป็นกัปตันทีมชุดยู-21 ทำให้เขาพัฒนาการเล่นไปอีกระดับ เขาดูดีมากและเขาก็มีย่างก้าวที่สำคัญในช่วงซัมเมอร์นี้ แจ็ค เป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุด" เนวิลล์ ผู้น้องกล่าว

ผลงานของ ร็อดเวลล์ กับเอฟเวอร์ตัน ดูจะไม่เกินคำยกยอไปนักเขาเป็นตัวหลักของทีมตลอดนับตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ จากนั้น เเมนฯ ซิตี้ ก็ต้องการนักเตะอังกฤษฝีเท้าดีเพื่อเพิ่มโควต้าโฮมโกรนและหวยก็ไปออกที่ ร็อดเวลล์ ซึ่ง เอฟเวอร์ตัน ก็ยินยอมโดยดีสำหรับค่าตัว 15 ล้านปอนด์

การย้ายทีมหนนี้เป็นเหมือนกับการลงสู่ขุมนรกทั้งเป็น ร็อดเวลล์ อยู่กับ แมนฯ ซิตี้ ถึง 2 ปีเต็มๆแต่กลับได้ลงเล่นแค่ 16 นัด ปัญหาโดยรวมก็เกิดจากทั้งอาการบาดเจ็บของเขาและคู่แข่งในทีมที่ล้วนแต่เป็นนักเตะระดับโลกทั้งนั้น ซึ่งทำให้ ร็อดเวลล์ หยุดการพัฒนาลงไปอย่างทันทีและท้ายที่สุดก็โดนโละให้กับ ซันเดอร์แลนด์ และในวัย 26 ปีเวลานี้เขาตกชั้นกับทีม แมวดำ เป็นที่เรียบร้อยเเล้ว ขณะที่ตัวของ ร็อดเวลล์ เองก็กลายเป็นเจ้าของสถิตินักเตะ "ดวงซวย" ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงเมื่อไหร่ทีมไม่เคยชนะเป็นเวลายาวนานถึง 39 เกม และนั่นเป็นอันดับสถิติสุดย่ำแย่อันดับ 1 ของเกาะอังกฤษอีกด้วย(สถิติสิ้นสุดในเกมที่ ซันเดอร์แลนด์ บุกชนะ คริสตัล พาเลซ 4-0 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา)

แม้ปัจจุบัน ร็อดเวลล์ จะลงมาเล่นในระดับลีกรองแต่เขายังเป็นเพียงส่วนประกอบที่ไม่สำคัญของทีมแมวดำเท่าไรนัก เขาลงเล่นในเกมเเชมเปี้ยนชืพไปทั้งหมด 2 เกม ซ้ำร้ายเขายังถูกส่งลงมาเล่นกับทีมชุดยู 23 อีกด้วย 

ปาโต้

คงเป็นเรื่องน่าตกใจที่นักเตะดาวรุ่งระดับเบอร์ต้นๆของโลกที่แบกมิลานไว้ตั้งแต่อายุยังน้อยกลับหมดสภาพอย่างเร็ววันตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 27 ปีเลยทีเดียว

อเล็กซานเดร ปาโต้ คือกองหน้าชาวบราซิลที่แจ้งเกิดกับการลงเล่นให้กับ อินเตอร์นาซิงอองนาล ที่เขาลงเล่นชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 16 ปีเท่านั้น โดยในฤดูกาล 2006-07 ปาโต้ ลงเล่นให้กับ อินเตอร์นาซิอองนาล ไปเพียง 10 นัดและยิงไป 6 ประตู เอซี มิลาน ก็ไม่รออีกต่อไปและรีบทุ่มเงินคว้าตัวเขามาร่วมทีมทันที

ช่วงแรกๆในอิตาลีของ ปาโต้ เป็นไปได้อย่างสวยงามเขากลายเป็นว่าที่ดาวยิงเบอร์ 1 ของโลกร่วมกับนักเตะอย่าง คาริม เบนเซม่า และ เซร์คิโอ อเกวโร่  อย่างไรก็ตามเขาก็ต้องโชครายที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงปี 2011 ทีทำให้เขาลงสนามได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนัก ช่วงจากนั้นจนถึงปี 2013 ปาโต้ ได้ลงสนามทั้งหมดแค่ 25 เกมเท่านั้นเอง

ท้ายที่สุดเเล้วก็ยื้อไหวเขาต้องถอยไปตั้งหลักในบ้านเกิดอีกครั้งกับ โครินเธียน และ เซา เปาโล(ยืมตัว) ซึงในช่วงเวลาที่ บราซิล คำรบที่ 2 ปาโต้ เริ่มกลับมายิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำอีกครั้งจนได้โอกาสกลับมาแก้ตัวในยุโรปเป็นครั้งที่ 2 กับเชลซี ในรูปแบบของการยืมตัว  ทว่าหวยก็ออกเลขเดิม ปาโต้ ได้ลงสนามเพียง 2 เกมและยิงไป 1 ลูกเท่านั้น ... โดย 1 ประตูที่เขายิงได้ยังมาจากลูกจุดโทษอีกต่างหาก 

ปัจจุบันในวัย 28 ปี ปาโต้ ยอมรับสภาพตัวเองในระดับกลายๆ เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงอายุที่พีคสำหรับนักเตะอาชีพทั่วไป แต่เขากลับลงเล่นในไชนีส ซูเปอร์ลีก กับ เทียนจิน ฉวนเจี้ยน 

แม้จะเป็นจะเป็นการถอยหลังลงคลองและถูกมองว่าย้ายมาขุดทองเต็มตัว แต่อย่างน้อยผลงานของ ปาโต้ ในเวลานี้ก็ไม่ได้อยู่กินเงินสโมสรไปวันๆ เขายิงระเบิดไปถึง 13 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 24 นัด ซึงเป็นจำนวนประตูที่มากกว่านักเตะดังอย่าง ฮัลค์,ออสก้าร์ หรือแม้แต่ คาร์ลอส เตเบซ เสียด้วยซ้ำ และต้นสังกัดของเขายังมีลุ้นแชมป์ลีกอยู่ในเวลานี้ .... ถ้าเขายังคิดจะสู้ต่อก็ไม่แน่เหมือนกันว่าโอกาสกลับสู่ฟุตบอลระดับท็อปยังเปิดรอเขาอยู่ ตัวอย่างก็มีให้เห็นมาเเล้วในรายของ เปาลินโญ่ ที่กำลังทำได้ดีกับการไปเล่นกับสโมสรเบอร์ต้นๆของโลกอย่าง บาร์เซโลน่า ในวัย 29 ปี 

Pages