Analysis

ได้แต่คิดแล้วก็สงสัย : เหตุใดนักฟุตบอลมากมายจึงถังแตก ?

มันได้ก่อตัวเป็นโรคระบาดที่มองไม่เห็นไปเสียแล้ว เมื่อพ่อค่าแข้งจากที่เคยร่ำรวย และโด่งดัง กลับต้องไส้แห้งมีแต่หนี้ อเล็ก เฟนน์ อาสาล้วงลึกเพื่อค้นหาว่า ความฟุ้งเฟ้อ, ยาเสพติด และคดีหย่าร้าง ทำให้นักฟุตบอลแปรสภาพจากเศรษฐีสู่ยาจกได้อย่างไร

We are part of The Trust Project What is it?

นักเตะที่เคยลงเล่นให้กับ 3 สโมสรใหญ่ของโลกลูกหนังคนหนึ่งถึงกับร่ำไห้เมื่อรู้ว่ากำลังจะกลายเป็น “บุคคลล้มละลาย” ในไม่ช้า ขณะที่ประธานสโมสรของทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีกได้แต่ถอนหายใจ เซ็นเช็คค่าเหนื่อยล่วงหน้าให้กัปตันทีมเป็นครั้งสุดท้ายหลังเสียพนันรูเล็ตต์ก้อนใหญ่ ส่วนที่ศาล ผู้เล่นคนหนึ่งวิงวอนต่อผู้พิพากษาขอลดเงินค่าเลี้ยงดูลูกเพราะหมดตัว

ที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ชีวิตนักฟุตบอลที่ฉายทางโทรทัศน์หรือเน็ตฟลิกซ์แต่อย่างใด ทว่าคือเรื่องจริงของนักเตะ 3 คนที่ปัจจุบันเล่นอยู่ในอังกฤษ เหลือเชื่อเหมือนกันที่ 40% ของพ่อค้าแข้งเหล่านี้ประสบกับปัญหาทางการเงินทั้งในระหว่างที่ลงเล่นหรือแขวนสตั๊ดไปแล้ว แต่ในเมื่อทุกคนทราบดีว่าค่าเหนื่อยของนักเตะในพรีเมียร์ลีกนั้นมหาศาล แล้วเหตุใดถึงได้เห็นหลายคนถังแตกไปเสียได้?

สำหรับบางคน ปัญหานั้นเริ่มต้นเมื่ออะดรีนาลีนสูบฉีดตอนได้สัญญานักเตะอาชีพฉบับแรก นักเตะ ลิเวอร์พูล คนหนึ่งวิ่งเข้าโชว์รูมรถยนต์ที่ใกล้สนามซ้อม เมลวู้ด ที่สุดทันทีหลังฉีกซองค่าเหนื่อยใบแรกในชีวิต เขาตกลงดาวน์รถ เรนจ์ โรเวอร์ คันใหญ่ด้วยความปรีเปรม แต่กลับต้องหน้าซีดเพราะไม่มีเงินจ่ายค่างวด

โชคดีที่เรามีความสัมพันธ์อันดีกับโชว์รูมที่ซื้อรถไป และพวกเขายินดีที่จะซื้อรถคืนด้วย

- ปีเตอร์ แฟร์ไชลด์

ทีมหงส์แดงรับทราบความผิดพลาดของนักเตะคนนี้ และเรียกตัว ปีเตอร์ แฟร์ไชลด์ ที่ปรึกษาทางการเงินซึ่งเคยให้คำปรึกษากับนักเตะจากอคาเดมี่ที่ขึ้นชั้นสู่ทีมชุดใหญ่ของสโมสรในอังกฤษหลายราย เพื่อหาทางออกร่วมกัน “คือเขาสับสนระหว่างรายได้สุทธิกับรายได้รวมที่เขาจะได้รับน่ะครับ” เจ้าตัวเผยกับทาง โฟร์โฟร์ทู “ผมต้องอธิบายให้เขาเข้าใจว่า หลังจากถูกหักภาษีรวมถึงค่าอะไรต่างๆ แล้ว เขาจะเหลือเงินต่อเดือนจริงๆ เท่าไหร่ โชคดีที่เรามีความสัมพันธ์อันดีกับโชว์รูมที่ซื้อรถไป และพวกเขายินดีที่จะซื้อรถคืนด้วย”

แฟร์ไชลด์มองว่าแรงกดดันจากเพื่อนๆ คือปัจจัยสำคัญสู่ความพินาศทางการเงินของนักเตะวัยรุ่น “พอพวกเขาได้เห็นฝูงซูเปอร์คาร์หรือแม้แต่เอสยูวีของเพื่อนร่วมทีมที่สนามซ้อม ก็เริ่มคิดที่จะกำจัดรถคันเก่าที่เคยขับให้พ้นสายตากันแล้ว” อดีตดาวรุ่ง เอฟเวอร์ตัน อย่าง แดนนี่ คาดามาร์เทรี่ ที่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17 ก็เคยมีประสบการณ์ใกล้เคียงกัน “ผมเห็นเหล่านักเตะระดับเสี่ยหลายรายเหน็บกระเป๋าของดีไซเนอร์ชื่อดัง, ถอยรถใหม่ ผมก็คิดแล้วล่ะว่าผมต้องมีให้ได้เหมือนพวกเขา” เจ้าตัวเผย “และมันก็มีกันง่ายเสียด้วย”

ความเย้ายวนใจในวัยหนุ่มของเขานั้นดูจะเทียบไม่ได้เลยกับสตาร์ดังจากทีมหนึ่งในกรุงลอนดอน นักเตะวัย 24 ปีผู้นี้ได้ค่าเหนื่อยราว 35,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ชักหน้าไม่ถึงหลังทุกเดือนเมื่อต้องจ่ายให้ครอบครัว, เพื่อน และคนรู้จักมากมายที่กลายเป็นผู้ติดตาม หรืออาจจะกล่าวแบบไม่เกรงใจก็คือ “ปลิง” ที่สูบเลือดสูบเนื้อทุกเมื่อเชื่อวัน

การลงทุนที่ผิดพลาด

มีคนเคยกล่าวว่า “เพื่อนแท้ในวงการฟุตบอลนั้นหายาก” เพราะเหล่าเอเยนต์, ที่ปรึกษาทางการเงิน ตลอดจนนักธุรกิจ ต่างก็มองเห็นคุณเป็นตัวทำเงินทำทอง พยายามตีซี้แล้วก็ชักชวนให้ลงทุนขนาดใหญ่โดยให้สัญญาว่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่าเดิมหลายเท่า “ช่วงหนึ่งผมเคยได้รับข้อเสนอมากกว่า 30 ฉบับจากผู้คนมากมายวางตรงหน้า” อดีตศูนย์หน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน และ สเปอร์ส อย่าง หลุยส์ ซาฮา เผย “เมื่อก้าวเข้าสู่อาชีพนักฟุตบอลแล้ว เวลาส่วนตัวที่จะศึกษาค้นคว้าอะไรสักอย่างก็พลอยหายไปด้วย และก็เริ่มสงสัยว่าคุณจะไว้ใจใครได้บ้าง ก็อย่างที่รู้ อาชีพอย่างพวกเรามันปฏิเสธใครลำบากน่ะครับ”

อดีตนักเตะวัย 38 เคยโดนพิษคำแนะนำทางการเงินแย่ๆ จนสูญเงินมหาศาลกับตัวมาแล้ว ไม่กี่ปีก่อนเขาถูกชักชวนให้ลงทุนในโครงการที่ดำเนินงานโดยธนาคารในสหราชอาณาจักร ซึ่งสัญญาว่าเขาจะได้รับเงินภาษีคืนหากลงทุนในบริษัททางเทคโนโลยีหลายแห่ง แต่ผลออกมาไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ “กลายเป็นว่าผมขาดทุนหลักแสนปอนด์เลยครับ” ซาฮายอมรับ “หลังจากนั้นผมเริ่มวิตกเกี่ยวกับเรื่องการเงินมากขึ้น เพราะรู้แล้วว่าต้องระวังให้มากกว่านี้”

เจ้าตัวไม่ใช่คนเดียวที่ต้องสูญเงินในลักษณะนี้ เพราะยังมีนักฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอีกรายที่เกือบสูญเงินกว่า 100,000 ปอนด์ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศโมร็อกโก ซึ่งเพื่อนร่วมทีมของเขาแนะนำเองกับมือ

“ผมบอกเขาให้หาสถานที่นั้นในกูเกิ้ลเอิร์ธเสียก่อน เพราะหมอนั่นยังไม่รู้เลยว่าที่นั่นอยู่ตรงส่วนไหนของโลก” แฟร์ไชลด์กล่าว “กว่าจะไปที่นั่นได้คุณต้องเริ่มด้วยการบินไปลงมาร์ราเกช แล้วต่อเที่ยวบินในประเทศ ขับรถไปอีกกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อถึงที่หมาย ผมพูดเลยว่า ‘นี่ต้องรออีกกี่ปีเนี่ยกว่าที่นายจะเตรียมสถานที่และคนพร้อมดำเนินธุรกิจ?’ ท้ายที่สุดลูกค้าของผมตัดสินใจไม่ลงทุนงานนั้น แต่มีคนพลาดท่าลงเงินไปแล้วก็เจ๊งตามระเบียบ“