ไฮไลต์พรีเมียร์ลีกประจำสัปดาห์ : 2 ฮีโร่ที่เอติฮัด/บอร์นมัธท็อปฟอร์ม/ใบแดงชาก้า

หลังจาก พรีเมียร์ลีกเกมวีกที่ 8 ได้ผ่านพ้นไป FFT จะจัดอันดับที่สุดของสุดในแต่ละหัวข้อมานำเสนอให้แก่คุณ

ฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยม - บอร์นมัธ (vs ฮัลล์)

มีสองมุมมองสำหรับเกมที่ วิทัลลิตี้ สเตเดี้ยม เมื่อ บอร์นมัธ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมไล่ถล่ม ฮัลล์ ไป 6-1 นั่นคือความยอดเยี่ยมของ บอร์นมัธ และแผลที่ ฮัลล์ ปิดซ่อนไว้ในช่วงต้นฤดูกาลได้เปิดปากแผลออก จะว่าไปมันก็ไม่ผิดทั้ง 2 แบบ เพราะทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว ไม่เคยยิงประตูถึง 6 ลูกมาก่อนแม้แต่ครั้งเดียว

บอร์นมัธ อาจมีนักเตะที่ไม่ดีพอจะเล่นให้ทีมอื่นๆ แต่พวกเขาต่างเล่นจนทำให้เกิดคำว่า "ทีม"

อย่างไรก็ตาม ชัยชนะในเกมวันเสาร์แสดงให้เห็นถึงการเติบโตในการเป็นโค้ชของ ฮาว แต่ละประตูที่ บอร์นมัธ ได้ล้วนเกิดจากความยอดเยี่ยมของนักเตะแต่ละคนรวมถึงแนวรับของ ฮัลล์ ที่เปื่อยยุ่ยเกินทนทาน ผลงานของ บอร์นมัธ ช่างน่าพอใจเพราะพวกเขาดูเป็นทีมที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเล่นอย่างที่สุด

มันอาจเป็นมุมมองที่เก่าคร่ำครึ แต่พวกเขาเล่นในแนวทางที่ถูกต้อง พวกเขาเล่นกันในแดนหน้าอย่างชาญฉลาดอีกทั้งยังสร้างโอกาสการเข้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขาแทบไม่ได้ใช้นักเตะระดับเกรดสูงและไหวพริบจากคลาสผู้เล่นเลยด้วยซ้ำ แต่มันเกิดจากความเข้าใจในทีมและความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างกุนซือและนักเตะที่สมบูรณ์แบบ

ตอนนี้ บอร์นมัธ ไม่ใช่แค่ทีมน้องใหม่ไม้ประดับอีกต้องไป พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงในระยะเวลา 2 ปีและกำลังอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ สถานะเกมเจอกับ ฮัลล์ อาจไม่ได้เป็นเกมที่ยากเย็นอะไรนัก แต่เพราะทุกคนในทีมของ บอร์นมัธ ต่างรู้หน้าที่และบทบาทของตนเองเป็นอย่างดี พวกเขาผ่านบอลและเคลื่อนที่ได้เสมอไม่ว่าจะจากกองกลางหรือด้านกว้าง และสิ่งเรานี้ไม่ใช่สิ่งที่สร้างกันง่ายๆเลย

Howe seems to have the right mix of players at his disposal

ยกตัวอย่างเช่งจังหวะของ จอร์เเดน ไอบ์ ในนาทีที่ 61 แม้ว่าเขาจะมีพื้นที่เล่นในสนามมากมาย แต่ในยามที่เขาได้บอลเขาอาจจะแสดงตัวตนและทักษะของตัวเองเล็กน้อยทว่าท้ายที่สุดเขาก็ทำในสิ่งที่ควรทำและไม่กระทบกับทีมมากจนเกินไป สิ่งนี้คือ "สมดุล" มันคือสิ่งที่กุนซือทุกตคนต้องการและพวกเขาจะต้องพยายามให้มากหากอยากจะมีมันอยู่ในทีม

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชื่นชมในเกมนี้คือ แจ็ค วิลเชียร์ ที่ถูก ฮาว ส่งลงสนามเป็นตัวจริงและในเกมนี้่เขากลับมาเล่นได้ดีที่สุดอีกครั้งในรอบหลายปี เขาไม่ต้องแบกรับความกดดันและไม่พยายามโชว์ศักยภาพมากจนเกินไปเหมือนตอนที่เขาอยู่กับทีมใหญ่ๆ เขาดูเป็นส่วนหนึ่งของ "ทีม" และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมเล็กๆอย่าง บอร์นมัธ แตกต่างไปจากที่เคยเป็น

ผู้เล่นที่ดีที่สุดในสัปดาห์ - มาร์เคน สเตเคเลนเบิร์ก (เอฟเวอร์ตัน vs แมนฯ ซิตี้)

ไม่ใช่แค่การช่วยเซฟจุดโทษเท่านั้น มันคงดูไม่เป็นธรรมนักหากบอกว่าเขาเด่นที่สุดในสัปดาห์เพียงเพราะแค่มาจากการเซฟจุดโทษ

ถ้าเขาไม่ปฎิเสธลูกยิงของ เควิน เดอ บรอยน์ และ เซร์คิโอ อเกวโร่ เขาคงไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน เขาเคยสร้างเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเเเล้วในเกมนัดเปิดฤดูกาลที่พบกับ สเปอร์ส จากการเซฟลูกยิงช่วงท้ายเกมของ วินเซนต์ แยนส์เซ่น และ เอริค ลาเมล่า เขาทำให้ทีมของ โรนัลด์ คูมัน ไม่แพ้ในเกมเปิดฤดูกาลและแน่นอนว่าในเกมนี้ก็เช่นกัน

ณ ตอนนี้ฟอร์มของ สเตเคเลนเบิร์ก จัดว่าอยู่ในระดับผู้รักษาประตูชั้นดีนั่นเป็นเพราะว่าเขาสร้างความแตกต่างในเกมได้ การใช้ขาเซฟลูกยิงตอกส้นของ อิเฮียนาโช่ ควรจะติดท็อป 100 ลูกเซฟยอดเยี่ยมเลยด้วยซ้ำไป

แน่นอนมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการเซฟลูกยิงของ อเกวโร่ และ เดอ บรอยน์ แต่จังหวะการทำประตูทั้งสองลูกนั้นแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของร่างกาย สเตเคเลนเบิร์ก ไม่ว่าจะเป็นทางขวาหรือทางซ้าย โดยเฉพาะลูกยิงของเดอ บรอยน์ ที่เร็วและแรงจนสามารถจะกลายเป็นประตูปิดฉากเกมนั้นได้เลย

Stekelenburg saves his second straight penalty

แม้ สเตเลนเบิร์ก จะให้สัมภาษณ์ว่า "นี่เป็นแค่งานของเขา" อย่างไรก็ตามคงต้องยอมรับว่าในวัย 34 ปี การเคลื่อนที่และร่างกายของเขามันยอดเยี่ยมเกินอายุมากไปเสียจริงๆ

ประตูยอดเยี่ยม - โรเมลู ลูกากู (เอฟเวอร์ตัน vs แมนฯ ซิตี้)

ลูคาคู คือผู้เล่นที่เคลื่อนที่เเละคอยชิงจังหวะอย่างไม่หยุดหย่อน จำนวนประตูของเขาเป็นที่น่าพอใจอย่างมากและจากสถิติเราสามารถเปรียบเทียบเขากับกองหน้าเบอร์ต้นของโลกได้เลยทีเดียว

พลังและการวิ่งแบบไม่เหน็ดเหนื่อยของเขาในเกมที่ เอติฮัด รวมถึงประตูที่ยอดเยี่ยมที่เกิดจากการชิงพื้นที่ที่มีอยู่น้อยนิด ก่อนจะพาบอลไล่จี้เข้าใส่ กาแอล กลิชี่ และใช้กำลังจนผ่านมายิงสวนตัว เคลาดิ บราโว เข้าไป แม้จะยอดเยี่ยมแต่ไม่ใช่อะไรใหม่เลย ลูคาคู ทำแบบนี้มาเป็นสิบๆครั้งเเล้ว

แต่ในกรณีนี้มันยากกว่าเพราะมันเป็นจังหวะเหนือความคาดหมายตั้งแต่การเริ่มต้นเลยทีเดียว ... ณ นานทีนั้น เอฟเวอร์ตัน กำลังถอยลงไปตั้งรับลึกอยู่หน้าประตูตัวเอง ไบรอัน โอเบียโด้ ถูกกดดันให้ต้องเตะทิ้งออกมาก่อนที่ ลูคาคู จะหาพื้นที่เข้าไปรับบอลและเเตะสั้นๆให้ อิดริสซ่า เกเย่ ที่เปิดยาวมาที่กลางสนาม ซึ่งในจังหวะนั้นเขาก็วิ่งขึ้นหน้าเพื่อหาพื้นที่อีกครั้งทันที

มันอาจดูไม่ใช่การเข้าทำที่ตายตัวอะไรนัก เพราะ โอเบียโด้ คงไม่มีทางเลือกนักในการออกบอลแรก แต่มันสุดยอดตรงที่การโต้กลับอันรวดเร็วของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมและการชิงจังหวะที่ชาญฉลาดของ ยานิค โบลาซี่ ซึ่งหลังจากบอลผ่านกลางสนามไปทุกอย่างก็จบ! มันเป็นการจบสกอร์ที่สมบูรณ์แบบของกองหน้าที่โดนค่อนขอดในฝีเท้าเสมอมา

แสนเศร้าประจำสัปดาห์ - ใบเเดงของ กรานิท ชาก้า

หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์หน้าอีกมันอาจจะถูกยกประเด็นนี้เข้ามาเปรียบเทียบอีกครั้ง

เขาถูกตราหน้าว่าเป็นพวกนอกเกมตั้งแต่ในช่วงยูโร 2016 กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์แล้ว แต่บางครั้งมันเป็นแท็คติคอลฟาวล์หรือการฟาวล์โดนแท็คติคซะมากกว่า แน่นอนว่าการเล่นในตำแหน่งอย่างเขาคงเลี่ยงอะไรเช่นนี้ไม่ได้มากนัก แต่การมีกองหลังอยู่หลังเขาทำให้หลายคนมองว่ามันควรเป็นใบเหลืองเท่านั้น

แต่เมื่อการเข้าสักัดครั้งนี้เป็นการทำฟาวล์ที่ชัดเจน หลายๆคนอาจโอดครวญว่านี่เป็นการได้ใบแดงที่หนักหนาเกินไป แต่มันคือเรื่องของอุบัติเหตุ และคำตัดสินนี้คือสิ่งที่ ชาก้า ควรได้รับ

 

Xhaka's red card again highlighted refereeing inconsistencies

หากเปิดตามกฎคำตัดสินของฟีฟ่าดูแล้วว่าด้วยเรื่องการตัดเกมเช่นนี้หากฝ่ายรุกไม่ได้โอกาสทำประตูมันจะเป็นแค่ใบเหลืองเท่านั้น แต่ จอห์น มอสส์ ผู้ตัดสินเลือกที่จะมองที่กฎอีกข้อนั่นคือการเล่นแรงเกินกว่าเหตุจึงทำให้เขาเลือกที่จะตัดสินใจเช่นนั้นโดยอัตโนมัติมากกว่าการเปิดตำราตามกฎเเล้วค่อยตัดสิน

การประยุกต์เรื่องกฎต่างๆมันก็เเล้วแต่สถานการณ์ที่เกิดขึ่้น ในฐานะกรรมการการลงโทษครั้งนี้ของ มอสส์ ก็ยึดตามมาตรฐานที่เคยมีมา แต่มันผ่อนปรนกันไม่ได้เลยหรือ ? เรื่องนี้ตอบได้ทั้งสองแบบ แต่มันได้สร้างความสับสนให้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์หน้าอีกมันอาจจะถูกยกประเด็นนี้เข้ามาเปรียบเทียบอีกครั้ง

Premier League reaction • New features you’d like every day on FourFourTwo.com