ใครเหมาะกับช้างศึก? : วิเคราะห์เหล่าแคนดิเดทกุนซือทีมชาติไทย

วินนี่, ทรุสซิเยร์, ซาเบย่า, คูเปอร์, หรือ โค้ชแบน… ใคร คือ คนที่เหมาะสม?  

ภายหลัง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ลงจากตำแหน่งเก้าอี้กุนซือ “ช้างศึก”... ข่าวคราวเกี่ยวกับแคนดิเดทเฮดโค้ชใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน บางคนทำงานในเมืองไทย, บางคนมีโปรไฟล์ระดับโลกที่ทำงานเคียงข้างบรมกุนซืออย่าง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มาหลายปี และบางคนก็เกือบเป็นแชมป์โลก

นี่ คือ เหล่ากุนซือที่มีข่าวว่าจะก้าวมาเป็นแคนดิเดทกุนซือทีมชาติไทยคนใหม่ ที่เคยมีข่าวออกมาแล้ว และบางคนส่งโปรไฟล์ให้กับสมาคมกีฬาฟุตบอลไทยฯ แล้วจริง แต่ละคนผลงานการเป็นโค้ชเป็นอย่างไร? ข้อดี-ข้อเสีย? และ สไตล์การคุมทีมเป็นอย่างไร? เหมาะสมกับ “ช้างศึก” ทีมนี้หรือไม่ ติดตามได้ที่นี่   

สก็อตต์ คูเปอร์

กุนซือหนุ่มรายนี้ ได้รับเกียรติคุมทีมชาติอังกฤษ ชุด ยู-15 ในวัยไม่ถึง 40 ปีด้วยซ้ำ ต่อมาเขาได้คุมอะคาเดมี่ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายข้ามทวีปมาดูแลอะคาเดมี่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และถูกดันขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ของ “ปราสาทสายฟ้า” ในเวลาต่อมา

ของจริงเหรอ? คำถามจากเหล่าแฟนบอลไทยที่สก็อตต์ คูเปอร์ ถูกตั้งขึ้น หลังเขาใช้เวลาเพียงน้อยนิดในการเริ่มต้น และจบลงกับสองยักษ์ใหญ่แห่งไทยลีกอย่าง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

แต่ ณ นาทีนี้ คงไม่มีใครถามคำถามนี้แล้ว หากมองไปที่ผลงานของสโมสร อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในขณะนี้

คูเปอร์ ไม่เคยผ่านการเล่นฟุตบอลอาชีพเลย โดยเขาฝึกปรือฝีมือการคุมทีมมาหลายที่ จนกระทั่งในปี 2010 กุนซือหนุ่มรายนี้ ได้รับเกียรติคุมทีมชาติอังกฤษ ชุด ยู-15 ในวัยไม่ถึง 40 ปีด้วยซ้ำ ต่อมาเขาได้คุมอะคาเดมี่ ของ เลสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายข้ามทวีปมาดูแลอะคาเดมี่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และถูกดันขึ้นคุมทีมชุดใหญ่ของ “ปราสาทสายฟ้า” ในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น คูเปอร์ ก็ทิ้งชื่อเสียง และโปรไฟล์ที่สั่งสมมาจนหมดสิ้น เพราะได้เวลาการคุมสองสโมสรยักษ์ใหญ่ของเมืองไทย อย่าง บุรีรัมย์ และ เมืองทอง รวมกันไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ...การลาออกอย่างรวดเร็ว หลังคุม 2 บิ๊กทีมเพียงไม่กี่เดือน ทำให้เขาถูกตั้งคำถามจากแฟนบอล

ปี 2015 เขาสร้างความฮือฮาด้วยการคุมทีม อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในลีกรากหญ้า และเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เขาก็เริ่มเขียนประวัติศาสตร์ให้กับ “เทพอินทรี”

คูเปอร์ ทำอุบล ยูเอ็มที คว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 ก่อนคว้ารองแชมป์ ดิวิชั่น 1 ในปีต่อมา ซึ่งเป็นการเลื่อนชั้นสองปีติดแบบสุดผงาด .. และไทยลีกครั้งแรกของทีมในซีซั่นนี้ ตัวเลข 13 แต้ม จาก 7 เกมแรก รั้งอยู่ในอันดับที่ 5 ของตาราง ตามหลังจ่าฝูง เชียงราย เพียง 6 แต้ม นั่นคือสุดยอดความเซอร์ไพรส์ที่ทีมน้องใหม่จากภาคอีสานภายใต้การคุมทีมของ คูเปอร์ ทำได้

ข้อดี

สกอตต์ คูเปอร์ มีพื้นฐานของโค้ชที่ชอบสร้างคน จากความที่เคยทำทีมชุดเยาวชนของทีมชาติอังกฤษ และเลสเตอร์ ซิตี้มาก่อน ซึ่งเราจะได้เห็นจากการสร้าง สิโรจน์ ฉัตรทอง นักเตะโนเนมให้โด่งดังพลุแตกจนกลายเป็นตัวหลักของทีมชาติไทย รวมถึงเสกให้ จอนาตา แวร์ซูร่า จรัสแสงในฐานะดาวรุ่งอีกครั้ง หลังจากแทบจะหายไปจากสารบบบอลไทยไปแล้ว คูเปอร์ คือคนที่กล้าใช้นักเตะอายุน้อย และเป็นโค้ชที่ใช้งานนักเตะ “เป็น” คนหนึ่งในไทยลีก

หากเขาได้ทำงานในทีมชาติไทย เพชรแต่ละเม็ดที่ยังขาดการเจียระไนที่ดี จะอยู่ในกำมือของคูเปอร์ และนั่นคือสิ่งที่ดีงาม

ข้อเสีย

การลาออกจาก บุรีรัมย์ และ เมืองทอง ด้วยเหตุผลส่วนตัวทั้งสองครั้ง ในขณะที่ทำทีมมาเพียงแค่ไม่กี่เดือนทั้งสองงาน นั่นคือจุดด่างพร้อยที่เคยเกิดขึ้นของคูเปอร์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าหากเข้ามาทำทีมชาติไทยแล้ว จะเกิดเรื่องในทำนองนี้อีกหรือไม่อย่างไร

สไตล์การเล่น

คูเปอร์ มักจะบอกเสมอว่า ปรัชญาการทำทีมของเขา เป็นลักษณะ ฟุตบอลสมัยใหม่ (Modern Football) ที่เน้นการเพรสซิ่งตลอดเกม ความฟิตที่ยอดเยี่ยม และการเคลื่อนที่ตลอด แม้ในเวลาที่ไม่มีบอลกับตัว … นอกจากนี้ เขายังมีจุดเด่นกับลูกตั้งเตะที่ได้ประตูบ่อยครั้งจากลูกกลางอากาศในไทยลีก และการให้อิสระอย่างเต็มที่กับนักเตะแต่ละคน ในการโชว์ศักยภาพของตนเองออกมา 

ความเหมาะสม

เป็นตัวเลือกที่ไม่ลองก็ไม่รู้จริงๆ สำหรับกุนซือจากเมืองเชฟฟิลด์รายนี้ เพราะจากโปรไฟล์ในเมืองผู้ดี รวมถึงการมีประสบการณ์ในไทยมาเป็นเวลานาน และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมให้กับ อุบล ยูเอ็มที อย่างเห็นเด่นชัด ก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า อืมมม มันน่าลองเหมือนกันนะ…

Pages