ใครรุ่ง-ใครร่วง : ตัดเกรด “ช้างศึก” วัน “ซามูไร” เปิดรังฟัน 4 แผลที่ไซตามะ

แม้สกอร์ขาดลอยถึง 4 - 0 ที่ไซตามะ สเตเดี้ยม แต่เกมนี้ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย เล่นดี-สนุก ได้ใจแฟนบอล และ นี่ คือ การวิเคราะห์ของเราว่าใครเล่นได้ดี-แย่แค่ไหน…  

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

เกมนี้จริงๆ กวินทร์ ป้องกันการยิงได้สวยๆหลายลูก แต่ความยอดเยี่ยมของ ชินจิ คางาวะ และชินจิ โอกาซากิ รวมถึง ลูกยิงเสียบสามเหลี่ยมของ ยูยะ คุโบะ หมดปัญญาที่จอมหนึบจากเมืองทองฯ จะต้านทานได้ หากจะมีความผิดพลาดเพียงจังหวะเดียวก็ คือ ปล่อยให้ มายะ โยชิดะ โถมตัวโฉบเข้ามาโหม่งประตูที่ 4

คะแนน : 6.0

ทริสตอง โด

แบ็คขวาลูกครึ่งฝรั่งเศส มีความพยายามเหลือเกินที่จะเติมเกมบุก พยายามวิ่งโอเวอร์แล็ปขึ้นมาหลายครั้ง แต่ก็ไม่ใช่งานง่ายที่จะเอาชนะ ยูโตะ นากาโตโมะ แถมการผ่านบอลสุดท้ายขาดๆเกินๆ ไม่ดีพอ และแม้ว่าญี่ปุ่นดูจะเจาะทางแบ็คซ้ายของไทยมากกว่า โอเคล่ะ โดยภาพรวมเขาอาจป้องกัน ฮารากูจิ ได้ไม่เลว แต่ครึ่งหลังตอนที่ เคซุเกะ ฮอนดะ ลงสนามมาก็แสดงให้เห็นว่าเขายังหลุดตำแหน่ง และยังอ่อนประสบการณ์ในการรับมือกับยอดแข้งชั้นนำของเอเชียที่ค้าแข้งในยุโรป  

คะแนน : 6

อดิศร พรหมรักษ์

เกมนี้ ความผิดพลาดเดียวที่ชัดเจนของ อดิศร พรหมรักษ์ คือ การปล่อยให้ ชินจิ โอกาซากิ สลัดหนีตัวประกบไปโหม่งที่เสาแรก อย่างไรก็ตาม หากดูครบ 90 นาที ถือว่า วันนี้โดยรวม เก่ง-อดิศร ทำผลงานได้ไม่ถึงกับเลวร้าย

คะแนน : 6

กรวิทย์ นามวิเศษ

เป็นวันที่ไม่ดีนักของ กรวิทย์ นามวิเศษ แม้ไม่ได้มีจังหวะผิดพลาดที่ชัดเจน แต่การยืนประกบตัวที่ค่อนข้างหลวมในหลายครั้ง และการหลุดตำแหน่งของเขาก็นำมาซึ่งการเสียประตูที่ 3 ให้กับ คุโบะ

คะแนน : 5.5  

พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา

นับเป็นฝันร้ายของ บาส-พีระพัฒน์ เพราะโดนยูยะ คุโบะ ดาวเตะตัวรุกฟอร์มร้อนที่กำลังทำผลงานได้ดีกับเกนท์ ในเบลเยี่ยม เผาเครื่องหลายต่อหลายครั้ง เขาปิดการวิ่งทำทางของ คุโบะ ไม่อยู่เลย และนำมาซึ่งการเสีย 2 ประตูตั้งแต่ต้นเกมของครึ่งแรก และยังมีอีกหลายจังหวะที่ปล่อยให้ คุโบะ ได้ทะลุมาทางขวาง่ายๆ   

คะแนน : 5.5

วัฒนา พลายนุ่ม

ไม่น่าเชื่อว่านี่ คือ เกมแรกของเขาในนามทีมชาติไทย แถมต้องมาเจอกับยอดทีมอันดับต้นๆของเอเชีย อย่างทีมชาติญี่ปุ่น ทว่าเขากลับสอบผ่านทันที… เราอาจจะเห็น วัฒนา พลายนุ่ม จ่ายบอลเสียอยู่บ้าง เพราะการบีบเพรสซิ่งเร็วของญี่ปุ่น ทว่าเกมนี้ โดยรวมแล้ว เขาตัดบอลแดนกลาง และสู้กับฮิโรกิ ซากาอิ ในแดนกลางได้อย่างน่าชื่นชม ความแข็งแกร่งในการเล่นเกมรับของเขานัดนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของทีมชาติไทยเลยทีเดียว เพราะนั่นหมายความว่าโค้ชมีกองกลางตัวรับธรรมชาติให้เลือกใช้งานเพิ่มขึ้นอีก 1 ราย

คะแนน : 7.5

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

มิดฟิลด์ค่าตัว 50 ล้านบาท ได้กลับมายืนกองกลางตัวรับตำแหน่งที่ถนัดที่สุดอีกครั้ง และเป็นอีกเกมที่เขาแสดงว่าทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดี และพอจะต่อกรกับ ยามากูจิ แล ซากาอิ ตรงกลางได้ดี นอกจากนี้ เขายังช่วยสกรีนให้เซนเตอร์ฮาล์ฟของไทย ไม่ต้องเจอกับพิษสงของ ชินจิ คางาวะ ไปมากกว่านี้

คะแนน : 7

สิโรจน์ ฉัตรทอง

พยายามจะเล่นด้วยความดุดัน และแข็งแกร่งตามสไตล์ แต่จังหวะสุดท้ายยังคงเป็นปัญหาของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวิ่งแซง โยชิดะ ไปยิงเต็มๆ ด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษนั้น น่าจะทำได้ดีกว่านี้

คะแนน : 6

ชนาธิป สรงกระสินธ์

เป็นนักเตะที่โดดเด่นที่สุดในเกมรุกอีกแล้ว! จังหวะการเทิร์นบอลของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ช่วยให้ทีมได้เปรียบหลายต่อหลายครั้ง หากต้องเจอรุม 2 - 3 คนตรงกลางสนามก็มีหลายๆครั้งที่เจ้าตัวเอาตัวรอดได้สวย เขาพยายามสร้างสรรค์เกมได้ดี แต่จังหวะที่วิ่งทำทางหาช่องของเพื่อนร่วมทีมกลับทำได้ไม่ดีพอ เพราะโดนแนวรับญี่ปุ่นปิดช่องได้อย่างมิดชิด ขณะเดียวกันหลายๆครั้งที่เขาพาบอลไปข้างหน้า แต่มีเพื่อนตามมาซัพพอร์ตน้อยเกินไป

คะแนน : 7

ธีรศิลป์ แดงดา

“กัปตันมุ้ย” วันนี้สวมปลอกแขนเป็นผู้นำ เขาถูกจับออกไปเล่นทางฝั่งขวา เพื่อช่วยเกมรับด้วย หากดูตอนไม่มีบอล ถือว่า ธีรศิลป์ วิ่งเพื่อสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมได้ดี แต่การโดนเพรสซิ่งเร็ว ทำให้เขาเล่นกับบอลได้อย่างค่อนข้างยากลำบาก และการยิงจุดโทษพลาดทั้งที่เป็นกัปตัน คงทำให้เขาปวดใจไม่น้อยในค่ำคืนนี้…มันเป็นอีกครั้งในชีวิตที่เขาพาทีมชาติไทยโดนยิงที่ไซตามะ ถึง 4 ประตู

คะแนน : 5.5

อดิศักดิ์ ไกรษร

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ อดิศักดิ์ ไกรษร จะเอาชนะ 2 เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง โยชิดะ กับ มาซาโตะ การเจอกองหลังรูปร่างสูงใหญ่ และแข็งแกร่ง ในขณะที่ผู้เล่นไทยวิ่งเติมเกมขนาบข้างกันขึ้นมาได้ค่อนข้างช้า ยิ่งทำให้ AK9 เล่นได้อย่างยากลำบาก และค่อนข้างโดดเดี่ยวมากๆ

คะแนน : 5.5

นูรูล ศรียานเก็ม

แม้มีเวลาในสนาม 17 นาที แต่ นูรูล ได้สัมผัสบอลน้อยมาก และแทบทำอะไรไม่ได้เลย

คะแนน : อยู่ในสนามน้อยเกินไป