ใครรุ่ง-ใครร่วง : ตัดเกรด “ช้างศึก ยู-23” ชุดลุยน้ำทะลุผ่านรอบสุดท้าย ชิงแชมป์เอเชีย 2018

เปียกปอน สะบักสะบอม และทุลักทุเลไม่น้อย สำหรับ ทีมชาติไทย ชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เพิ่งทะลุผ่านเข้ารอบสุดท้าย ชิงแชมป์เอเชีย 2018 ที่ประเทศจีนได้สำเร็จ ในฐานะหนึ่งในทีมอันดับสองที่ดีที่สุดจากรอบคัดเลือก

แข้งช้างศึกจูเนียร์เหล่านี้ มีผลงานที่ดีแค่ไหน ทั้งสามเกมที่สนามศุภชลาศัย ใครบ้างที่รุ่ง และใครบ้างที่ร่วง ติดตามได้ที่นี่ ที่เดียว…

นนท์ ม่วงงาม

ผู้รักษาประตูอนาคตไกลจากเชียงราย ยูไนเต็ด ฉายแววความเก่งสมราคาที่เคยติดทีมชาติฝรั่งเศส ชุดอายุไม่เกิน 17 ปี ด้วยการยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมชาติไทยชุดนี้ แม้จะมีวัยเพียงแค่ 20 ปี

โดยเขาเสียประตูแค่ 1 ลูกจากจุดโทษในเกมกับมองโกเลีย ที่ตนเองเป็นคนรวบแนวรุกมองโกเลียล้มลงช่วงท้ายเกม ซึ่ง “เจ้านนท์” ก็เอ่ยปากหลังเกมว่า ไม่ขอโทษสภาพสนามที่เต็มไปด้วยน้ำขัง และขอแก้ตัวในสองเกมที่เหลือ และก็ทำผลงานได้ดี ไม่เสียประตูอีกกับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย

โดยทั้งสองนัด เขาลงเล่นด้วยสภาวะที่มีความมั่นใจ บวกกับสามารถออกมาตัดบอล และเซฟจังหวะสุดท้ายได้ดีหลายครั้ง

คะแนน : 8

ชินภัทร์ ลีเอาะ

จังหวะผิดพลาดที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้น จากสภาพสนามที่มีน้ำขังจนเกินไป ทำให้ ชินภัทร์ ลีเอาะ ลื่นล้ม และเป็นเหตุทำให้ทีมชาติไทยเสียประตูช่วงท้ายของเกมแรกกับมองโกเลีย

ชินภัทร์ ลีเอาะ ลื่นล้ม และเป็นเหตุทำให้ทีมชาติไทยเสียประตูช่วงท้ายของเกมแรกกับมองโกเลีย และนั่นคือจังหวะผิดพลาดจริงๆ เพียงครั้งเดียวที่เขาทำให้เห็น

และนั่นคือจังหวะผิดพลาดจริงๆ เพียงครั้งเดียวที่เขาทำให้เห็น แต่หลังจากนั้น กับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย แนวรับจากเชียงรายรายนี้ ก็โชว์ผลงานได้ดี ทั้งเกมรับ รวมถึงการเปิดเกมรุกจากแดนหลังที่ทำได้ดี สมกับที่ได้รับโอกาสจาก “โค้ชโย่ง” ทั้งสามนัด

คะแนน : 7

รัตนากร ใหม่คามิ

แบ็คขวาตัวจริงของทีมจากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ลงสนามครบทั้งสามเกม และแสดงผลงานได้ตามมาตรฐาน โดยรัตนากร ถูกฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจบดบังรัศมีการเติมเกมรุก รวมถึงการเล่นบอลกับพื้นที่ทำได้ดี ทำให้เขายังไม่ได้ฉายแววเด่นอะไรออกมามากนักในทัวร์นาเมนต์นี้

คะแนน : 7

สุประวีณ์ มีประทัง

แบ็คซ้ายดาวรุ่ง ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 1 เกมเท่านั้น ในเกมกับมองโกเลีย ก่อนที่จะถูก สุริยา สิงห์มุ้ย หายเจ็บมาแย่งตำแหน่งคืนในสองเกมหลัง และสภาพสนามที่เละตุ้มเป๊ะ ทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนอกจากสกัดบอล และสาดบอลยาวไปข้างหน้า

คะแนน : 6

สุริยา สิงห์มุ้ย

สลัดอาการบาดเจ็บลงสนามได้ 2 เกมหลัง และโชว์ผลงานได้ดีในการเคลื่อนเกมรุกทางฝั่งซ้ายร่วมกับ ชัยวัฒน์ บุราณ คู่หูกราบซ้ายจากเชียงราย ยูไนเต็ด และทำให้ ชัยวัฒน์ โดดเด่นขึ้นมาทันที เมื่อมีเขายืนคุมแนวรับทางซ้าย และด้วยทักษะรวมถึงประสบการณ์ที่เคยถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว ทำให้ สุริยา สิงห์มุ้ย จะกลายเป็นตัวเลือกแรกๆ ของทีมในชุดซีเกมส์อย่างแน่นอน

คะแนน : 7

พีฬาวัช อรรคธรรม

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ได้โอกาสลงสนามในเกมแรก กับ มองโกเลีย แน่นอน มันเป็นเกมที่แทบจะบ่งบอกอะไรมากมายไม่ได้นักสำหรับนักเตะแนวรับ เนื่องจากสภาพสนามที่ย่ำแย่เกินกว่าจะบรรยายได้ และทีมชาติไทยแทบจะบุกแบบวันเวย์ข้างเดียวจนกระทั่งโดนจุดโทษช่วงท้ายเกมแบบเจ็บแสบ

คะแนน : 6

ศฤงคาร พรหมสุภะ

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของดีจากระยอง เอฟซี ที่ถูกดันขึ้นทีมชุด ยู-23 ตั้งแต่อายุ 20 ปี และได้โอกาสลงตัวจริงสองเกม กับ มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บคลีนชีตได้ทั้งสองนัด… ศฤงคาร มีทั้งความนิ่งเกินวัย เข้าบอลหนักหน่วง เด็ดขาด และไว้ใจได้ ทำให้กลายเป็นอีกนักเตะที่น่าจับตามองในศึกซีเกมส์ครั้งนี้

คะแนน : 7

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

ด้วยคลาสบอลที่เหนือกว่านักเตะรายอื่นในวัยเดียวกัน ทำให้ “เจ้าอินซ์” ดูดีมีของเต็มตัว

เกมถล่ม มาเลเซีย 3-0 ที่เขาคุมทัพแดนกลางได้อย่างเหนือชั้น เอาตัวรอดด้วยไหวพริบที่ชาญฉลาดหลายจังหวะ และจ่ายบอลแบบเนียนๆ ขึ้นไปในพื้นที่อันตรายให้เห็นบ่อยครั้ง

โดยเฉพาะในเกมถล่ม มาเลเซีย 3-0 ที่เขาคุมทัพแดนกลางได้อย่างเหนือชั้น เอาตัวรอดด้วยไหวพริบที่ชาญฉลาดหลายจังหวะ และจ่ายบอลแบบเนียนๆ ขึ้นไปในพื้นที่อันตรายให้เห็นบ่อยครั้ง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ยังมีจุดอ่อนที่แสดงให้ก็คือ รูปร่างที่บางจนโดนกระแทกล้มบ่อยครั้ง และโดนพิษสภาพสนามจนฉายแววเก่งออกมาไม่ได้เลยในเกมแรก

คะแนน : 8

พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

กองกลางตัวรับจากเชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีจุดเด่นเรื่องความขยัน ไล่บอลไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และหนักหน่วงในเกม เขาได้รับโอกาสลงสนามตัวจริงจากโค้ชโย่ง 2 เกมกับ มองโกเลีย และ อินโดนีเซีย (สำรองอีก 5 นาทีในเกมกับ มาเลเซีย) โดยทำผลงานได้ตามมาตรฐาน แต่ยังทำได้ไม่ดีนัก กับการเปิดบอลจากแดนตัวเองขึ้นไปทำเกมรุกข้างหน้าที่ยังขาดๆ เกินๆ บ่อยครั้ง

คะแนน : 6

นพพล พลคำ

กองกลางจาก แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี จ่าฝูงลีกรอง ที่ได้ลงสนามครบทั้งสามนัด แบ่งเป็นตัวจริง 2 เกมหลัง และสำรองอีก 1 นัดในเกมกับมองโกเลีย … จริงๆ เขาเป็นมิดฟิลด์จอมขยันที่เล่นฟุตบอลกับพื้นได้ดี แต่ด้วยสภาพสนามที่เปียกปอนไปด้วยฝนในเกมกับ มองโกเลีย และ อินโดนีเซีย ทำให้เขาไม่สามารถต่อบอลได้เชื่องเท้าอย่างที่ตัวเองมีความสามารถ แต่ก็ทำได้ดีในเกมกับ มาเลเซีย ที่ยืนคู่กับ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

คะแนน : 6

วรวุฒิ นามเวช

ปราการหลังที่ถูกส่งมาเล่นกองกลางตัวรับในช่วง 13 นาทีสุดท้ายของเกมกับ อินโดนีเซีย โดยเวลาที่น้อยจนเกินไปทำให้เขาไม่สามารถฉายแสงดาวเด่นออกมาได้มากนัก

คะแนน : 6

วรชิต กนิษศรีบำเพ็ญ

อดีตดาวโรจน์ที่ถูกจับตามองอย่างยิ่งเมื่อหลายปีก่อน กลับกลายเป็นนักเตะแสนธรรมดาที่ยังคลำหาฟอร์มเก่งไม่เจอ โดยวรชิต ในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาถูกส่งลงสนามในเกมสุดท้าย กับ อินโดนีเซีย และไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้การจ่ายบอลทะลุช่องที่เป็นเครื่องหมายการค้าของเขา ไม่ถูกงัดออกมาใช้งานได้เท่าไรนัก จนถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงต้นครึ่งหลัง และมีเพียง 45 นาทีเท่านั้น ที่ได้ลงสนาม

คะแนน : 6

ชัยวัฒน์ บุราณ

แจ้งเกิดได้ในระดับหนึ่งสำหรับ ชัยวัฒน์ บุราณ กราบซ้ายจากเชียงราย ยูไนเต็ด โดยเขายิงไป 1 ประตูในเกมกับมองโกเลีย และมีส่วนร่วมกับอีก 2 เม็ดในเกมกับ มาเลเซีย..

ฝีเท้าที่จัดจ้าน มีความเร็ว กล้าเลี้ยงกล้าตะลุย และหาช่องในการเข้าทำได้ดี เป็นผลงานที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ถูกจดจำได้

ฝีเท้าที่จัดจ้าน มีความเร็ว กล้าเลี้ยงกล้าตะลุย และหาช่องในการเข้าทำได้ดี เป็นผลงานที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ถูกจดจำได้ ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บหนักจนต้องหามออกจากสนาม และเปลี่ยนตัวในเกมสุดท้ายกับ อินโดนีเซีย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เจ้าตัวยังต้องปรับในเรื่องของการตัดสินใจในพื้นที่สุดท้าย และการใช้โอกาสที่เปลืองไปหน่อย เพื่อจะทำให้กลายเป็นแนวรุกที่ลั่นสกอร์ได้มากกว่านี้

คะแนน : 8

ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา

เป็นอีกหนึ่งรายที่ได้ลงสนามครบทั้งสามเกม แต่เป็นตัวจริงเพียง 1 นัดในเกมกับมองโกเลีย โดยมีลูกเปิดให้ชัยวัฒน์ บุราณ ทำประตูในเกมกับมองโกเลีย เป็นจังหวะที่น่าจดจำที่สุดของเขาในทัวร์นาเมนต์นี้… สำหรับ ณัฐวุฒิ นั้น เขาเป็นแนวรุกที่มีความสามารถอยู่แล้ว และเล่นได้หลายตำแหน่ง ทั้งกองกลางตัวรุก กองหน้า หรือตะลุยเลี้ยงกินตัวพาบอลไปทางกราบขวา แต่การลงเล่นในเกมที่มีน้ำขังถึง 2 นัด อาจจะทำให้เขาไม่ได้โชว์จุดเด่นของตนเองออกมามากนัก

คะแนน : 7

ศศลักษณ์ ไหประโคน

ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในสองเกมสุดท้าย โดยในเกมกับ มาเลเซีย เขาเป็นนักเตะที่เสียบอลอยู่บ่อยครั้ง และมีจังหวะจ่ายบอลเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายที่ยังขาดๆ เกินๆ ไร้ความคมอยู่ รวมถึงยังไม่ได้ใช้ความเร็วซึ่งเป็นจุดเด่นที่สุดของเขาออกมามากนัก แต่สิ่งที่เขาทำได้ดีนั่นคือ มีความขยันอย่างมาก และเป็นแนวรุกที่มีวินัยในการเล่นเกมรับ เมื่อเสียบอลก็จะไม่ปล่อยผ่าน และไล่บอลตลอดเวลาในพื้นที่ที่ตนเองได้รับมอบหมาย ซึ่งเจ้าพี ต้องปรับความละเอียดในการทำเกมรุกสักหน่อย เพื่อก้าวขึ้นไปในระดับที่สูงกว่านี้ให้ได้

คะแนน : 7

พิชา อุทรา

ซูเปอร์ซับเบอร์ต้นๆ ของทีมชุดนี้ ที่ได้ลงสนามเป็นสำรองอยู่ 2 นัด และทำได้ 1 ประตูปิดท้ายในเกมกับ มาเลเซีย โดย “เจ้าเคน” มีจุดเด่นในการเล่นบอลทะลุช่อง จากที่เราเคยได้เห็นมาตั้งแต่กับสโมสร พัทยา ยูไนเต็ด เพราะเขามีทั้งความเร็ว และ เซนส์บอลที่เหนือชั้น นอกจากนี้ ยังลากเลื้อยไปกับบอลได้ดีอีกด้วย แต่ทว่า บางครั้งเขาก็มีจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายที่มักจะเก็บบอลไว้กับตัวมากไป

คะแนน : 7

ภาณุเดช ใหม่วงศ์

เพชรเม็ดงามอีกหนึ่งคนจากสโมสร ชลบุรี เอฟซี โดยได้ลงสนามเป็นตัวจริง 1 เกมกับ มาเลเซีย “เจ้านุ” เป็นกองกลางตัวเล็กที่ไปกับบอลได้ดี มีทีเด็ดในการเรียกฟาวล์จากการพาบอลทะลุทะลวงเลี้ยงผ่านแนวรับ ซึ่งผลงาน 57 นาทีก็บ่งบอกได้ว่า เขาเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามองในอนาคตอันใกล้

คะแนน : 7

มนตรี พรหมสวัสดิ์

แนวรุกดาวรุ่งพุ่งแรงจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี มีเวลาเพียงแค่ 57 นาทีเท่านั้น ในทัวร์นาเมนต์นี้ และก็เป็นเกมที่ต้องเจอสภาพสนามสุดย่ำแย่กับ มองโกเลีย ทำให้เขาไม่สามารถลากเลื้อยลูกบอลอย่างที่ถนัดได้เลย แต่ก็ยังโชว์ความขยัน มุ่งมั่นให้เห็นออกมา

คะแนน : 6

เจนรบ สำเภาดี

พลาดการลงสนามในฐานะตัวจริงเกมแรกกับ มองโกเลีย แต่สุดท้าย “เจน” จัดการซัดไป 2 ประตูในเกมกับมาเลเซีย ที่ทีมชาติไทยลงเล่นแบบกดดันสุดๆ ก่อนเกม สมกับที่เป็นกองหน้าที่ไว้ใจได้ที่สุดของทีมชุดนี้

“เจน” จัดการซัดไป 2 ประตูในเกมกับมาเลเซีย ที่ทีมชาติไทยลงเล่นแบบกดดันสุดๆ ก่อนเกม สมกับที่เป็นกองหน้าที่ไว้ใจได้ที่สุดของทีมชุดนี้

โดยเจนรบ ที่ผ่านสมรภูมิ ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย และเคยสัมผัสความเป็นแชมป์ซีเกมส์มาแล้ว อาศัยความแข็งแกร่ง คอยบดกับกองหลังฝั่งตรงข้าม รวมถึงสามารถเก็บบอลไว้กับตัวได้ดี และจบสกอร์ได้

แน่นอนว่า เขาจะกลายเป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งในซีเกมส์ครั้งนี้

คะแนน : 8

สิทธิโชค กันหนู

มีเวลาเต็มเกมกับมองโกเลีย หลังได้โอกาสรับบทกองหน้าตัวเป้า เนื่องจาก เจนรบ สำเภาดี มีสภาพความฟิตยังไม่เต็มถัง และมีเวลาอีก 45 นาทีในเกมกับ อินโดนีเซีย สำหรับ สิทธิโชค กันหนู กองหน้าจากไทยฮอนด้า แต่เจ้าไอซ์ที่มีโอกาสจบสกอร์หลายจังหวะ โดยเฉพาะในเกมกับ มองโกเลีย กลับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูบนสกอร์บอร์ดได้ และการพยายามพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษของเขาหลายต่อหลายครั้ง ก็ถูกตัดบอลได้ไม่ยากนัก ทำให้ทัวร์นาเมนต์นี้ นับเป็นรายการที่เขาโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวังเลยทีเดียว
คะแนน : 6

มนตรี พรหมสวัสดิ์ : จากติ่ง 'มาสุข' สู่ยอดดาวรุ่ง 'ราชันมังกร'

ตัวเล็กเกินไป / อกหักกับน็องซี่ / เกิดใหม่ที่เชียงราย : นนท์ ม่วงงาม จากยช. ตราไก่สู่ช้างศึก

เด็กติดเกม/เทพขาสั้นม.ปลาย/ล่าฝันแดนล้านนา : ชินภัทร ลีเอาะ อนาคตแห่งกว่างโซ้ง

Topics