ใครรุ่ง-ใครร่วง? : ตัดเกรดแข้ง “ช้างศึก” เจ๊า เบลารุส ก่อนแม่นโทษคว้าแชมป์ คิงส์คัพ

ผลเสมอ เบลารุส 0-0 อาจไม่โดนใจแฟนบอลชาวไทยสักเท่าไร หากวัดเพียงแค่ 90 นาทีของเกม แต่นั่นไม่สำคัญเท่าบั้นปลาย ซึ่ง “พลพรรคช้างศึก” ภายใต้การคุมทัพของ มิโลวาน ราเยวัช สามารถป้องกันแชมป์ คิงส์คัพ มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และนี่ คือ 14 นักเตะเลือดสยามที่ได้ลงสนามในเกมนี้  พวกเขามีผลงานเป็นอย่างไรบ้าง? ติดตามได้ที่นี่

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

โชว์ฟอร์มสมบทบาทกัปตันทีมอย่างแท้จริง เพราะสามารถเก็บคลีนชีตได้อีกนัด และมีจังหวะเซฟสวยๆ หลายลูก ทั้งในรูปแบบกวินทร์บินได้ หรือออกมาตัดบอลในจังหวะพื้นที่สุดท้ายก็ทำได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเซฟสองจุดโทษในช่วงเวลาอันตื่นเต้น และนั่นก็ทำให้ “เจ้าตอง” เดินนำหน้านักเตะไทย ชูถ้วยแชมป์คิงส์คัพ ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

คะแนน : 9

พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา

การเป็นหนึ่งเดียวของทีมที่ยิงจุดโทษไม่เข้า ไม่ได้หมายความว่า เกมวันนี้ “เจ้าบาส” จะดูย่ำแย่ไปซะทีเดียว เพราะเขาคือหนึ่งในฟันเฟืองทางฝั่งซ้ายที่ทำให้ ธีราทร บุญมาทัน เดินเครื่องเกมรุกได้แบบไม่ต้องพะวงเกมรับ.. พีรพัฒน์ ใช้ความขยัน และความสามารถที่มี ปล่อยของออกมาจนหมด โดยมีลูกเติมขึ้นมาบีบช่องเบลารุส จนทีมชาติไทยได้จังหวะจบหลายครั้ง และนั่นก็ทำให้วันนี้เป็นวันดีของเขาอีกหนึ่งวัน

คะแนน : 7

พรรษา เหมวิบูลย์

สูงยาวเข่าดี บังบอลเยี่ยม ตัดบอลไม่มีพลาด ยืนตำแหน่งไม่เคยตกหล่น นี่ คือ เพชรเม็ดงามอีกหนึ่งคนที่กำเนิดขึ้นในทีมชุด มิโลวาน ราเยวัช ที่ทำให้ทีมชาติไทย เก็บคลีนชีตได้สองเกมติดต่อกันในศึกคิงส์คัพ แถมยังมีจังหวะบล็อคลูกยิงสวยๆ หลายครั้งในเกมนี้อีกด้วย

คะแนน : 8

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

นิ่งซะจนไม่คิดว่า นี่ คือ เกมนัดที่สี่เท่านั้นที่เขาได้รับโอกาสเล่นให้ทีมชาติไทย ในวัยที่ตัวเลขอายุแตะหลักเลขสาม.. เขาคือ กำแพงหินเดินได้ที่ทีมชาติไทยค้นหามานาน และนัดนี้ เขาก็แสดงให้เห็นอีกครั้งว่า แก่แต่เก๋า เป็นเช่นไร

คะแนน : 8

อดิศร พรหมรักษ์

แบ็คขวาตัวเล็กแต่ใจใหญ่จากเมืองทอง ยูไนเต็ด… เจ้าเก่งมีวินัยเกมรับดีเยี่ยม ตามแบบฉบับที่มิโลวาน ราเยวัช อยากให้เป็น แม้ในส่วนของการเติมเกมรุกยังดูติดๆ ขัดๆ ไปบ้าง เนื่องจากไม่ใช่ของถนัด แต่ถ้าพูดถึงเกมรับแล้วล่ะก็ ขอให้บอก!!

คะแนน : 7

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

หัวใจในแดนกลางที่ทำให้แผงหลังแบ็คโฟร์ของไทย เล่นง่าย และไม่ถูกโจมตีบ่อย จนทำให้ไม่เสียประตูอีกนัด... ธนบูรณ์ ยังคงมีลีลาการตัดเกมที่ยอดเยี่ยมเนียนตาเหมือนเดิม พร้อมทั้งพัฒนาเรื่องการเปลี่ยนถ่ายบอลจากเกมรับเป็นรุกได้อย่างมีชีวิตชีวาขึ้นอีกด้วย

คะแนน : 8

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

ทัวร์นาเมนต์แจ้งเกิดอย่างแท้จริงของมิดฟิลด์ Box-To-Box รายนี้...“เจ้านิว” วิ่งพล่านไปทั่วสนาม ไล่ตัดเกมรุกคู่ต่อสู้ชนิดที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย แถมยังพาบอลตะลุยเลี้ยงกินตัว ลากกินแดนฝ่าดงแข้งเบลารุส จนเรียกฟาวล์ได้หลายครั้ง และเกือบจะเป็นผู้ทำประตูชัยจากลูกฟรีคิกช่วงนาทีสุดท้ายของเกมได้อีกด้วย แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังจบการสัมผัสบอลของตัวเองในทัวร์นาเมนต์ด้วยการซัดจุดโทษเข้าไปได้แบบสุดคม

คะแนน : 9

สรรวัชญ์ เดชมิตร

เพลย์เมกเกอร์ของทีมชุดคิงส์คัพ ที่ยังไม่สามารถปล่อยทีเด็ดของเขาในเรื่องของคิลเลอร์พาสออกมาได้สุด เหมือนเช่นที่ทำได้ในสโมสรแบงค็อก กับนักเตะคลาสสูงอย่าง ดราแกน บอสโควิช และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ซึ่งทำให้บอลที่ออกจากเท้า บางครั้งยังดูขาดๆ เกินๆ และไม่เพียงพอที่จะจบลงด้วยการเป็นประตู แต่ยังได้ความขยัน คอยไล่บอลมากกว่าที่เคยเข้ามาช่วย ทำให้เกมในวันนี้ของเขา ไม่ได้ดูเลวร้ายนัก ก่อนจะถูกเปลี่ยนตัวออกจากแทคติกของเฮ้ดโค้ช

คะแนน : 7

ธีราทร บุญมาทัน

ออกสตาร์ทตามผังตำแหน่งด้วยหน้าที่แนวรุกทางฝั่งซ้าย แต่เมื่อถึงเวลาจริง เขากลับทำได้เกินหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการหุบตัวเองเข้ากลางมาช่วยเพื่อนไล่บอล ตัดบอล และเคลื่อนบอลจากกลางไปหน้าได้ดี จนกลายเป็นศูนย์กลางของทีมในการทำเกมรุก ซึ่งลูกยิงจุดโทษสุดคมกริบ และอารมณ์ความสะใจที่แสดงออกมาทางสีหน้าหลังยิงเข้า นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เขาเหมาะสมกับตำแหน่ง แมน ออฟ เดอะ แมตช์ อย่างแท้จริง

คะแนน : 9

อดิศักดิ์ ไกรษร

ยังคงโดดเดี่ยวในแดนหน้าอีกเกม และไร้สกอร์ทั้งสองนัดที่ได้ลงเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า “เจ้ากอล์ฟ” มีอาการบาดเจ็บที่ข้อศอกจนทำให้เขาไม่สามารถเก็บบอลได้อย่างแข็งแกร่งอย่างที่เคย และยังมีความขาดๆ เกินๆ ในพื้นที่สุดท้ายเหมือนอย่างเกมแรก จนต้องถูกถอดออกเกมไปเป็นนัดที่สองติดต่อกัน

คะแนน : 6

มงคล ทศไกร

ไม่มีสกอร์ให้แฟนๆ ได้ฮือฮาหลังซัดมาสองนัดติดต่อกันให้ทีมชาติไทยก่อนหน้านี้ เกมวันนี้ มงคล โดนพิษความสูงใหญ่ของนักเตะเบลารุสเล่นงาน จนสไตล์การลากบอลของเขาไม่สามารถคายพิษสงออกมาได้ แต่ยังคงรักษามาตรฐานปีกขวาที่ขยัน มีวินัยในการเล่นเกมรับ และช่วยเพื่อนได้ดีเช่นเคย

คะแนน : 7

ตัวสำรอง

สิโรจน์ ฉัตรทอง

ตัวสำรองรายแรกที่ส่งลงสนามในเกมนี้ โดยมีเวลาอยู่ในสนามถึง 30 นาทีเศษ “ปีโป้” สร้างความหวือหวาได้มากกว่าอดิศักดิ์ ไกรษร ที่เขาถูกสั่งให้มาแทนที่ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ซึ่งด้วยความเร็ว และความแข็งแกร่ง ที่คอยชนกับความใหญ่ของแข้งเบลารุส แถมยังเรียกฟาวล์ และใบเหลืองได้อีกด้วย ซึ่งท้ายที่สุด เขาคือบุคคลสุดท้ายที่ได้สัมผัสบอลของทัวร์นาเมนต์นี้ และยิงประตูจากลูกตั้งเตะที่ระยะ 12 หลา เข้าไปให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์

คะแนน : 7

ธีรเทพ วิโนทัย

ลงสนามมาแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร พร้อมกับปรับแผนให้ทีมชาติไทยมาใช้ระบบ 4-4-2 ในช่วง 20 นาทีสุดท้าย.. โดย ลีซอ ทำหน้าที่ได้ไม่ขี้เหร่นักในการจับคู่กับ สิโรจน์ ฉัตรทอง ในตำแหน่งคู่กองหน้า เขาสร้างสรรค์โอกาสการทำประตูได้หลายครั้ง แม้จะเจ็บจากจังหวะข้อเท้าขวา แต่ก็ยังกัดฟันสู้อย่างพยายามจนหมดเวลาการแข่งขัน และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงลูกโทษเข้าให้แฟนบอลสะใจทั้งสนามได้อีกหนึ่งราย

คะแนน : 7

ฟิลิป โรลเลอร์

สองเกมติดต่อกันที่ดาวเตะลูกครึ่งรายนี้ ถูกส่งลงมาสู่สนามในฐานะตัวสำรอง แต่คราวนี้มาในตำแหน่งปีกขวา ไม่ใช่แบ็คขวาเหมือนเช่นเกมที่ผ่านมา ฟิลิป พยายามโชว์ความสด ความเร็ว ความพยายาม เขากล้าเล่น กล้าลุย กล้ากระชากโดยไม่เกรงกลัวคู่แข่ง และเรียกเสียงฮือฮาได้จากแฟนบอล แม้จะมีโอกาสอยู่ในสนามไม่กี่นาทีเท่านั้น แถมยังยิงจุดโทษได้แบบเหนือชั้นอีกด้วย

คะแนน : 7

Topics