ใครรุ่ง-ใครร่วง? : ตัดเกรดแข้ง “ช้างศึก” นัดขุดรากถอนโคน “โสมแดง”

หลังจากประเดิมด้วยความพ่ายแพ้ให้ อุซเบกิสถาน ต่อด้วยการเสมอกับ ยูเออี...ในที่สุดทัพ “ช้างศึก“ ยุคใหม่ ก็คว้าชัยได้สำเร็จ

ทีมชาติไทยในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช คว้าชัยได้เป็นครั้งแรกในรอบ 3 เกม ประเดิมศึกคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 ได้อย่างสวยหรู พร้อมเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปรอป้องกันแชมป์กับ เบลารุส ในวันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม...และทั้ง 14 คนที่ได้ลงสนามในเกมนี้ ผลงานเป็นอย่างไรบ้าง? ติดตามได้ที่นี่

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

มีจังหวะให้เซฟหลายครั้งในครึ่งเวลาแรก และทำได้แบบไร้ปัญหา ก่อนครึ่งหลังเซฟจะได้เซฟลูกยากๆบ้าง โดยเฉพาะช็อตที่ผู้เล่นเกาหลีเหนือยิงแถวสองแฉลบกองหลัง แต่ยังกระโดดปัดข้ามคานไว้ได้ และรักษาคลีนชีทได้ในท้ายที่สุด

คะแนน: 7

พีรพัฒน์ โน้ตชัยยา

ช่วงต้นเกมตกเป็นเป้าหมายเจาะทำเกมของเกาหลีเหนือ แต่ก็ไม่มีจังหวะพลาดให้เห็น ส่วนเกมรุกก็ยังประสานงานกับ ธีราทร ยังไม่ลงตัว แต่ครึ่งหลังก็เริ่มจับจังหวะได้ จนมีโอกาสเติมเกมรุกบ่อยครั้ง ก่อนมาหักบอลย้อนหลังให้ ฐิติพันธ์ วิ่งมายิงแถวสองเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น

คะแนน: 6.5

พรรษา เหมวิบูลย์

หมดห่วงเรื่องลูกกลางอากาศเมื่อมีเขายืนประจำการในแดนหลัง เมื่อสามารถเก็บกินได้หมดแทบทุกจังหวะ รวมถึงจังหวะบล็อคลูกยิง หรือเข้าสกัด ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

คะแนน: 7

เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว

ยังคงโชว์ความนิ่งให้ได้เห็นเหมือนทุกเกมที่ผ่านมา เข้าสกัดบอลได้อย่างหนักแน่นและแม่นยำ รวมถึงลูกกลางอากาศก็ป้องกันไว้ได้หลายครั้ง และเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมชาติไทยเก็บคลีนชีทได้ในเกมนี้

คะแนน: 7.5

อดิศร พรหมรักษ์

แม้ครึ่งแรกจะไม่ค่อยได้เติมเกมรุกมากนัก แต่ช่วยเกมรับได้แบบหายห่วง ก่อนที่ครึ่งหลังมีจังหวะโต้เติมเกมไปเปิดบอลเข้ากลางจนเกือบเป็นประตูที่สอง โดยรวมแล้วถือว่าทำหน้าที่ได้น่าพอใจ ก่อนถูกเปลี่ยนตัวกับ ฟิลิป โรลเลอร์ ในช่วงท้ายเกม

คะแนน: 6.5

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

แม้จะไม่โดดเด่นมากนัก แต่ก็เหมือนกับเป็นผู้ปิดทองหลังพระของทีมในเกมนี้ มีจังหวะดักบอลช่วยทีมไว้ได้หลายครั้ง และออกบอลให้เพื่อนเล่นต่อง่าย ถือว่าทำหน้าที่ได้ตามมาตรฐาน ไม่มีจังหวะผิดพลาดให้เห็น

คะแนน: 7

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์

วิ่งไล่ตัดเกมทั่วสนาม สามารถเชื่อมบอลจากแดนหลังไปยังแดนหน้าได้อย่างแนบเนียน และยังสามารถทำประตูได้อีกด้วย ก่อนมาเรียกจุดโทษให้ ธีรเทพ วิโนทัย ซัดประตูที่สามพาไทยเอาชนะ เกาหลีเหนือ ไปได้ 3-0 และสามารถเรียกจุดโทษประตูสุดท้ายของเกมได้อีกด้วย ก่อนถูกเปลี่ยนตัวกับ ธีรเทพ วิโนทัย เป็นคนที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นที่สุดในเกมนี้เลยก็ว่าได้

คะแนน: 9

สรรวัชญ์ เดชมิตร

ต้นเกมเหมือนยังจับจังหวะไม่ได้ เสียบอลง่าย จนแทบจะสร้างสรรค์เกมไม่ได้เลย แต่ก็มามีส่วนกับประตูแรก ที่ออกบอลเล่นฟรีคิกเร็วให้ ธีราทร จนนำไปสู่ประตูแรกของเกม รวมถึงประตูที่สอง จากจังหวะผ่านบอลต่อให้ พีระพัฒน์ จ่ายย้อนไปถึง ฐิติพันธ์ ได้ซัดแถวสองเป็นประตู

คะแนน: 7

ธีราทร บุญมาทัน

ออกสตาร์ทด้วยตำแหน่งตัวรุกฝั่งซ้าย แม้ช่วงต้นเกมจะดูติดๆขัดๆ ไม่ค่อยได้จังหวะครอสกดดันแนวรับคู่ต่อสู้มากนัก แต่ก็ยกระดับขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนท้ายครึ่งแรกได้โอกาสเปิดบอลจากสุดเส้นฝั่งซ้ายเข้ากลาง นำไปสู่ประตูแรกของเกม นอกจากนี้มีบางช่วงในครึ่งหลังที่ถูกปรับลงไปเล่นเกมรับ ซึ่งก็ทำได้ดีโดยไม่มีข้อผิดพลาดให้เห็น

คะแนน: 7

อดิศักดิ์ ไกรษร

นับว่าเป็นเกมที่ถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวในแดนหน้าพอสมควร เพราะบอลเดินทางไปไม่ค่อยถึง และเมื่อได้ครองบอลก็โดนบีบเร็ว จนแทบไม่ได้สร้างความอันตรายให้กับเกาหลีเหนือเลย ก่อนถูกเปลี่ยนตัวกับ สิโรจน์ ฉัตรทอง

คะแนน: 6

มงคล ทศไกร

ช่วงต้นเกมค่อนข้างเงียบ เพราะทีมเน้นเกมรับ และโต้กลับขึ้นเกมทางซ้ายกับตรงกลางมากกว่า แต่พอโผล่มาก็ทำประตูขึ้นนำได้ทันทีจากโอกาสแรกของเขาในเกมนี้ ทว่ากลับค่อยๆหายไปเช่นเคยในครึ่งหลัง

คะแนน: 7

ตัวสำรอง

สิโรจน์ ฉัตรทอง

ถูกส่งลงสนามแทน อดิศักดิ์ ไกรษร สามารถใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งปั่นป่วนแนวรับเกาหลีเหนือได้หลายครั้ง และเกือบสร้างสรรค์โอกาสทำประตูให้ทั้งเพื่อนร่วมทีมและตัวเขาเองได้อีกด้วย

คะแนน: 6.5

ฟิลิป โรลเลอร์

ถูกเปลี่ยนตัวกับ อดิศร พรหมรักษ์ แต่แทบไม่ได้โชว์ฟอร์มให้ได้เห็นมากนัก ทว่าก็มีส่วนช่วยให้ทีมเก็บคลีนชีทได้ในเกมนี้

คะแนน: 6

ธีรเทพ วิโนทัย

ลงสนามมาแทน สรรวัชญ์ เดชมิตร ไม่กี่นาที ก็ทำประตูได้ทันทีจากจังหวะจุดโทษ ที่เขาจ่ายบอลทะลุช่องให้ ฐิติพันธ์ โดนผู้รักษาประตูเกาหลีเหนือทำฟาวล์ในกรอบ ก่อนรับหน้าที่สังหารเองไม่พลาด ยิงปิดกล่องช่วยทีมเอาชนะได้ 3-0

คะแนน: 7