ใครรุ่งใครร่วง : 5 แนวรุกละตินของเมืองทอง ก่อนถึงยุคเฮแบร์ตี้

มหึมามหาดีลทีเดียว สำหรับการเปิดตัวกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส แนวรุกตัวฉกาจชาวบราซิล เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโว ไทยลีก 2014 โดยเจ้าของอีซ้ายแสนยานุภาพสูงรายนี้ จะเข้ามาโชว์ของในเลกที่สอง ทดแทนการจากไปของ เคลตัน ซิลวา หัวหอกตำนานไทยลีก ชาวบราซิล ที่ย้ายซบลีกจีนไปเมื่อไม่นานมานี้ 

นับเป็นอีกหนึ่งแข้งแนวรุกลีลาจัดจ้านฉบับละตินที่ก้าวเข้าสู่ถิ่น “กิเลนผยอง” ที่ถูกคาดหวังจากแฟนบอลอย่างมาก แต่นี่ไม่ใช่แนวรุกฝีเท้าจัดจ้านจากดินแดนละตินรายแรกของเมืองทอง ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีใครกันบ้าง ใครรุ่งหรือใครร่วง FourFourTwo มีคำตอบที่นี่ ที่เดียว

เอดิวัลโด้ โรฮาส เฮอร์โมซ่า

เอดิวัลโด้ เฮอร์โมซ่า กองหน้ากึ่งปีกดีกรีทีมชาติโบลิเวีย ย้ายจาก นาวาล ทีมดังจากลีกโปรตุเกส มาสู่ถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม เมื่อกลางปี 2012 โดยลูกครึ่งบราซิเลียน-โบลิเวียนรายนี้ เปิดตัวกับ “กิเลนผยอง” ได้ไม่ดีนัก เนื่องจากมีปัญหาในเรื่องของสภาพความฟิต และการปรับตัวให้เข้ากับไทยลีก ซึ่งทำให้สภาพร่างกาย และสภาพจิตใจของเขายังไม่พร้อมกับลีกสูงสุดของสยาม

ด้วยสาเหตุดังกล่าว ทำให้ในปีต่อมา เอ็ดดี้ถูกปล่อยให้ โชนัน เบลล์มาเร่ สโมสรในศึก เจ ลีก ยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งแม้ว่าจะไม่ได้ถูกใช้งานเท่าไรนักที่ดินแดนอาทิตย์อุทัย แต่ เอดิวัลโด้ เฮอร์โมซ่า ซึ่งช่วงนั้นติดทีมชาติโบลิเวีย ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนอเมริกาใต้ มีความมั่นใจ และสภาพร่างกายที่แข็งแกร่งมากขึ้น ทำให้เมืองทองดึงตัวกลับมาใช้งานในเลกที่สอง ซีซั่น 2013

ทั้งนี้ เอ็ดดี้ สร้างผลงานได้ดีทีเดียว เมื่อยิงได้ 1 ประตู ในเกมเปิดตัวหลังจากคัมแบ็กที่ลงสนามเป็นตัวสำรองให้ต้นสังกัดเปิดบ้านถลุง ภูเก็ต เอฟซี ทีมจากดิวิชั่น 1 ยับเยิน 5-0 ในศึกฟุตบอลถ้วย มูลนิธิ ไทยคม เอฟเอ คัพ 2012 รอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยหลังจากนั้น เจ้าของสถิติยิงให้ทีมชาติโบลิเวีย 1 ประตู ก็ได้ลงสนามช่วยทีมอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งแนวรุกร่วมกับพาร์ทเนอร์อีกสองคนอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ มาริโอ ยูรอฟสกี้

แม้จะยิงได้ถึง 5 ประตูจาก 12 เกมในไทยลีก แถมยังมีชื่อ หวนกลับไปเข้าแคมป์ติดทีมชาติโบลิเวียอีกครั้ง ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกกับ ทีมชาติเปรู ช่วงปลายปี 2013 แต่นั่นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เขาได้ไปต่อกับ “กิเลนผยอง” ในซีซั่นต่อมา ในที่สุด เอดิวัลโด้ โรฮาส เฮอร์โมซ่า ก็ถูกปล่อยตัวออกจาก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ไปอีกครั้งหลังจบฤดูกาล 2013

จูเนียร์ กีมาโร่ “จูนินโญ่”

นับเป็นแนวรุกจากดินแดนอเมริกาใต้คนเดียวในลิสต์ของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ถูกดึงตัวมาจากทีมในศึกไทยลีก โดย จูเนียร์ กีมาโร่ หรือที่เรียกกันว่า “จูนินโญ่” นั้น เป็นมิดฟิลด์เชิงรุก วัย 23 ปี ที่ทำผลงานได้ดีจากการย้ายจาก เอฟซี โบโตซานี่ ทีมในลีกา 2 ประเทศโรมาเนีย มาค้าแข้งกับ บีบีซียู เอฟซี ในช่วงเลกที่สองของปี 2012 ซึ่งเจ้าตัวลงเล่นไปทั้งหมด 15 นัด และทำได้ 8 ประตู แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ "เดอะบิ๊กแบง" รอดพ้นจากการตกชั้นได้ ทำให้ถูก “กิเลนผยอง” ดึงตัวมาร่วมทีมในซีซั่น 2013

แต่การย้ายมาซบถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยมของ จูนินโญ่ กลับไม่ได้สวยหรูเหมือนอย่างที่เขาคาดหวังไว้ เพราะเจ้าตัวกลายเป็นเพียงตัวเลือกท้ายๆ ของนักเตะต่างชาติในทีมเมืองทอง ยุคที่เพิ่งคว้าแชมป์ไทยลีก 2012 แบบไร้พ่าย ภายใต้การคุมทีมของ “ย็อคก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช

รายชื่อของนักเตะต่างชาติในตำแหน่งแนวรุกอย่าง โรแลนด์ ลินซ์, พัค นัม โซล, มาริโอ ยูรอฟสกี้, อันนัน บาราคัต, ดานโญ่ เซียก้า ทำให้ชื่อของ จูนินโญ่ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะลงเล่นในฟุตบอลถ้วยให้กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดยเจ้าตัวถูกส่งไปให้กับ “กิเลนทะเลใต้” ภูเก็ต เอฟซี ทีมพันธมิตร ในศึก ยามาฮ่า ลีก วัน ในขณะนั้น ยืมตัว ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2013

โดยในช่วงเลกที่สอง จูนินโญ่ ก็ยังไม่ดีพอสำหรับทีมชุดใหญ่ และถูกส่งไปให้ “ฮัลโหล” ทีโอที เอสซี ทีมร่วมลีก ยืมตัวจนจบฤดูกาล ในวันสุดท้ายของการซื้อขายตัวผู้เล่น รอบที่สอง และนั่นก็คืออดีตนักเตะแนวรุกชาวละตินของเมืองทองที่ถูกลืมมากที่สุดตลอดกาล

เปาโล รานเกล

เปาโล รานเกล หนึ่งในกองหน้าเบอร์ 9 ในดวงใจของแฟนบอล “กิเลนผยอง” โดยเจ้าของความสูง 190 เซนติเมตร ย้ายมาจากลีกบราซิล สู่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ช่วงกลางฤดูกาล 2012 พร้อมกับ “เอ๊ดดี้” เอดิวัลโด้ โรฮาส เฮอร์โมซ่า กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติโบลิเวีย

และนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นกองหน้าเบอร์ 9 เพียงไม่กี่คนที่ประสบความสำเร็จกับเมืองทอง โดยเจ้าตัวซัดไปถึง 12 ประตูจาก 24 เกม เป็นหนึ่งฟันเฟืองส่วนสำคัญที่ช่วยให้ เมืองทอง คว้าแชมป์ไร้พ่ายได้ในฤดูกาล 2012 จน ธีรศิลป์ แดงดา หัวหอกชาวไทย เคยกล่าวยกย่อง เปาโล ว่าเป็นหนึ่งในคู่หูที่ดีสุดที่เคยร่วมเล่นด้วยกันในแดนหน้า

ทว่าในปี 2013 การเข้ามาของ โรแลนด์ ลินซ์ อดีตหัวหอกดีกรีสูงของยุโรป จากทีมชาติออสเตรีย ทำให้เขาไม่เหลือพื้นที่ต่างชาติในตำแหน่งศูนย์หน้า จนต้องระเห็จออกจากทีมในรูปแบบการยืมตัวไปสู่ลีกมาเลเซีย กับ เปรัค ก่อนจะย้ายขาดไปสังกัดสโมสร สลังงอร์, เตรังกานู และยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม อีกสามทีมดังในลีกมาเลเซีย โดยในซีซั่น 2014 เขาสามารถโชว์ฟอร์มได้สุดเด่น จากการยิงสลุตจนคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีก จนมีข่าวว่า ทีมจากไทยลีกให้ความสนใจในตัวดาวยิงแซมบ้ารายนี้กันหลายทีมเลยทีเดียว