ใครรุ่งใครร่วง : ชี้ชะตา 11 แข้งหงส์แดงยุค "เจอร์เก้น คล็อปป์"

หลายคนรู้ดีว่าสไตล์ฟุตบอลของกุนซือชาวเยอรมันคือมีเท่าไหร่ใส่เต็ม แต่การเล่นแบบนี้อาจไม่เหมาะกับแข้งหงส์แดงทุกคน และวันนี้ เจมส์ ดัทตัน คอลัมนิสต์ของเราจะมาชี้ชะตาว่าใครจะรุ่งและใครจะร่วง...

"ผมเชื่อในปรัชญาการเล่นของทีมที่เต็มไปด้วยอารมณ์ รวดเร็วและรุนแรง ทีมของผมจะต้องลุยเต็มที่และใส่เต็มในทุกๆ เกมที่พวกเขาลงเล่น" คำให้สัมภาษณ์ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือป้ายแดงของลิเวอร์พูลในงานแถลงข่าวครั้งแรกของเจ้าตัว

ฤดูกาลนี้ของ ลิเวอร์พูล พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือในชั่วข้ามคืน ...แน่นอนในวงการฟุตบอลหนึ่งสัปดาห์คือเวลาที่แสนยาวนานและอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นที่แอนฟิลด์เมื่อบอร์ดบริหารตัดสินใจปลด เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชและแต่งตั้งอดีตกุนซือเสือเหลืองขึ้นมากุมบังเหยีนแทน

จากทีมที่ดูหมดอาลัยตายอยากและเล่นฟุตบอลแบบสิ้นหวัง บุคลิกของแข้งหงส์และรูปเกมของพวกเขาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดั่งที่เห็นได้จากเกมบุกไปเสมอ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส เมื่อวานนี้ที่แม้ คล็อปป์ จะกำชัยนัดแรกไม่ได้ แต่หลายๆ คนเริ่มได้เห็นการเล่นใหม่ที่เต็มไปได้ "อารมณ์" อย่างที่เจ้าตัวเคยเกริ่นไว้

...ปัญหาคือว่าไม่ใช่นักเตะทุกคนที่จะเหมาะกับระบบการเล่นแบบนี้ การไล่เพรสซิ่งเร็วต้องอาศัยความคล่องตัวและสปีดที่จัดจ้าน ซึ่งวันนี้เราจะมาลองทำนายกันดูว่าในบรรดาแข้งหงส์แดงทั้งหลายนั้นใครจะกลายเป็นดาวจรัสแสง และใครที่จะต้องพบกับความยากลำบากในการปรับตัว

แข้งหงส์ที่ส่อแวว "ร่วง"

ซิมง มินโญเลต์

หากมินโญเลต์ไม่เคยเข้ากับสไตล์การเล่นของ ร็อดเจอร์ส เขาก็อาจจะเป็นคนแรกที่ไปไม่ได้สวยนักกับปรัชญาการเล่นภายใต้ เจอร์เก้น คล็อปป์ แม้ว่านัดที่ผ่านมาจะโชว์ฟอร์มเซฟอุตลุดพาทีมบุกแบ่งแต้มแต่ปัญหาระยะยาวก็ยังน่าเป็นห่วงอยู่ดีสำหรับนายประตูมือสองทีมชาติเบลเยียมรายนี้

ปฏิกิริยาในการเซฟและการบล็อคลูกยิงไม่เคยเป็นปัญหาของ มินโญเลต์ หากแต่ตามแผนของกุนซือชาวเยอรมันที่มักจะดันแนวรับขึ้นสูงนั้นพวกเขาจำเป็นที่จะต้องมีผู้รักษาประตูที่เล่นบอลกับเท้าได้ดีและสามารถตัดสินใจได้เด็ดขาดในสถานการณ์คับขัน ซึ่งสองอย่างหลังนี้เรียกได้ว่าแทบจะเป็นจุดอ่อนของอดีตนายด่านซันเดอร์แลนด์คนนี้เลยก็ว่าได้...อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยังมีเวลาพิสูจน์ให้เห็นว่าเราคิดผิด เพราะฤดูกาลนี้ก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นและยังอีกสองสามเดือนก่อนจะถึงตลาดหน้าหนาว

มาร์ติน สเคอร์เทล & เดยาน ลอฟเรน

หากเป็นไปได้ เรามาทำให้ทีมนี้เป็นทีมที่ยากจะเอาชนะที่สุดในโลกกันเถอะ

- เจอร์เก้น คล็อปป์

สิ่งแรกที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ กล่าวถึงในงานแถลงข่าวครั้งแรกของเขาก็คือการปรับปรุงแนวรับ "เราต้องมีเกมรับที่มั่นคง นั่นคือเรื่องแรกที่สำคัญที่สุด ตอนนี้เราโอเคแต่เราต้องพัฒนาต่อไปหากจะเป็นทีมที่เอาชนะยากที่สุดในโลก"

ลิเวอร์พูลไม่เคยเป็นทีมที่มีเกมรับแข็งแกร่งเท่าไหร่นักในยุคของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส โดยเฉพาะช่วงขวบปีที่ผ่านมานี้ที่แม้ว่าเฮดโค้ชชาวไอร์แลนด์เหนือจะเคยสร้างสัญญาณบวกในเกมรับได้แต่มันก็คงไม่เคยคงทนถาวร ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาเก็บคลีนชีทได้ 6 นัดติดต่อกันตอนที่เปลี่ยนมาเล่นแผงหลัง 3 คนอย่างไรก็ตามช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่นก็ต้องเจอกับปัญหาปวดหัวเมื่อพ่าย อาร์เซนอล โดยเสียถึงสี่ลูก และแพ้ สโต๊ค โดยเสียไปถึง 6 ประตู

...มาร์ติน สเคอร์เทล เอาตัวรอดมาได้ภายใต้ 4 กุนซือชองหงส์แดงในช่วงเวลาที่เขาค้าแข้งอยู่กับทีม แต่ปราการหลังวัย 30 กะรัตจะทำได้อีกหรือไม่กับกุนซือคนที่ 5 นั่นยังเป็นคำถามที่หลายๆ คนสงสัย และหาก คล็อปป์ ตัดสินใจใช้แผนดันกองหลังสูง มันคงไม่มีที่ยืนอีกแล้วสำหรับกองหลังทีมชาติสโลวาเกียในทัพหงส์แดง

สเคอร์เทลยังคงโดดเด่นในเรื่องการเข้าปะทะ แต่มันจะเพียงหรือไม่กับการรักษษตำแหน่งในทีมของคล็อปป์ต่อไป

ขณะที่ เดยาน ลอฟเรน เองก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองให้คุ้มค่ากับค่าตัว 20 ล้านปอนด์ที่สโมสรเสียไปได้เลยแม้แต่นิดเดียว อันที่จริงจากความหวังเขากลายเป็นฝันร้ายของ "เดอะ ค็อป" เกือบทุกครั้งที่ลงสนาม และด้วยความมั่นใจที่หดหายประกอบกับฟอร์มการเล่นที่ไม่คงเส้นคงวา อดีตแนวรับเซาแธมป์ตันจึงเป็นอีกหนึ่งรายที่น่าจะสอบตกในยุคคล็อปป์

ลูคัส เลวา & อดัม ลัลลานา

ความจริงแล้ว ลิเวอร์พูล มีนักเตะหลายคนที่เหมาะกับสไตล์ "เกเก้นเพรสซิ่ง" ของ คล็อปป์ และหากย้อนกลับไปในฤดูกาล 2013/14 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ก็เคยใช้ปรัชญาคล้ายๆ กันนี้จนพาทีมประสบความสำเร็จแบบเหนือความคาดหมาย ...ผู้เล่นหลายๆ คนทำได้ดีเมื่อเล่นภายใต้แท็คติคที่เน้นการไล่บีบพื้นที่และเพรสซิ่งเร็ว ยกตัวอย่างเช่น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟิลิปป์ คูตินโญ และ จอน ฟลานาแกน

อย่างไรก็ตามยังมีผู้เล่นอีกหลายคนที่ดูแล้วไม่ได้เหมาะกับสไตล์นี้เท่าไหร่นัก โดยเฉพาะ ลูคัส เลวา ที่นับตั้งแต่บาดเจ็บไปเมื่อปี 2011 ก็ไม่เคยกลับสู่ฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมของเจ้าตัวได้อีกเลย การเคลื่อนที่และสปีดต้นของมิดฟิลด์ตัวรับชาวบราซิเลียนกลายเป็นปัญหาและจุดอ่อนของหงส์แดงในรอบขวบปีที่ผ่านมา และด้วยการเล่นที่ คล็อปป์จะนำเข้ามาสู่ลิเวอร์พูลก็ดูแล้วน่าจะไม่เหมาะเท่าไหร่นักสำหรับนักเตะขิงแก่แบบเขา

ขณะที่ทางด้าน อดัม ลัลลานา แม้จะโชว์ฟอร์มได้ดีในนัดล่าสุด แต่ปัญหาของอดีตกัปตันทีมนักบุญแดนใต้คนนี้ก็คือแทนที่จะทำให้เกมไหลลื่นและรวดเร็ว หลายๆ จังหวะเขาชอบที่จะแต่งบอลเกินพอดีและทำให้เกมช้าลง มันอาจไม่ใช่ความผิดของเขาเพราะนั่นคือสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแนวรุกรายนี้ แต่ถ้าจะให้รุ่งในทีมหงส์แดงยุคใหม่เขาต้องปรับเปลี่ยนจังหวะบ้าง ...คำถามคือด้วยอายุ 27 ปีมันจะยังเป็นไปได้หรือไม่?

และนักเตะอื่นๆ ที่น่าจะ "รุ่ง"

...ผ่านไปแล้วกับแข้งหงส์แดงที่น่าจะ "ร่วง" ทีนี้ไปดูในหน้าถัดไปกันว่าใครน่าจะ​ "รุ่ง" ในยุคคล็อปป์...