ใครรุ่งใครร่วง? : ย้อนรอยแข้งเซราะกราวแซมบ้าแห่ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ตลอดฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา มีพ่อค้าแข้งต่างชาติเข้ามาหาเลี้ยงชีพในลีกสูงสุดประเทศไทยถึง 120 ราย จาก 35 ประเทศด้วยกัน โดยทีมที่ใช้งานแข้งต่างชาติมากที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ด้วยจำนวนกว่า 11 คน

แต่ “บราซิลนี่แหละ คือ ของจริงที่สุด" คือคำพูดของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร “ปราสาทสายฟ้า หลังเบนเข็มกลับมาอิมพอร์ตแข้งแซมบ้าเข้าสู่ทีมอีกครั้ง จากที่ก่อนหน้านี้เคยทดสอบเน้นเชื้อสายสแปนิชมาช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายกลับทำผลงานไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ใจหวัง... 

เวสลีย์ เฟย์โตซ่า และ รูเบนิลสัน คานู คือแข้งเเซมบ้าสองรายล่าสุด ทีมงาน FFT TH จึงได้รวบรวมเหล้านักเตะบราซิเลียนในสีเสื้อของยอดทีมแดนอีสาน ตั้งแต่คนแรกจนถึงปัจจุบันมาให้ยลโฉมกันว่าใครสอบผ่าน-สอบตก หรือถึงขั้นได้เกียรตินิยมกันบ้าง!

ดักลาส คาร์โดโซ

หลังจาก เนวิน ชิดชอบ เทคโอเวอร์สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและกลายร่างมาเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ เมื่อปี 2009 ...กองหน้าวัย 33 ปีรายนี้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะตัวความหวังและสัญชาติบราซิเลียนรายแรกๆ ที่ย้ายมาอยู่กับสโมสรเมื่อปี 2010

ดักลาส คาร์โดโซ คือแข้งเลือดแซมบ้าไม่กี่คนในสมัยนั้นที่ผ่านการลงเล่นในศึก เซเรีย อา ลีกสูงสุดบราซิลและยังถือเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของ โรบินโญ่ สุดยอดกองหน้าพรสวรรค์ทีมชาติบราซิลในสมัยที่เล่นด้วยกันที่ ซานโตส นอกจากนี้เขายังรู้จักมักคุ้นกับ เอลาโน่ อดีตมิดฟิลด์ตัวรุก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ดิเอโก้ จอมทัพที่เคยค้าแข้งกับ แวร์เดอร์ เบรเมน, ยูเวนตุส และ โวล์ฟสบวร์ก ที่เติบโตร่วมรุ่นกันมาในช่วงแรกๆ ของอาชีพการค้าแข้ง ...จากโปร์ไฟล์อันสวยหรูระดับนี้ ทำให้การย้ายมาโชว์เพลงแข้งในแดนสยามนับว่าสร้างความฮือฮาและตื่นตะลึงให้กับแฟนบอลชาวไทยไม่น้อยเลยทีเดียว

แม้จะไม่สามารถบันดาลโทรฟี่ให้ทีมได้ แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ "ปราสาทสายฟ้า" ภายใต้ผู้บริหารฟุตบอลมือใหม่อย่าง เนวิน ชิดชอบ เป็นที่รู้จักไปทั่ว เมื่อพาทีมคว้าดับเบิ้ลรองแชมป์ทั้งไทยพรีเมียร์ลีกและลีกคัพได้สำเร็จ นอกจากนั้น ดักลาส คาร์โดโซ ยังมีชื่อเป็น นักเตะคนแรกผู้พังประตูให้ บุรีรัมย์ พีเอีเอ ในศึกดาร์บี้แมตช์ “สยามคลาสสิค” กับ "กิเลนผยอง"​ อีกด้วย…

อย่างไรก็ตามในฤดูกาลถัดมา หัวหอกเลือดแซมบ้ารายนี้ก็ถูกส่งไปอยู่กับ บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมน้องในระดับดิวิชั่น 1 และด้วยฝีเท้าที่เก่งเกินลีกพระรอง เขาก็พาทีมผงาดคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ แต่สุดท้ายก็ถูกปล่อยไปอยู่กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ต่อด้วย สระบุรี เอฟซี  ต่อเนื่องที่ พีทีที ระยอง และ บางกอก เอฟซี เป็นสโมสรล่าสุดในการค้าแข้งเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา

รุ่ง หรือ ร่วง : สอบผ่านฉลุย!

“ดูดู้” หลุยซ์ เอดูอาร์โด ปูร์ซิโน

กองหน้าวัย 30 ปีรายนี้เป็นอีกหนึ่งนักเตะบราซิเลี่ยนยุคแรกๆ ของ บุรีรัมย์ พีอีเอ เช่นกัน หลังย้ายมาค้าแข้งกับทีมเมื่อฤดูกาล 2010 และเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญในแดนหน้าเคียงคู่กับ ดักลาส คาร์โดโซ

...ด้วยความคล่องแคล่ว ว่องไว และเปี่ยมไปด้วยความปราดเปรียว หลุยซ์ เอดูอาร์โด ปูร์ซิโน หรือในชื่อเรียกสั้นๆ ว่า “ดูดู้” ระเบิดฟอร์มได้ไม่เลว เมื่อยิงไป 10 ประตูจาก 28 นัด และมีส่วนสำคัญพา “ปราสาทสายฟ้า” คว้าดับเบิ้ลรองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกและลีกคัพ ซึ่งแม้จะยิงไม่มาก แต่เขาก็มีส่วนร่วมและอิทธิพลในเกมรุกของทีมพอสมควร ทว่าฤดูกาลถัดมาเขาปฏิเสธที่จะลงไปเล่นในระดับดิวิชั่น 1 กับทีมน้องใหม่อย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี เนื่องจากมองว่าด้วยระดับฝีเท้าของเขาควรจะเล่นในลีกที่ดีกว่า จนสุดท้ายก็เป็นเหตุแตกหักและทำให้สโมสรตัดสินใจยกเลิกสัญญาเจ้าตัวไป

หลังจากหมดสิ้นข้อผูกมัดกับ บุรีรัมย์ฯ ในช่วงเลกสองของฤดูกาล 2011 ดูดู้ ก็ย้ายไปอยู่กับ ศรีราชา เอฟซี และทำผลงานได้ดีจนถูก โอสถสภา เอ็ม-150 สระบุรี กระชากตัวไปลุยไทยพรีเมียร์ลีกเมื่อปี 2012 ต่อด้วยการลงเล่นในดิวิชั่น 1 กับ ภูเก็ต เอฟซี เมื่อปี 2013 และล่าตาข่ายให้กับ เพื่อนตำรวจ เมื่อปี 2014 ก่อนที่ปี 2015 จะมาลงเล่นให้กับ พานทอง เอฟซี ในระดับดิวิชั่น 2 ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่ปีนี้จะย้ายไปแอ่วเหนือกับ ลำปาง เอฟซี เป็นสโมสรล่าสุดในประเทศไทย...

รุ่ง หรือ ร่วง : สอบผ่าน

ราฟาเอล ซูซ่า ดา ซิลวา

กองหลังชาวบราซิเลี่ยนรายนี้ย้ายจาก ริโอ บรันโค ทีมระดับ เซเรีย ดี บราซิล มาค้าแข้งกับ บุรีรัมย์ พีอีเอ เมื่อฤดูกาล 2011 พร้อมกับๆ "ดูโอแฟรงค์" แฟรงค์ อาเชียมปง และ แฟรงค์ โออ็องด์ซา โดย "ปราสาทสายฟ้า" ที่ได้ “บทพระรอง” เมื่อปีที่ผ่านมา คาดหวังอย่างยิ่งว่าเหล่าแข้งหน้าใหม่รวมถึง ราฟาเอล จะเข้ามาเป็นกำลังหลักพาทีมไล่ล่าความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอันเสียที...

อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะมีความสูงถึง 199 ซม. มีความโดดเด่นและแข็งแกร่งในเรื่องการเล่นลูกกลางอากาศเป็นท่าไม้ตาย แต่จากเนื่องจากเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างช้า ก็ทำให้ ราฟาเอล มีปัญหากับการปรับตัวให้เข้ากับสปีดบอลของทีมพอสมควร และส่งผลให้แนวรับร่างยักษ์คนนี้มีโอกาสลงสนามให้ทีมเพียง 4 นัดเท่านั้น ก่อนถูกปล่อยไปอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี ในช่วงเลกสอง แม้จะได้รับโอกาสลงเล่นมากขึ้น โดยตลอดหนึ่งปีครึ่งกับทีม ราฟาเอล ได้รับโอกาสลงสนามถึง 32 นัด แต่กลับทำได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น จนกระทั่งหลังจบฤดูกาล 2012 เจ้าตัวก็ถูก "กระต่ายแก้ว" ปล่อยพ้นทีม

...ดูเหมือนว่าไทยพรีเมียร์ลีกอาจจะไม่ใช่เวทีลูกหนังที่เหมาะสมกับเขา ทำให้ในปี 2013 ราฟาเอล ตัดสินใจย้ายไปค้าแข้งในลีกมาเลเซียกับ เปรัค เอฟเอ และปี 2014 กับ พีดีอาร์เอ็ม เอฟเอ ส่วนปัจจุบันนั้นไม่ปรากฏข้อมูลว่ากำลังค้าแข้งอยู่กับทีมใด

รุ่ง หรือ ร่วง : ซ้ำชั้น

Pages