ไม่ใช่ "ช้างศึก" : ใคร คือ จอมยิงประตูช่วง 10 นาทีสุดท้ายศึก ซูซูกิคัพ?

แน่นอนว่าฟุตบอลลูกกลมๆอะไรก็เกิดขึ้นได้ใน 90 นาที บางทีมอาจยิงประตูแบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยก่อนจะเก็บชัยได้สำเร็จ แต่บางทีมกลับยิงประตูในช่วงท้ายเกมมากกว่าเวลาใด นี่คือ 8 อันดับของทีมในศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ มาดูกันว่าทีมใดยิงประตูช่วง 10 นาทีสุดท้ายมากสุด-น้อยสุดกันบ้าง หมายเหตุ : เริ่มนับรอบแบ่งกลุ่ม และช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง  

กัมพูชา  -  2ครั้ง

หลังห่างหายไปนานหลายปี การกลับมาครั้งนี้ทำเอาสาวกของพวกเขามีลุ้นนิดๆหลังมีสตาร์ประจำทีมอย่าง จัน วัฒนากา ที่ยิงไปแล้ว 2 ประตูเป็นตัวชูโรง โดยครั้งนี้ถือเป็น ซูซูกิ คัพ ครั้งที่ 6 ของพวกเขา ส่วนประตูท้ายเกมที่เคยทำได้มีเพียง 2 ประตู เท่านั้น จากทั้งหมด 20 เกม

2 ประตูดังกล่าวพวกเขาทำได้ในปี 2000 และ 2002  แต่เป็นการยิงท้ายเกมที่ไม่ได้มีส่วนสำคัญพาทีมไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ เพราะทั้ง 2 ครั้ง กัมพูชา จบด้วยความพ่ายแพ้ และตกรอบศึกชิงแชมป์อาเซียน เพียงรอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

ฟิลิปปินส์ - 9 ครั้ง

ในอดีต ฟิลิปปินส์ อาจไม่ใช่ทีมที่น่ากลัวมากนัก และยังไม่เคยได้แชมป์ แต่ปัจจุบันพวกเขาจัดว่าแข็งแกร่งไม่แพ้ทีมใดในรายการนี้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามพวกเขาเป็นชาติเดียวที่ไม่เคยยิงประตูคู่แข่งท้ายเกมถึง 3 ปีติดต่อกัน แต่ก็ผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้าย 10 ครั้ง และเคยทำประตูท้ายเกมไป 9 ประตู จาก 38 เกม

สำหรับ ฟิลิปปินส์ ประตูท้ายเกมที่สำคัญของพวกเขาเกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 2 โดย เจมส์ ยังฮัสแบนด์ แนวรุกหน้าหล่อ ยิงให้ทีมตีเสมอลาว ในนาทีที่ 94 และ1แต้มครั้งนั้นมีส่วนสำคัญให้พวกเขาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศแบบหวุดหวิด เพราะมีแต้มเท่ากับอันดับ 3 อย่างกัมพูชา แต่ลูกได้เสียดีกว่าจึงผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

ปี 2012 ลูกฮึดท้ายเกมของพวกเขาสร้างประโยชน์ได้อีกครั้ง โดยสถานการณ์นัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มแพ้ทีมชาติไทย 0-1 ก่อนที่นัดสอง เอเมลิโอ คาลิกดง มิดฟิลด์ปินอย จะยิงประตูชัยให้ทีมชนะเวียดนาม 1-0 เก็บ 3 แต้มแรกของทัวร์นาเม้นได้สำเร็จ ก่อนที่แมตช์ต่อมาจะเอาชนะเมียนมา 2-0 โดย อันเกล กีราโด อัลเดเคอร์ ยิงปิดท้ายในช่วงท้ายเกมเก็บพาทีมเก็บเพิ่มเป็น 6 คะแนน ผ่านเข้าสูรอบรองชนะเลิศในเวลาต่อมา

เมียนมา - 10 ครั้ง

ผลงานในรายการนี้ อาจจะไม่หวือหวาเท่าชาติอื่นๆ เพราะส่วนใหญ่จอดป้ายแค่รอบแรก แต่ก็ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายได้ทุกครั้ง และเป็นอีกทีมที่ประมาทไม่ได้ทีเดียว ซึ่งพวกเขาเคยยิงประตูคู่แข่งท้ายเกม 10 ประตู จาก 37 เกม แต่ยังไม่เคยนั่งบัลลังก์แชมป์รายการนี้

หากกล่าวถึงประตูท้ายเกมที่สำคัญของพวกเขา ต้องยกให้ 2 ประตูในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2004 ที่มีส่วนสำคัญพาพวกไปไกลสุดนับตั้งแต่เข้าร่วมรายการนี้ โดยนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มพวกเขาเฉือนชนะฟิลิปปินส์ 1-0 จากประตูของ ซาน เด เทียน นาทีที่ 92 ต่อมานัดที่สอง ซอว์ ลิน ตุน จะยิงให้ทีมเสมอไทย 1-1 ในช่วงท้ายเกมทำแต้มติดมือแบบต้องลุ้นเหนื่อย หลังถูกทัพช้างศึกออกนำตั้งแต่ต้นครึ่งแรก

เกมต่อมาพวกเขาเก็บชัยเหนือ มาเลเซีย กับ ติมอร์ เลสเต ก่อนเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่ม จากนั้นปี 2008 แม้จะทำประตูช่วงท้ายเกมได้ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลให้ทีมไปไกลเกินรอบแบ่งกลุ่ม หลังจากนั้นมาพวกเขาก็ไม่เคยยิงประตูในช่วง 10 นาทีสุดท้ายอีกเลยจวบจนปัจจุบัน

สิงคโปร์ - 15 ครั้ง

นับตั้งแต่ปี 1996 พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกชิงแชมป์อาเซียนทุดครั้ง รวมจำนวนเกมทั้งสิ้น 51 นัด พร้อมยิงประตูช่วงท้ายเกมไป 15 ประตู และครองแชมป์อาเซียนอีก 4 สมัย

ซึ่งประตูที่มีส่วนสำคัญพาทีมประสบความสำเร็จต้องย้อนมากที่สุดต้องย้อนไปเมื่อปี 2004 หลังพวกเขาเฉือนชนะ เมียนมา นัดแรกในรอบรองชนะเลิศ 4-3 จากประตูของ ชาริล อิสชาร์ก และเป็นประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ทีมเก็บ 3 แต้มแรกของทัวร์นาเม้น ก่อนที่นัดสองพวกเขาจะตกเป็นรองอย่างหนัก เมื่อถูกเมียนมา ออกนำไปก่อน 0-2 ก่อนที่ นอร์ อลัม ชาร์ จะยิงตีตื้นนาทีที่ 74 และเหมาอีก 2 ประตูในช่วง 10 นาสุดท้าย หลังจากนั้น อากูร์ แคสเมียร์ มายิงปิดท้ายช่วงต่อเวลาพิเศษ ส่งผลให้ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศพบกับ อินโดนีเซีย ก่อนที่สุดท้ายพวกเขาจะคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

ครั้งต่อมาในปี 2007 เป็นอีกครั้งที่การทำประตูท้ายเกมของพวก ช่วยให้ทีมหยิบแชมป์สมัยที่ 3 มาครอง โดยรอบชิงชนะเลิศนัดแรก หลังเสมอกับทีมชาติไทย 1-1 มุสตาฟลี่ ฮารุดดิน กลายเป็นฮีโร่ซัดจุดโทษท้ายเกมให้ทีมเอาชนะไปก่อนนัดแรก ต่อมานัดที่ 2 พิพัฒน์ ต้นกันยา อดีตดาวยิงทีมชาติไทย จะทำประตูออกนำไปก่อนในครึ่งแรก แต่เข้าสู่ท้ายเกม ไครูล อัมรี ยิงตีเสมอให้ขุนพล “เมอร์ไลออนส์” ได้สำเร็จ และรักษาสกอร์รวมให้สิงคโปร์ชนะไป 3-2 และคว้าแชมป์ไปครองได้อีกครั้ง

มาเลเซีย - 16 ครั้ง

อีกหนึ่งชาติที่เข้าร่วมชิงชัยอย่างต่อเนื่อง โดยตลอด 55 เกม ที่ผ่านมา ซึ่งพวกเขายิงประตูช่วงท้ายเกมไปถึง 16 ประตู พร้อมคว้าแชมป์ได้ 1 สมัย ในรายการนี้

ศึกรอบแบ่งกลุ่มปี 2007 พวกเขาเก็บชัยได้เพียงนัดเดียว เสมอ 1 และแพ้ 1 โดยแมตช์ที่ชนะเป็นเกมที่ขุนพลเสือเหลือง ถล่มฟิลิปปินส์ 4-0 ซึ่งประตูสุดท้ายเป็นการยิงช่วงท้ายเกมของ ฮารุดดิน โอมาร์ ก่อนมีส่วนสำคัญให้ มาเลเซีย เก็บ 4 แต้ม และผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

ส่วนศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งล่าสุดที่ผ่านมา เป็นอีกครั้งที่พวกเขาชนะเพียงนัดเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม จากการเสมอเมียนมา และแพ้ไทย ใน 2 นัดแรก ทำให้นัดที่ 3 สถานการณ์พวกเขาส่อแววจอดป้ายเพียงรอบแรกเต็มที หลังเข้าสู่ท้ายเกมสกอร์ยังเสมอกับ สิงคโปร์ 1-1 ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องชนะเท่านั้น ก่อนที่สุดท้าย ซาฟี ซาลี และ อินทระ ปูตรา มหายุดดิน จะซัด 2 จุดโทษ พาทีมเอาชนะไปได้ และผ่านเข้ารอบต่อไป ก่อนจะพลาดแชมป์ให้ทัพช้างศึกนัดชิงชนะเลิศในเวลาต่อมา

อินโดนีเซีย - 23 ครั้ง

แม้จะยิงช่วงท้ายเกมมากเป็นอันดับสาม และผ่านเข้ารองชิงชนะเลิศถึง 4 ครั้ง แต่รายการนี้ ขุนพลอิเหนายังไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว อย่างไรก็ตามพวกเขาผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้าย ซูซูกิ คัพ ได้ทุกครั้ง โดยยิงประตูช่วงท้ายเกมไป 23 ประตู จาก 53 เกม  

หลังเก็บไป 4 แต้ม จาก 2 นัดในรอบแบ่งกลุ่มปี 2002 การเจอเวียดนามในนัดที่ 3 พวกเขาตกเป็นรองอย่างหนัก หลังถูกนำอยู่ 1-2 ก่อนที่แข้งอิเหนา จะมายิงประตูตีเสมอท้ายเกม เก็บเพิ่มอีกหนึ่งแต้มได้สำเร็จ ซึ่งมีส่วนพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ในปี 2010 บัมบัง ปามุงกัส กองหน้าตัวเก่งของพวกเขาซัด 2 จุดโทษท้ายเกมใส่ทีมชาติไทย พาอินโดนีเซีย ชนะไป 2-1 ในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย ก่อนผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่ม แม้รอบชิงชนะเลิศนัดที่ 2 จะเกิดประตูสำคัญใน 10 นาทีสุดท้ายพาทีมคว้าชัยเหนือมาเลเซีย 2-1 จากฝีเท้าของ มูฮัมหมัด ริดวาน แต่รวมผล 2 นัด พวกเขาแพ้ไป 4-2 พลาดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

ไทย - 25 ครั้ง

ศึกชิงแชมป์อาเซียนหนนี้ พวกเขามีลุ้นครองแชมป์สมัยที่ 5 โดยเข้าร่วมรายการมาตลอดนับตั้งแต่ปี 1996 และเป็นทีมที่ยิงประตูคู่แข่งช่วง 10 นาทีสุดท้ายมากเป็นอันดับสอง จำนวน 25 ประตู จาก 58 เกม

ไทเกอร์ คัพ 1998 มีประตูท้ายเกมที่สำคัญเกิดขึ้น แต่ไม่น่ายินดีเท่าไหร่นัก เพราะเกมนั้นไทยกับอินโดนีเซีย หวังเล่นเอาผลเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการเจอเจ้าภาพอย่าง เวียดนาม โดยหลังถูกแข้งอิเหนานำอยู่ 1-2 เป็นเทิดศักดิ์ ใจมั่น มายิงประตูตีเสมอได้สำเร็จ แต่ก่อนจบเกมนักเตะอินโดนีเซีย จงใจยิงประตูตัวเอง เพื่อผลักไทยให้เจอกับเวียดนาม และอินโดนีเซีย จะได้เจอกับ สิงคโปร์ แทน ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่แพ้ในรอบรองและต้องตกรอบในท้ายที่สุด ก่อนต่อมาเกมในครั้งนั้นจะถูกเรียกขานว่า “แมตช์อัปยศไทเกอร์ คัพ” จวบจนทุกวันนี้

และประตูท้ายเกมสุดสำคัญอีกครั้งในปี 2014 จุดโทษของ ชาริล ชัปปุยส์ ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม พาทีมเฉือนชนะ สิงคโปร์ พร้อมเก็บ 3 แต้มแรกในทัวร์นาเม้น  ก่อนเกมต่อมา หลังเสมอกับ มาเลเซีย 2-2 เข้าสู่นาทีที่ 90 อดิศักดิ์ ไกรษร จะมายิงประตูชัยให้ไทยเอาชนะไป 3-2 และมีส่วนสำคัญพาทีมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ

แต่การยิงสุดสำคัญต้องยกให้นัดชิงชนะเลิศในปีเดียวกัน  โดยนัดแรก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ปีกตัวเก่งของไทยยิงปิดท้ายให้ทีมเอาชนะ มาเลเซีย 2-0 ก่อนที่นัดสอง แม้ขุนพลเสือเหลือง จะล้างตาชนะไป 3-2 ซึ่ง 2 ประตูของไทยมาได้ในช่วงนาทีที่ 81 และ 88 จาก ชาริล ชัปปุยส์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก่อนคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้อย่างยิ่งใหญ่

เวียดนาม - 27 ครั้ง

“ทัพดาวทอง” นับเป็นทีมที่ได้เข้าร่วมอย่างสม่ำเสมอในรายการนี้ และพวกเขาเป็นทีมที่ยิงประตูคู่แข่งในช่วง 10 นาทีสุดท้ายได้มากที่สุดในทัวร์นาเม้นต์นี้ตั้งแต่ปี 1996 เป็นต้นมา รวมเบ็ดเสร็จถึง 27 ประตู จาก 53 เกมที่ลงสนาม โดยประตูช่วงท้ายเกมที่สำคัญที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นลูกโหม่งของ เล กง วินห์ โกลเด้นบอยของเวียดนาม ที่ช่วยให้ทัพดาวทอง คว้าแชมป์ซูซูกิ คัพ ครั้งแรกเหนือทีมชาติไทย เมื่อปี 2008  

นอกจากนี้ในเกมที่สองของรอบแบ่งกลุ่มปี 2014 พวกเขาออกนำ ลาวไป 1-0 ก่อนที่  เล กง วินห์ และ เหงียน ฮุย ฮุงจะยิงช่วงท้ายเกม พาทีมชนะ 3-0 ส่งผลให้เก็บเพิ่มเป็น 4 คะแนน และนัดสุดท้ายเอาชนะ ฟิลิปปินส์ พร้อมผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะแชมป์กลุ่ม แต่ต้องผิดหวังหลังจบเกมรอบรองชนะเลิศพวกเขาแพ้ มาเลเซีย 4-5 หมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์สมัยที่ 2 ไปอีกปี