ไม่ใช่ค่าโง่ : เหตุใดค่าตัวของ 'ป๊อกบา' จึงคุ้มค่าทุกสตางค์?

นี่คือเหตุผลว่าจริงๆ แล้ว การที่ป็อกบาย้ายออกจากทีมไปในครั้งแรกนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ก็ได้ แถมการกลับมาครั้งนี้ เขาจะต้องตอบแทนเม็ดเงินที่ปีศาจแดงลงทุนไปอย่างคุ้มค่าทุกเพนนีได้อย่างแน่นอน…

กระแสการกลับมาถิ่นเก่าของ พอล ป็อกบา กลายเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ทันทีเพราะไม่ว่าจะเป็นโซเชี่ยลต่างๆ คลิปวิดิโอ ป้ายโฆษณา หรือแม้กระทั่งหญิงสาวที่ทำงานอยู่ในร้านซักผ้า ล้วนแต่พูดถึงข่าวนี้กันหมด  

สาเหตุที่ทำให้ดีลนี้เป็นที่พูดถึงอย่างมากนั้นก็เนื่องมาจากค่าตัวที่สูงลิบจนรั้งสถิติสูงที่สุดในโลกนี้ แถมเมื่อ 4 ก่อน ป็อกบาก็เคยอยู่แมนฯ ยูมาก่อน ทว่าในตอนนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ของทีมให้คำจำกัดความกองกลางรายนี้ว่าเป็น “นักเตะแห่งอนาคต” ทำให้เขาแทบไม่ไม่เลือกใชhงานป็อกบาเลย แถมยังไปดึง พอล สโคลส์ กลับมาเล่นอีกครั้งแม้ว่าจะแขวนสตั๊ดไปแล้ว รวมทั้งใช้ ราฟาเอล ดา ซิลวา มาเล่นแทน ซึ่งมันทำให้ป็อกบาไม่พอใจและตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีม

ป็อกบาเผยว่าฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจอำลาเมืองแมนเชสเตอร์เมื่อ 4 ปีก่อนก็คือการที่ทีมเลือกใช้งาน ราฟาเอล ดา ซิลวา จับคู่กับ พาร์ค ชี ซอง ในเกมที่พบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ก่อนที่จะแพ้ไปในที่สุดเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2011 นั้นให้เขา (ที่เป็นกองกลางแท้ๆ) รับไม่จึงเลือกไม่ต่อสัญญากับทีม และย้ายซบยูเวนตุสในเวลาต่อมา

ไม่เกี่ยวกับเงิน

ทว่าสิ่งที่เฟอร์กี้กล่าวกับความจริงนั้น มันค่อนข้างที่จะย้อนแย้งกันเหลือเกิน เพราะจริงๆ แล้ว แข้งรายนี้เก็บข้าวของออกมาเพราะต้องการหาเวลาลงสนาม ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย

เรเน่ มิวเลสตีน และ พอล แม็คกินเนสส์ 2 อดีตทีมงานของแมนฯ ยู เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วในตอนนั้น ป็อกบายังคงอยู่ในแผนการทำทีม  ทว่าเหมือนกับว่าโอกาสนั้นจะมาช้าไปหน่อย

เฟอร์กูสันไม่รับผิดชอบใดๆ ถึงการจากไปของป็อกบา แถมยังชี้หน้าตำหนิแข้งดาวรุ่งรายนี้และเอเย่นต์ของเขาอีกว่าเป็นพวกหน้าเงิน ทว่าสิ่งที่กุนซือรายนี้กล่าวกับความจริงนั้น มันค่อนข้างที่จะย้อนแย้งกันเหลือเกิน เพราะจริงๆ แล้ว แข้งรายนี้เก็บข้าวของออกมาเพราะต้องการหาเวลาลงสนาม ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องเงินเลย

“มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผม ผมเป็นแฟนแมนฯ ยูอย่างแท้จริง ผมหลงรักสโมสรแห่งนี้” คำกล่าวของกองกลางรายนี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการแจ้งเกิดทว่ากลับไม่มีโอกาสให้เขา

Paul Pogba

ป็อกบาแทบจะไม่ได้โอกาสเลยในช่วงแรกที่เขาอยู่กับแมนฯ ยู

หลังจากที่ย้ายไปอยู่อิตาลี ป็อกบาได้ค่าเหนื่อยเพียงแค่ 23,000 ปอนด์เท่านั้นในช่วง 2 ฤดูกาลแรก ทว่าโอกาสของเขากลับมีมาอย่างต่อเนื่องจนทำให้เขาได้สัมผัสฟุตบอลชุดใหญ่ไปเกือบๆ 100 นัด ใน 2 ปีแรก ซึ่งหากลองมองย้อนกลับมาที่แมนฯ ยู ดาวรุ่งในตำแหน่งเดียวกันอย่าง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ นั้นได้โอกาสไม่ถึง 50 นัดด้วยซ้ำ แถมยังได้ค่าเหนื่อยมากกว่าถึง 3 เท่า ทำให้เห็นได้ชัดว่า กองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ไม่ได้ย้ายทีมเพราะ “เงิน”

ตัดสินใจถูกแล้ว

คุณคิดว่า เดวิด มอยส์ หรือ หลุยส์ ฟาน กัล จะกล่อมให้ป็อกบากลับมาแมนฯ ยูที่จบอันดับ 7, 4 และ 5 ตลอด 3 ปีหลังได้หรือไม่ล่ะ?

หลังจากที่เฟอร์กี้ตัดสินใจวางมือ แมนฯ ยูมีการเปลี่ยนกุนซือใหญ่ไปแล้วถึง 3 คน ทำให้มันคงเป็นเวลาที่ดีที่ป็อกบาจะกลับมายังบ้านหลังนี้โดยไม่ต้องมีปัญหาคลางแคลงใจใดๆ อย่างไรก็ตาม ด้วยการตัวที่สูงขึ้นจาก 800,000 ปอนด์ เป็น 89 ล้านปอนด์นั้น เรียกได้ว่าคงทำให้แมนฯ ยูเสียหน้าพอสมควรเลยทีเดียว

ก่อนที่อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรป ค่าตัวของป็อกบานั้นจะพุ่งขึ้นไปแตะหลัก 105 ล้านยูโร ซึ่งมันหมายความว่าเขามีค่าตัวแพงกว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ที่ย้ายไป เรอัล มาดริด เมื่อ 7 ปีก่อนเสียอีก แต่ก็ยังเป็นรอง แกเร็ธ เบล ปีกพญาวานรที่ย้ายไปโรงเรียนชุดขาวเช่นกันเมื่อปี 2013 ทว่าสำหรับในตอนนี้ ป็อกบาได้กลายเป็นนักเตะที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลายๆ คนบอกว่า เฟอร์กี้คงจะไม่ปฏิบัติกับป็อกบาเหมือนที่เราๆ รู้กันหากเขารู้ว่าป็อกบามีความสามารถซ่อนอยู่แค่ไหน ทว่าหากเราลองมองอีกมุมหนึ่ง มันอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ที่กองกลางรายนี้ย้ายออกไป เพราะหากแมนฯ ยูเก็บกองกลางรายนี้ไว้ จะทำให้พวกเขาไม่ต้องเสียเงินก้อนโตขนาดนี้ แต่หากตอนนั้นป็อกบาอยู่ต่อและแจ้งเกิดได้จนดังเป็นพลุแตกล่ะ? บางทีมันอาจจะไม่ได้ทำให้พวกเขาเสียเงินก้อนโต แต่อาจจะเสียกองกลางรายนี้ไปให้กับจอมทุ่มอื่นๆ ในยุโรปเลยก็ได้

 

ป็อกบาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนมะกะโรนีได้ถึง 4 สมัย ทว่ามันก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เจ้าตัวเฝ้าถ้ำม้าลายแห่งตูรินต่อไป คุณคิดว่า เดวิด มอยส์ หรือ หลุยส์ ฟาน กัล จะกล่อมให้ป็อกบากลับมาแมนฯ ยูที่จบอันดับ 7, 4 และ 5 ตลอด 3 ปีหลังได้หรือไม่ล่ะ?

จริงอยู่ที่เราอาจจะไม่มีวันรู้คำตอบของคำถามนี้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินความเข้าใจหากมีเรอัล มาดริด หรือบาร์เซโลน่าเข้ามาในช่วง 3 ปีหลังสุด และยูเว่ก็ถือว่ามีอำนาจต่อรองเหนือกว่า เพราะป็อกบาก็ไม่ได้บีบต้นสังกัดให้ย้ายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันทุกอย่างมันอาจจะแตกต่างจากสิ่งเหล่านี้ไปโดยสิ้นเชิงเลยก็ได้หากเจ้าตัวเลือกอยู่ในถิ่นแมนเชสเตอร์ต่อไปแต่แรก

คุ้มกับค่าตัว?

เมื่อดูจากผลประกอบการของสโมสร เป็นที่คาดกันว่าแมนฯ ยูจะทำเงินได้ถึง 510 ล้านปอนด์ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายของป็อกบาน่าจะมีค่าราวๆ เดียวกับที่เอฟเวอร์ตันทุ่มเงินซื้อนักเตะสักคนด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ หรือสเปอร์สซื้อนักเตะค่าตัว 33 ล้านปอนด์

แน่นอนว่า 89 ล้านปอนด์เป็นราคาที่สูงมากๆ แต่สาวกแมนฯ ยูก็คงต้องก้มหน้ายอมรับว่า ป็อกบานี่แหละ คือจิ๊กซอว์ชิ้นที่หายไป และสามารถพาพวกเขากลับสู่การบัลลังก์แชมป์ได้ สถานะของป็อกบาค่อนข้างคล้ายกับ อองโตนี มาร์กซิยาล กองหน้าดาวรุ่งที่เพิ่งย้ายมาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยค่าตัวมหาศาลจนถูกหลายๆ คนมองว่าแพงเกินจริง อย่างไรก็ตาม หาก โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเดอะสเปเชี่ยลวันสามารถพาทีมปีศาจแดงคว้าแชมป์ได้ ค่าตัวเหล่านี้ก็คงจะไม่มีใครสนใจทันที

เมื่อดูจากผลประกอบการของสโมสร เป็นที่คาดกันว่าแมนฯ ยูจะทำเงินได้ถึง 510 ล้านปอนด์ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายของป็อกบาน่าจะมีค่าราวๆ เดียวกับที่เอฟเวอร์ตันทุ่มเงินซื้อนักเตะสักคนด้วยค่าตัว 21 ล้านปอนด์ หรือสเปอร์สซื้อนักเตะค่าตัว 33 ล้านปอนด์ เมื่อเทียบแบบนี้ ทำให้ค่าตัวของป็อกบานั้นไม่ได้ดูแพงเกินไปเลย ค่าตัวของเขาถูกกว่า เอเลียควิม ม็องกาลา หรือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ของแมนฯ ซิตี้ หรือที่ลิเวอร์พูลทุ่มซื้อ คริสเตียน เบนเทเก้, แอนดี้ แคร์โรลล์ หรือ มาริโอ บาโลเตลลี เสียอีก ดังนั้นถ้าหากลองคิดดีๆ นี่คือดีลที่ดีทีเดียวสำหรับยอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์

ผลงานของป็อกบาจะเป็นตัวกำหนดเองว่าค่าตัวของเขานั้นสูงเกินไปหรือไม่ ดังเช่นโรนัลโด้ที่โชว์ฟอร์มกับมาดริดจนค่าตัว 80 ล้านปอน์ดนั้นเรียกได้ว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม แต่ในทางกลับกัน ดีลของตอร์เรสที่ย้ายไปเชลซี (50 ล้านปอนด์) นั้นเห็นได้ชัดว่าห่างไกลกับคำว่าคุ้มค่าเหลือเกิน

ต้อนรับกลับบ้าน

มูรินโญ่มีทีมที่ยอดเยี่ยมทีเดียว เพราะการได้คุมทัพแมนฯ ยูที่มีลูกทีมอย่าง ดาบิด เด เคอา, ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช นั้นคงทำให้กุนซือหลายๆ คนอิจฉาไม่มากก็น้อย แม้ว่ายูไนเต็ดจะยังมีจุดอ่อนอยู่ตรงที่ คริส สมอลลิ่ง ไม่ได้เป็นกองหลังระดับโลกก็ตาม

ป็อกบาน่าจะถูกใจกับการได้ย้ายกลับมาที่นี่ไม่น้อยเลย “ผมได้กลับบ้านแล้ว ผมคิดว่านี่คือพรหมลิขิตอย่างแน่นอน” ป็อกบากล่าวเอาไว้ในการให้สัมภาษณ์ครั้งแรก

สาวกเร้ดอาร์มี่คงจะหวังว่าป็อกบาจะนำพาความสำเร็จมาสู่ทีมได้ เพราะถ้าหากเขาสามารถนำถ้วยแชมป์มาประทับตู้โชว์ในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ดที่ห่างหายไปนานได้ มันจะทำให้ค่าตัวของเขาคุ้มค่าทุกเพนนีทันที