ไม่ใช่ครั้งแรก! เปิด 2 กรณีแบนรังเหย้าในไทยลีกจากป้ายข้อความดูหมิ่น

“กิเลนผยอง” ถูกแบนสนามเหย้าหลังทำป้ายข้อความดูหมิ่นนายกฯ และผู้บริหารฝั่งตรงข้าม แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วสองครั้ง 

เมืองทอง ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงโตโยต้า ไทยลีก ถูกคณะพิจารณาวินัยมารยาทฯ สั่งโทษแบน ห้ามใช้รังเหย้า 1 นัด ปรับเงิน 80,000 บาท หลังมีป้ายผ้าลักษณะเป็นภาพของนักกีฬาฟุตบอลหมายเลข 10 ของสโมสร ยืนหันหลังให้สนามแข่งขัน โดยมือจับวัตถุที่มีข้อความแฝงอยู่บริเวณด้ามของวัตถุ เป็นข้อความที่ไม่เหมาะสม ระหว่างเกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่าน

สำหรับบทลงโทษของเหตุการณ์ลักษณะนี้ ถูกบังคับใช้ครั้งแรกเมื่อปี 2014 โดย บริษัท ไทย พรีเมียร์ ลีก จำกัด ในยุคของ นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศ ที่ระบุภายในระเบียบจัดการแข่งขัน ภาคผนวก 7 ข้อ 4.5 ว่า

กองเชียร์ทีมใด หรือกลุ่มบุคคลใด นำป้ายที่มีข้อความยั่งยุ ดูหมิ่น ทีมคู่แข่งขัน หรือนำป้ายดูถูก ดูหมิ่น และลดความน่าเชื่อถือต่อ สมาคมฟุตบอลฯ หรือ ทีพีแอล หรือบุคคลที่สาม สโมสรต้นสังกัดของกองเชียร์ที่เป็นผู้กระทำและหรือสโมสรทีมเหย้าปล่อยให้มีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นมีโทษ ดังนี้ ครั้งที่ 1 ปรับ 50,000 บาท และห้ามเจ้าบ้านแข่งขันในบ้าน 1 นัด, ครั้งที่ 2 ปรับ 100,000 บาท และห้ามเจ้าบ้านแข่งขันในบ้าน 3 นัด พร้อมตัด 3 คะแนน และครั้งที่ 3 ปรับ 150,000 บาท และห้ามเจ้าบ้านแข่งขันในบ้านตลอดทั้งฤดูกาล พร้อมตัด 6 คะแนน

หลังจากมีการบังคับใช้กฎดังกล่าว ได้มีการลงโทษเหตุการณ์ลักษณะนี้แล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2014 ที่กลุ่มแฟนบอลของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ชูป้ายข้อความว่า 14:11 Guไม่เคยกลัว เข้าข่ายผิดระเบียบข้อ 4.5 โดนโทษครั้งที่ 1 คือ ปรับ 5 หมื่นบาท และห้ามจัดการแข่งขันในบ้าน 1 นัด

ครั้งที่สองคือฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา ระหว่างเกม สุโขทัย เอฟซี เปิดบ้านพบกับ พัทยา ยูไนเต็ด โดยแฟนบอลเจ้าบ้าน ทำป้ายข้อความ "เดนเมืองทอง" ซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติฝ่ายตรงข้าม จึงลูกลงโทษปรับเงิน 50,000 บาท ข้อหาทำป้ายโจมตีฝ่ายตรงข้าม และ 30,000 บาท เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยบกพร่อง รวมเป็น 80,000 บาท และห้ามจัดการแข่งขันในบ้าน 1 นัด ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการลงโทษสโมสรตามกฎระเบียบนี้ภายใต้การบริหารสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยุคของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง และการลงโทษแบนเมืองทองฯ ในบ้านครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2