Analysis

ไม่ไหวจะเคลียร์เสี่ยหัวร้อน? : 10 ประธานสโมสรสุดเดือด จนรุดเข้าทำร้าย

"สติมาปัญญาเกิด สติเตลิดมักเกิดปัญหา" เช่นเดียวกับวงการลูกหนังที่บางครั้งอารมณ์เพียงชั่ววูบทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ในพริบตา และแน่นอน มันไม่ใช่ข้อยกเว้นคนที่สวมหัวโขน "ประธานสโมสร"

We are part of The Trust Project What is it?

นี่คือวีรกรรมและอุทาหรณ์สอนใจในคราวเดียวกันว่า แม้ตำแหน่งใหญ่แค่ไหนก็ต้องดับไฟในใจตัวเองให้ได้ ...มิฉะนั้น อาจเป็นเช่นนี้

1 ฟรานเชสโก้ เบ็คเค็ตติ (เลย์ตัน)

เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นจากแมตช์ที่ เลย์ตัน โอเรี้ยนส์ เอาชนะ พอร์ทสมัธ ในเกมลีก ทู เมื่อปี 2015 หลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย เลย์ตันเป็นฝ่ายเฉือน "ปอมปีย์" อย่างสุดระทึก 3-2 ในวันบ๊อกซิ่ง เดย์ ทว่า หลังจากนั้น ผู้ช่วยผู้จัดการทีมอย่าง แอนดี้ เอสเซนธาเลอร์ เปิดเผยเรื่องราวบางอย่างในมุมที่หลายคนอาจไม่รู้

ฟรานเชสโก้ เบ็คเค็ตติ ประธานและเจ้าของสโมสร เดินตามเฮสเซลธาเลอร์ลงไปในสนาม บริสเบน โร้ด ก่อนหวดใส่เขา มันเป็นภาพที่กล้องโทรทัศน์จับเอาไว้ได้ โดยไม่มีใครทราบที่มาที่ไป

เฮสเซนธาเลอร์ตอบโต้อย่างรวดเร็วเมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเผยว่า "เยี่ยมเลย มันเป็นวันบ๊อกซิ่ง เดย์นะ ดังนั้น เพื่อความยุติธรรม มันไม่มีอะไรหรอก มันโอเคดี มันเป็นการหยอกล้อนิดๆ หน่อยๆ ระหว่างเราตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา"

"บางที มันอาจดูแย่ไปหน่อยนะ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องดีนะ เขาเป็นคนที่มีอารมณ์ร่วมอย่างสูง คุณสามารถเห็นสิ่งนี้ได้อยู่แล้ว"

ขณะที่ทางสโมสรได้แถลงว่า "มันไม่มีอะไรเลยสำหรับเรื่องนี้ มันเป็นการโต้ตอบซึ่งกันและกัน ทั้งคู่มีความเป็นมืออาชีพในสนาม และความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ยอดเยี่ยมเมื่ออยู่นอกสนามด้วย"

"มิสเตอร์เบ็คเค็ตติและมิสเตอร์เฮสเซนธาเลอร์รู้สึกยินดีอย่างยิ่งสำหรับผลการแข่งขัน และการเฉลิมฉลองก็เป็นไปอย่างที่สมควร มันเป็นชัยชนะที่น่าตื่นเต้น"

หยอกเล่น....งั้นเหรอ?

สมาคมฟุตบอลอังกฤษแบนห้ามเบ็คเค็ตติเข้าสนาม 6 นัดและปรับเงิน 40,000 ปอนด์

งานนี้ สมาคมฟุตบอลอังกฤษไม่สนุกด้วย ก่อนสั่งลงโทษแบนห้ามเบ็คเค็ตติเข้าสนาม 6 นัดและปรับเงิน 40,000 ปอนด์ โดยเจ้าของสโมสรชาวอิตาเลียนยอมรับข้อกล่าวหา" ประพฤติตัวไม่เหมาะสม" แต่ปฏิเสธเสียงแข็งสำหรับข้อหา "พฤติกรรมรุนแรง"

...แหม่ เสี่ยแค่ "อิน" มากไปหน่อยเท่านั้นแหละ

เถ้าแก่ใหญ่ชาวอิตาเลียน ฟรานเชสโก้ เบ็คเค็ตติ สะใจจนได้เรื่อง

2 บาห์รัม อาฟชาร์ซาเดห์ (เอสเตกาล)

สื่อ...สโมสรฟุตบอล เสมือนน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า นี่เป็นสิ่งที่คู่กันมาเนิ่นาน คงเป็นเรื่องยากที่ผู้จัดการทีม ผู้เล่น หรือกระทั่งประธานสโมสรจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถาม

คุณอาจคิดว่า เมื่อยื่นไมค์ไปจ่อปาก นั่นคือวาระเชือดสำหรับผู้สื่อข่าว และเป็นฝ่ายต้อนตัวแทนสโมสรให้จนมุมล่ะซิท่า หากคิดอย่างนั้น เราขอบอกว่า คุณคิดผิดถนัด!

มีนาคม 2015 ในอีกฟากหนึ่งของโลก บนดินแดนเอเชีย ประเทศอิหร่าน บาห์รัม อาฟชาร์ซาเดห์ ประธานสโมสรเอสเตกาล ยักษ์ใหญ่ของลีก ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก่อนเจอคำถามบางอย่างที่ไม่พอใจ แม้บนใบหน้าอันนิ่งเฉยนั้น โดยฉับพลัน ท่านประธานตวัดฮุคขวาเข้าใส่ท้องนักข่าวผู้โชคร้ายเข้าอย่างจัง!

เสียงร้อง "โอ้ย" เวอร์ชั่นอาหรับกังวานเต็มหน้าจอ ก่อนท่านประธานเดินหนีไป โดยหันมามองหน้าคู่กรณีด้วยสายตาอันเย็นชา

นี่คือการ "คิดไว ทำไว" สไตล์ผู้บริหารโดยแท้

3 ซดราฟโก้ มามิช (ดินาโม ซาเกร็บ)

หนึ่งในประธานสโมสรที่บ้าบอที่สุดในโลกลูกหนัง ชื่อของ ซดราฟโก้ มามิช รับประกันความระห่ำ! บอสใหม่ค่าย ดินาโม ซาเกร็บ ก่อวีรกรรมมาแล้วนับไม่ถ้วน

ไม่เพียงแต่บริหารสโมสรแบบบ้าอำนาจ ด้วยเปลี่ยนโค้ชถึง 15 รายนับตั้งแต่เป็นเจ้าของสโมสรเมื่อปี 2003 ในช่วงหลายปีก่อน มามิชเคยต่อยผู้บริหารของสมาคมฟุตบอลโครเอเชีย, ชกและไล่กระทืบอดีตผู้บริหารของดินาโม ซาเกร็บ รวมทั้งฉลองชัยชนะแบบนาซี

ซดราฟโก้ มามิช รักดินาโม ซาเกร็บ ทั้งชีวิตและจิตใจ

...และนี่คืออีกครั้งที่เกิดขึ้น มีนาคม 2014 ดินาโม ซาเกร็บ เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อป้องกันแชมป์ โดยต้องไปเยือน ไฮจ์ดุ๊ค สปลิท ในเกมสุดสำคัญ ด้วยอารมณ์อันพลุ่งพล่าน พลันสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย และดินาโม ซาเกร็บ บุกชนะได้ 2-0 มามิชระเบิดความสะใจ

ด้วยการวิ่งฉลองอย่างออกนอกหน้า พร้อมกับลุกจากที่นั่ง และเดินดิ่งลงมาในบริเวณของผู้บริหารฝั่งเจ้าถิ่น

หยามกันชัดๆ ! ว่าแล้ว อีโว เบโก้ อดีตนักเตะของ ไฮจ์ดุ๊ค สปลิท ที่อยู่ไม่ห่างและคงระงับอารมณ์อยู่นาน จึงเดินเข้าใส่ ทั้งคู่สาวหมัดเข้าหากันแบบไม่ลดละ ก่อนที่หลายฝ่ายช่วยกันแยกทั้งสองคนได้ทันเวลา โดยไม่มีเหตุการณ์ไม่บานปลาย และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหนัก

...แน่จริง ถอดเสื้อมาเดี่ยวกับอั๊วะเอามั้ย!