Analysis

ไม่เอาหน่าอินทรีเหล็ก : เปิดปูม 10 ชาติได้ไปบอลโลกสบายๆ สุดท้ายตกรอบแรก

ฟุตบอลคือกีฬาที่ไม่ว่าจะเก่งมาจากไหนทุกอย่างก็จะถูกตัดสินใน 90 นาที ... เพราะฉะนั้นฟอร์มสวยหรูอาจจะไม่สามารถเอามาอ้างอิงได้หมดเหมือนกับ 10 ชาติต่อไปนี้ที่เล่นเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกแบบชิลๆซิวแชมป์กลุ่มแบบง่ายๆ ทว่าเมื่อเข้าสู่การเเข่งขันจริงกลับพังไม่เป็นท่า

We are part of The Trust Project What is it?

อังกฤษ ฟุตบอลโลก 2014

อังกฤษ นั้นป็นชาติที่มีแฟนฟุตบอลติดตามอยู่ทั่วโลกเพราะมีพื้นฐานจากลีกที่เเข็งแกร่ง นั่นจึงทำให้พวกเขาสามารถสร้างสีสันได้เสมอยามที่ทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ๆลงเเข่งขันกัน

ในฟุตบอลโลกปี 2014 รอบคัดเลือกนั้นอังกฤษที่นำทัพโดย 3 นักเตะซีเนียร์ตัวเก๋าอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แฟร้งค์ แลมพาร์ด และ เวย์น รูนี่ย์ รวมถึงนักเตะอย่าง แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ฟอร์มแรงกับลิเวอร์พูล ทำให้พวกเขาไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม ที่มี ยูเครน, มอนเตเนโกร และโปแลนด์ เก็บไป 22 แต้มจากการลงสนาม 10 นัดที่สำคัญคือพวกเขาซัดประตูคู่แข่งไปถึง 31 ประตู และเสียเพียง 4 ลูกเท่านั้น

สาเหตุที่กล่าวมาทำให้อังกฤษดูจะเป็นทีมที่น่ากลัวในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเพราะอุดมไปด้วยกลุ่มนักเตะอายุที่กำลังพร้อมใช้งานทั้งสิ้น แม้ว่าจะถูกจับฉลากให้อยู่ในกรุ๊ปออฟเดธ กลุ่ม H ร่วมกับ อิตาลี, อุรุกวัย และทีมม้ามืดอย่างคอสตาริกา

มันคงเป็นเรื่องที่รับได้หากพวกเขาพ่ายแพ้แชมป์โลก 4 สมัยอย่างอัซซูรี่ หรือ ทีมอันดับ 4 ในฟุตบอลโลก 2010 อย่าง อุรุกวัย แต่ใครล่ะจะคิดว่าทีมที่กำลังขึ้นหม้ออย่างอังกฤษ จะเก็บได้เพียงแต้มเดียวเท่านั้นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย และ 1 แต้มที่ได้มาเกิดจากการเสมอกับ คอสตาริกา อีกต่างหาก  ทุกสิ่งที่อย่างที่กล่าวมาทำให้ อังกฤษ จบด้วยอันดับบ๊วยของกลุ่ม และกลับบ้านก่อนเวลาอันควร ขณะที่ทัพนักเตะสิงโตคำราม และกุนซือ รอย ฮอดจ์สัน ได้รับการวิจารณ์อย่างหนัก แต่ก็น่าแปลกที่เขาได้รับโอกาสคุมทีมต่อไปในฟุตบอลยูโร 2016 ซึ่งแน่นอนว่า อังกฤษ ไปไม่ถึงไหนตามเคย ด้วยการแพ้ให้กับ ไอซ์แลนด์ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ญี่ปุ่น 2014

ตั้งแต่ญี่ปุ่นได้ไปฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1998 พวกเขาก็แทบไม่เคยต้องออกแรงมากมายในรอบคัดเลือกอีกเลย โดยเฉพาะในการเเข่งขันเมื่อปี 2014  ทีทัพซามูไรบลู เล่นชิวๆซิวเเชมป์กลุ่มมาอย่างง่ายแม้จะต้องเจอกับคู่แข่งอย่าง ออสเตรเลีย,อิรัก และ จอร์เเดน ก็ตาม

จะเป็นอย่างนั้นก็ไม่แปลกนักเมื่อขุมกำลังของพวกเขาส่วนใหญ่เรียกได้ว่ากำลังเข้าสู่ช่วงพีกทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น ชินจิ คางาวะ, เคซุเกะ ฮอนดะ, ยูโตะ นากาโตโมะ และ อัตซึโต อูชิดะ นอกจากนี้ยังมีแข้งตัวเก๋าอย่าง มาโกโตะ ฮาเซเบะ และ ยาสึฮิโตะ เอ็นโดะ คอยคุมเชิงในเเดนกลางอีกด้วย

ญี่ปุ่น พลาดท่าให้ จอร์เเดน เพียงเกมเดียวเท่านั้นในรอบเเบ่งกลุ่มนี้ พวกเขากวาดไป 17 แต้มจากการเเข่งขันทั้งหมด 8 นัด ก่อนจะได้เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายด้วยสายที่น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะทำให้พวกเขาเข้ารอบน็อคเอาต์ เพราะเพื่อนร่วมกลุ่มอย่าง ไอวอรี่ โคสต์, กรีซ และ โคลอมเบีย ไม่ใช่ทีมในระดับที่พวกเขาสู้ไม่ได้เสียทีเดียว

ทว่าญี่ปุ่นกลับเป็นทีมเดียวในกลุ่มนี้ที่ไม่สามารถเอาชนะใครได้เลย พวกเขาแพ้ 2 นัดเเละเสมอ 1 นัด กลายเป็นบ๊วยของกลุ่ม ตกรอบไปอย่างน่าผิดหวังขณะที่กุนซือชาวอิตาเลี่ยนอย่าง อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ ก็ต้องประกาศลาออกไปพร้อมกับผลงานที่ย่ำแย่นี้  

Pages