ไม่เหมาะอีกต่อไป : 5 เหตุผลที่แมนฯ ยู ไม่ควรดึง “โรนัลโด้” กลับโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

Cristiano Ronaldo

ปฎิเสธไม่ได้ว่า “ซีอาร์เซเว่น” คือยอดแข้งชั้นนำของวงการลูกหนังโลก เขาเป็นตำนานของทัพปีศาจแดงที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับ ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ FFT เชื่อว่า โชเซ่ มูรินโญ ไม่ควรที่จะซื้อตัวแข้งชาวโปรตุกีสรายนี้กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง และนี่คือสาเหตุว่าทำไม ติดตามได้ที่นี่  

มันคงเป็นเรื่องดีไม่น้อยหากดาวเตะวัย 32 ปีรายนี้ได้โอกาสกลับมาโลดแล่นในรังโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่ๆ เป็นสถานที่แจ้งเกิดของเขา มันคงจะเป็นเรื่องราวที่สวยงามมากๆ ถ้าหากเขาได้กลับมา, ยิง 30 ประตู แล้วพาทีมคว้าแชมป์ลีกอย่างยิ่งใหญ่ แม้ว่าการซื้อตัวเขากลับมานั้นจะต้องจ่ายค่าตัวของเขาแบบมหาศาล แต่เชื่อได้ว่าเงินที่ได้จากการขายเสื้อเขา รวมถึงรายได้อื่นๆ จากโรนัลโด้ก็คงเพียงพอที่จะชดเชยกับเงินที่จ่ายไปแน่นอน แถมการที่ได้โรนัลโด้ผนึกกำลังกับมูรินโญ ก็อาจจะพาแมนฯ ยู กลับสู่ยุคแห่งความยิ่งใหญ่ก็เป็นได้

ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพียงสิ่งที่หลายๆ คนคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งบางที ในโลกแห่งความเป็นจริง โรนัลโด้อาจจะไม่เหมาะกับทัพปีศาจแดงอีกแล้ว

มีรายงานว่าปีกจอมสับรายนี้ต้องการย้ายออกจากเรอัล มาดริด เนื่องจากกำลังมีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีภาษี ดังนั้นนี่จึงเป็นโอกาสเหมาะของแมนฯ ยู ที่จะคว้าตัวเขากลับมายังโรงละครแห่งความฝัน เพราะโรนัลโด้เองก็คงพร้อมที่จะพิจารณาการกลับมาบ้านหลังนี้ ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริง มันคงช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ทัพปีศาจแดงได้มากทีเดียว

ครั้งหนึ่ง คาร์โล อันเชล็อตติ เคยออกปากชม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ว่าเป็นนักเตะที่มีความเป็นผู้นำสูง ซึ่งต้องยอมรับว่า โรนัลโด้ เองก็เช่นกัน เขาเป็นนักเตะที่มีความเป็นมืออาชีพสูงมากๆ จนทำให้นักเตะคนอื่นๆ ในทีมต้องพัฒนาตัวเองตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเพียงสิ่งที่หลายๆ คนคาดการณ์เอาไว้ ซึ่งบางที ในโลกแห่งความเป็นจริง โรนัลโด้อาจจะไม่เหมาะกับทัพปีศาจแดงอีกแล้วและทุกอย่างอาจจะไม่จบแบบสวยงามอย่างที่ใครๆ คิดก็ได้ และนี่คือสาเหตุที่ทำให้เป็นเช่นนั้น

1. โรนัลโด้ = 4 แข้งคุณภาพ

เราขอเริ่มต้นที่ค่าตัวก่อนเลย โดยย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้เพิ่งจะต่อสัญญากับเรอัล มาดริดไป 5 ปี ดังนั้น นั่นหมายความว่า ทัพราชันชุดขาวไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องเร่งขายดาวเตะรายนี้ออกไปแต่อย่างใด แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็คงไม่ต้องการเก็บนักเตะที่ไม่ต้องการอยู่กับทีมต่อไปเอาไว้ ดังนั้นหาก ฟลอเรนติโน่ เปเรซ บิ๊กบอสแห่งถิ่นซานติเอโก้ เบอร์นาเบว จะขายแข้งที่ดีที่สุดของพวกเขานับตั้งแต่ อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ออกไปจริงๆ ละก็ แน่นอนว่าค่าตัวของซีอาร์เซเว่น จะต้องมากมายมหาศาลมากๆ แน่นอน

มาดริดตั้งราคาค่าหัวของ อัลบาโร่ โมราต้า กองหน้าตัวสำรองไว้ที่ 60 ล้านปอนด์ ดังนั้น โรนัลโด้ ที่เป็นตัวหลักของทีมคงจะมากกว่านั้นอีกหลายเท่าตัวแน่นอน แถมนี่ยังไม่รวมถึงค่าเหนื่อยของเขาที่มีรายงานว่า อยู่ที่ 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย เรียกว่า มหาศาลของมหศาลเลยทีเดียวสำหรับเงินที่จะต้องใช้ในการซื้อตัวโรนัลโด้

CR7

เปเรซคงไม่ปล่อยโรนัลโด้ไปแบบถูกๆ แน่นอน

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูก็คงจะพอมีเงินสำหรับซื้อตัวโรนัลโด้อยู่ เนื่องจากก่อนหน้านี้ อิบราฮิโมวิช ที่ได้ค่าเหนื่อยมหาศาลเพิ่งจะอำลาทีมไป เท่ากับว่าพวกเขาก็น่าจะยังมีเงินอยู่บ้างแน่นอน อย่างไรก็ตาม คำถามคือ พวกเขาควรลงทุนกับโรนัลโด้หรือไปพัฒนาส่วนอื่นๆ ที่พวกเขาควรจะเสริมทัพก่อน

แน่นอนว่าทัพปีศาจแดงไม่ได้มีเงินแบบอันลิมิตให้ใช้สอย ดังนั้น ในตอนนี่ที่พวกเขาเพิ่งได้ วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลังตัวกลางมาเสริมทีมแค่คนเดียว  บางทีพวกเขาอาจจะต้องพิจารณาถึงการดึงตัวผู้เล่นระดับแนวหน้าคนอื่นๆ มาแทน เพื่อที่ขยายขนาดทีม เพราะค่าตัวของโรนัลโด้คนเดียวคงซื้อนักเตะคุณภาพดีได้ 3-4 คนเลยทีเดียว  

2. ต้องการคนสนับสนุน

จริงๆ แล้ว ดีลโรนัลโด้ก็อาจจะเหมาะกับทัพปีศาจแดงก็ได้ถ้าหาก ดาวเตะรายนี้ยังคงเป็นนักเตะแบบเดิมกับตอนที่เขาย้ายออกไปเมื่อปี 2009 ทว่าหากใครได้ตามดูเขาเล่นคงรู้ดีว่า เขาไม่ใช่คนเดิมกับปีกลีลาเหลือร้ายรายนั้นอีกแล้ว

ย้อนกลับไปในตอนนั้น โรนัลโด้คือนักเตะที่มีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง ลีลา ความคล่องตัว ซึ่งนั่นทำให้เขาเป็นนักเตะที่สามารถชงเองกินเองได้แบบสบายๆ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ โรนัลโด้คือนักเตะที่ต้องให้เพื่อนสร้างโอกาสให้โดยเขากลายเป็นแข้งที่มักจะรอรับลูกจ่ายคิลเลอร์พาส หรือลูกครอสจากเพื่อนร่วมทีมในกรอบเขตโทษเป็นส่วนใหญ่และคอยทำหน้าที่ปิดบัญชี เรียกได้ว่า เขาต้องรอโอกาสให้คนอื่นชงให้เสียมากกว่า

ปัจจุบัน โรนัลโด้คือผู้เชี่ยวชาญในกรอบเขตโทษ

ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ ถ้าโรนัลโด้ย้ายมาอังกฤษจริงๆ แมนฯ ยู ก็จะต้องสร้างทีมโดยที่มีดาวเตะวัย 32 กะรัตรายนี้เป็นศูนย์กลาง เหมือนกับที่ มาดริด ใช้ คาริม เบนเซม่า เป็นกองหน้าตัวเป้าเพื่อคอยเปิดพื้นที่ให้โรนัลโด้ หากแมนฯ ยู อยากได้โรนัลโด้ที่มีประสิทธิภาพ พวกเขาก็จะต้องสร้างทีมที่สามารถคอยซัพพอร์ตโรนัลโด้ได้

และแม้ว่าพวกเขาจะสร้างทีมแบบนั้นจริงๆ แต่โรนัลโด้ก็อาจจะไม่สามารถโชว์ฟอร์มถล่มประตูได้เหมือนสมัยที่อยู่สเปนแล้วก็ได้  

3. จาก ลูก้า สู่ ลุค

สาเหตุหนึ่งที่น่าจะทำให้สถิติการยิงประตูของดาวยิงเรอัล มาดริดรายนี้ดร็อปลงก็คงจะเป็นสภาพทีมของแมนฯ ยู ที่ดูจะอ่อนกว่าทัพราชันชุดขาว โดยอย่างที่รู้กันว่าในทัพโลส บลังโกส นั้น มีนักเตะคุณภาพมากมายที่คอยสนับสนุนโรนัลโด้ ไม่ว่าจะเป็น มาร์เซโล่, โทนี่ โครส และ ลูก้า โมดริช พวกเขาเหล่านี้ คือคนที่คอยปั้นดาวยิงของโรนัลโด้ก็อาจจะไม่ผิดนัก

ดังนั้น ดาวยิงคนไหนก็ตามที่ร่วมทัพมาดริด ก็คงจะได้โอกาสมากมายไม่แพ้โรนัลโด้ แถมในบางช่วงที่มาดริดไม่มีดาวยิงชาวโปรตุเกสรายนี้ สถิติการเก็บชัยชนะรวมถึงประตูที่พวกเขาทำได้ก็ไม่ได้ลดลงไปแต่อย่างใด แถมแข้งที่ทำหน้าที่แทนส่วนของโรนัลโด้ยังสามารถยิงประตูได้เช่นกัน ดังนั้นมึงจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่าแข้งเรอัล มาดริด คนอื่นๆ สามารถสร้างโอกาสให้ทีมได้มากขนาดไหน

Modric

เบนเซม่า และ โมดริช คือ ตัวแปรสำคัญที่ทำให้โรนัลโด้ยิงกระจุยกระจาย

สำหรับตอนนี้ สิ่งที่ทำให้โรนัลโด้ยังมีค่าต่อทีมก็คือการจบสกอร์ อย่างไรก็ตามเขาอาจจะยิงประตูได้มากมายในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทว่าสำหรับในลาลีก้านั้น ต้องบอกว่า สถิติการทำประตูของเขาไม่ได้ดีเด่นนัก เพราะเขาสามารถเปลี่ยนโอกาสทั้งหมดให้เป็นสกอร์ได้แค่ 15.4 เปอร์เซนต์เท่านั้น ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายของทัพปีศาจแดงรายอื่นๆ อย่าง โรเมลู ลูกากู (22.7%) และ อัลบาโร่ โมราต้า (27.3%) เสียอีก ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า โรนัลโด้ยิงได้มากมายเพราะเขาได้รับโอกาสที่มากกว่าอีกหลายเท่าตัว

กลับกัน ที่แมนฯ ยู หากโรนัลโด้ย้ายมา เขาจะมีผู้เล่นที่คอยสนับสนุนเขาอย่าง ลุค ชอว์, อันเดอร์ เอร์เรร่า ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ฝีเท้าของคู่นี้ยังไม่สามารถเทียบเท่ากับ มาร์เซโล และ โมดริช ได้เลย  แถม มูรินโญ ก็เป็นกุนซือที่เน้นการเล่นรัดกุม ทำให้เขาคงไม่สนับสนุนให้ลูกทีมเปิดเกมรุกเท่ากับ ซิเนอดีน ซีดานด้วย ในฤดูกาลที่ผ่านมา มาดริด ยิงไปทั้งสิ้น 106 ประตูในลีก ขณะที่แมนฯ ยู นั้น ยิงไปแค่ 54 ประตู ดังนั้น มันคงเป็นการมองโลกในแง่ดีไปหน่อยหากจะบอกว่า โรนัลโด้ จะระเบิดฟอร์มยิงได้เท่ากับที่ผ่านมา