ไม่เผาผี: 8 คู่อริทีมชาติที่พบกันทีไรสนามต้องลุกเป็นไฟทุกครั้ง

นิค อาเมส คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูจะมาพูดถึง 8 คู่อริในระดับทีมชาติที่ยามใดที่ได้เจอกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าบ้านหรือผู้มาเยือนก็ไม่มีใครจะยอมใครง่ายๆ จนทุกๆ ครั้งการแข่งขันที่ดุเดือดแทบจะทำให้สนามลุกเป็นไฟ

1. ทีมชาติอังกฤษ - ทีมชาติสก็อตแลนด์

แม้ว่าการพบกันระหว่าง 2 ทีมนี้จะไม่ใช่คู่บิ๊กแมตช์ที่คนทั่วโลกจะตั้งตอรอ แต่ทว่าประวัติศาสตร์ของที่ทั้งสองเคยฟาดแข้งกันก็น่าสนใจพอจะสามารถทดแทนกันได้ โดยทั้งคู่พบกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 1872 ที่เมืองกลาสโกว์ ถึงแม้ว่าวันนั้นเกมจบลงด้วยผลเสมอกัน 0-0 แต่ก็ถือเป็นเวลาเกือบ 150 ปีแล้วที่แฟนบอลกว่า 4,000 คนมีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศที่ดุเดือดในสนามครั้งนั้น ซึ่งในเวลาต่อมา พวกเขามีโอกาสปะทะกันอีกถึง 111 ครั้ง ซึ่งทุกๆ ครั้งที่พบกันก็ไม่เคยมีใครยอมใครง่ายๆ เลย

1 ใน 112 ครั้งนั้น นัดหนึ่งที่คงอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลก็คือนัดที่ทีมชาติสก็อตแลนด์เอาชนะไปได้ 3-2 คาสนามเวมบลีย์ บ้านของทีมชาติอังกฤษในปี 1967 ซึ่งผลการแข่งขันในนัดนี้ทำให้พวกเขาตั้งตัวเองเป็น “แชมป์โลกอย่างไม่เป็นทางการ” และอีก 10 ปีหลังจากนั้น เหล่าแข้งชาวสก็อตก็สามารถบุกมาชนะได้อีกครั้งที่สนามเดิมด้วยสกอร์ 2-1 ซึ่งหลังเกมวันนั้นมีแฟนบอลจำนวนมากลงมาฉลองชัยชนะในสนาม จนมีกลุ่มหนึ่งที่ไปโหนบริเวณคานของประตูจนทำให้คานรับน้ำหนักไม่ไหว และหักลงมากองกับพื้น คิดดูสิว่าพวกเขาต้องดีใจขนาดไหนถึงจะหักคานประตูได้

ทว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทีมชาติอังกฤษที่มักจะเก็บชัยชนะได้ในช่วงที่ทั้งสองทีมพบกันเป็นประจำทุกๆ ปีจนถึงกลางยุค 80 รวมถึงอีก 3 นัด คือในศึกยูโร 96 ที่พวกเขาชนะไป 2-0 และยูโร 2000 รอบเพลย์ออฟที่พวกเขาเอาชนะได้ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-1 เช่นกัน นั่นทำให้ทีมชาติอังกฤษเป็นฝ่ายชนะไปได้ 47 ครั้งจากทั้งหมด ส่วนสก็อตแลนด์นั้นชนะได้ 41 ครั้ง อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ปี 2000 มา พวกเขามีโอกาสพบกันเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นดูแล้วสก็อตแลนด์คงต้องใช้เวลาอีกสักพักที่จะทำสถิติเป็นผู้ชนะให้ได้มากกว่าทีมชาติอังกฤษ

2. ทีมชาติบราซิล - ทีมชาติอาร์เจนติน่า

คงไม่มีคู่ไหนใหญ่ไปกว่าคู่บิ๊กแมตช์ของทวีปอเมริกาใต้นี้แล้ว ยักษ์ 2 ตัวนี้พบกันมาแล้วกว่า 100 ครั้ง สิ่งหนึ่งที่น่าแปลกใจคือพวกเขาไม่เคยพบกันเลยสักครั้งในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก แต่สำหรับรอบอื่นๆ พวกเขาก็มีโอกาสพบกันบ่อยๆ ซึ่งไม่ว่าครั้งไหนที่พวกเขาฟาดแข้งครั้ง มันจะเป็นเกมที่ดุเดือดเลือดพล่านเสมอ

ในนัดที่ทั้งคู่พบกันในศึกฟุตบอลโลก ปี 1990 ที่ประเทศอิตาลี เคลานิโอ คานิกเกีย ศูนย์หน้าของทีม “ฟ้าขาว” คือผู้ทำประตูชัยให้กับทีมเอาชนะไปได้ 1-0 ทว่าหลังเกมแบ็คซ้ายของทีม “แซมบ้า” อย่างบรังโก้ ได้ออกมาเปิดเผยว่าเขาได้รับน้ำดื่มจากสต๊าฟฟ์โค้ชของอาร์เจนตินา ซึ่งน้ำนั้นเหมือนจะมียาระงับประสาทบางอย่างผสมอยู่ด้วย เพราะมันทำให้เขารู้สึกซึมและช้าลง

“ผมไม่ได้บอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”  คาร์ลอส บิลาร์โด้ กุนซือของทีมชาติอาร์เจนติน่าในตอนนั้นกล่าว และอีกหลายปีถัดมาก็มีการเปิดเผยว่า น้ำที่แบ็คซ้ายของบราซิลดื่มนั่นมีส่วนผสมของยานอนหลับอยู่จริงๆ ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างเรียกนัดนี้ว่า “แมตช์แห่งน้ำศักดิ์สิทธิ์”

ดาวดังของอาร์เจนตินาอย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า เองก็อยู่ในสนามด้วยวันนั้นหลังจากที่เขาเคยเจอกับบราซิลมาแล้วใน ฟุตบอลโลก ปี 1982 กลุ่ม ซี ที่ประเทศสเปน ซึ่งตอนนั้นเจ้าตัวถูกใบแดงไล่ออกจากสนามหลังจากเริ่มครึ่งหลังได้ไม่ถึง 40 วินาทีเท่านั้น เนื่องจากไปยันใส่หน้าขาของ ชูเอา บาติสต้า แข้งแซมบ้า

ศึกระหว่าง 2 ทีมนี้เป็นไปอย่างดุเดือดมาตลอด และแต่ละเกมก็มักจะมีประตูเกิดขึ้นจำนวนมาก ยกตัวอย่างในแมตช์กระชับมิตรปี 2012 อาร์เจนติน่าก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 4-3 หรือย้อนกลับไปเมื่อปี 1940 ก็เป็นทีมฟ้าขาวที่ยำบราซิลไปเละเทะ 6-1 กระนั้นกลับเป็นฝ่ายบราซิลที่มีสถิติเหนือกว่าด้วยการเอาชนะ 43 ครั้ง ส่วนอาร์เจนติน่าอยู่ที่ 38 ครั้ง

Pages