ไม่ล้มง่ายๆ : อาร์เซนอลคือหนึ่งในทีมชั้นนำที่มีภูมิคุ้มกันที่ดี

Arsene Wenger

เดอะ กันเนอร์ส กำลังถูกมองว่าเป็นเรือที่กำลังจะล่ม แต่สโมสรระดับนี้ ไม่ล้มเหลวง่ายๆหรอก 

ตอนนี้เริ่มมีการเขียนข้อความไว้อาลัยให้อาร์เซนอล ไม่ใช่แค่ให้อาร์แซน เวนเกอร์ แต่ให้กับสโมสรด้วย

บางชิ้นก็แค่พวกข่าวขยะตามแท็บลอยด์เขียนเรียกกระแส แต่ก็ดูเหมือนจะมีคนเห็นด้วยไม่น้อย เป็นเครื่องยืนยันถึงสัจธรรมที่ว่า มีขึ้น ก็ย่อมมีลง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว นี่ยังไม่ใช่จุดจบของทีมระดับอาร์เซนอล ในเรื่องการเงิน แม้จะไม่ได้ทนน้ำทนไฟเหมือนทีมที่ร่ำรวยอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หรือ เชลซี แต่ในโลกฟุตบอลสมัยนี้ ทีมยักษ์ใหญ่ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ซัมเมอร์ในการกู้วิกฤต

แต่เอาเข้าจริงๆ กรณีของเชลซีค่อนข้างพิเศษหน่อย พวกเขาทะยานขึ้นจากกลางตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จนปีนี้กำลังนำเป็นจ่าฝูง โดยปกติแล้ว แม้แต่ทีมระดับท็อปโฟร์ก็ยากที่จะทำได้ แม้จะมียอดกุนซืออย่างคอนเต้คุมทีมก็ตาม

West Ham 1-2 Chelsea

กำลังทำผลงานได้ดีภายใต้การคุมทีมของคอนเต้

เปลี่ยนแปลงโดยเร็ว

ต่อให้ปีที่แล้วแชมป์ลีกตกเป็นของซิตี้ หรือแมนฯยู เชลซีก็ยังจะคงเร่งปรับปรุงทีม หาผู้จัดการทีมคนใหม่ ทุ่มเงินเสริมทัพอยู่ดี อันโตนิโอ คอนเต้ มาแล้ว เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ก็มา มาร์กอส อลอนโซ่ และดาวิด ลุยซ์ ก็มาแล้ว และสถานการณ์ก็ดีขึ้นทันที

ส่วนทีมระดับกลางถึงล่างตั้งแต่อันดับ 6 จนถึง 15 พวกเขาไม่มีรายได้จากการถ่ายทอดสด ข้อจำกัดในการพัฒนาทีมก็ย่อมมากกว่า เพราะข้อเสียเปรียบด้านการเงิน พวกเขาจำเป็นต้องเลือกบุคคลากรที่จะอยู่กับทีมระยะยาว และการพัฒนาจำเป็นต้องกินเวลาหลายปี ดูอย่างสโต๊ค กุนซือมาร์ค ฮิวส์ พาทีมขึ้น 10 อันดับ จากการทุ่มเงิน 150 ล้านปอนด์ ซื้อนักเตะ 3 คน แต่สำหรับอาร์เซนอล นี่คืออัตราการเสริมทัพที่ล้มเหลว แม้แต่ในระยะยาวก็ไม่เคยซื้อน้อยกว่านี้ พวกเขาอาจจะใช้เวลามากกว่า 1 ปี กว่าจะคว้าแชมป์ลีก และปีนี้อาจชวดโควต้าไปแชมป์เปียนส์ลีก แต่แน่นอนว่าทุกปัญหาแก้ไขได้โดยการทุ่มเงินเสริมทัพ (ซึ่งพวกเขาสามารถทำได้)

หากมองว่าพวกเขาได้เข้าสู่ยุคตกต่ำ เหมือนเป็นการมองข้ามภาวะแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนแปลง และลืมไปว่าถ้าทีมใหญ่ล้มเหลวจะตามมาด้วยผลกระทบมหาศาล เพราะฉะนั้น มันจึงเป็นไปไม่ได้ และเราก็เคยเห็นกันมาแล้ว

Paul Pogba

แมนฯ ยู คือสโมสรใหญ่ที่สามารถรั้งตัว พอล ป็อกบา ไว้ได้สบายๆ

ดูเผินๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจเป็นข้อยกเว้น หลัง เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เกษียนอายุงาน พวกเขาก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลยุโรป แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแก้ปัญหาไม่ได้ และดูเหมือนปัญหาดังกล่าวนั้นมาจากการบริหารทีมที่ไม่มีประสิทธิภาพ มากกว่าที่จะไปโทษปัจจัยรอบนอก

พวกเขาน่าจะหากุนซือคนอื่นที่ดีกว่า เดวิด มอยส์ และน่าจะเลือกคนที่ไฟแรงมากกว่า หลุยส์ ฟานกัล ซึ่งใกล้เกษียนเต็มที ดูเหมือนเรื่องนี้จะมาการตัดสินใจที่ไม่มีประสิทธิภาพมากกว่าข้อจำกัดอื่นๆ

ขณะเดียวกัน การที่พวกเขายึดอันดับ 6 อย่างเหนียวแน่นภายใต้การคุมทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ ก็น่าจะเป็นความรับผิดชอบของกุนซือชาวโปรตุเกส เหล่านักเตะที่มีอยู่ในทีมควรช่วยให้พวกเขาอยู่อันดับสูงกว่านี้ได้

แม้จะดูเหมือนช่วงขาลงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งประกาศว่า สโมสรมีกำไรเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 12 แล้ว

ทีมปิศาจแดงมีความเป็นทีมฟุตบอลสมัยใหม่มากกว่าอาร์เซนอล แต่ทั้งสองทีมมีสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ที่สร้างเงินจำนวนมหาศาล และได้กำไรจากค่าโฆษณามากมาย แต่ผลงานของทั้งทีมกลับไม่ได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากเรื่องนามธรรม อย่างความมั่นใจ และฟอร์มการเล่นของนักเตะแล้ว ผลงานปีต่อปี ล้วนมาจากการเสริมทัพประจำปี ซึ่งโดยปกติไม่ค่อยยึดติดว่าผลงานปีก่อนเป็นอย่างไร และแน่นอนว่าพวกเขามีเงินใช้ง่าย แถมมีมากขึ้นเรื่อยๆด้วย

การปรับทัพและเพิ่มประสิทธิภาพ แม้จะดูเหมือนช่วงขาลงของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ไม่นานมานี้พวกเขาเพิ่งประกาศว่า สโมสรมีกำไรเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 12 แล้ว ไม่ว่าจะเล่นบอลยาว แบบเดวิด มอยส์ หรือเล่นแบบซังกะตายตามแบบของฟานกัล แมนฯยูก็ยังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

ดังนั้น สำหรับทีมยักษ์ใหญ่แล้ว การล้มเหลวเป็นเรื่องยาก ขนาดในเวลาพ่ายแพ้ พวกเขายังชนะ

Alexis Sanchez

ความล้มเหลวของปืนใหญ่อาจทำให้พวกเขาเสียอเล็กซิสไป

และในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเปิดซัมเมอร์นี้ นักเตะที่เป็นเป้าหมายของทีม เขาไม่สนใจหรอกว่าทีมเพิ่งจะแพ้บาเยิร์นหรือวัตฟอร์ด เขาสนแค่ว่าค่าตัวสูงพอหรือเปล่า การย้ายมาร่วมทีมจะช่วยพัฒนาอาชีพ และการเงินขอเขาไหม เท่านั้นเอง

ในทางตรงกันข้าม ที่เล็กๆต้องดิ้นรนมากกว่า เกมฟุตบอลของพวกเขาต้องดีขึ้นสม่ำเสมอ เพื่อให้เห็นถึงพัฒนาการของทีม และในขณะเดียวกันก็ต้องเฝ้าระวังทีมใหญ่ๆมาฉกตัวผู้เล่นไปด้วย นักเตะส่วนใหญ่ต้องการเครื่องประกันว่าทีมของพวกเขาจะได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป และอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทุกๆปี และเครื่องประกันเหล่านี้ ทีมที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หัวตารางก็ไม่สามารถมอบให้นักเตะได้

จากประวัติศาสตร์ฟุตบอลจะเห็นว่า ทั้งการขึ้นเป็นทีมชั้นนำ และการลงสู่จุดตกต่ำเป็นเรื่องยากทั้งคู่ การปีนภูเขาเป็นเรื่องยาก แต่การจับจองที่บนจุดสุดยอดเป็นเรื่องง่าย

จากประวัติศาสตร์ฟุตบอลจะเห็นว่า ทั้งการขึ้นเป็นทีมชั้นนำ และการลงสู่จุดตกต่ำเป็นเรื่องยากทั้งคู่ การปีนภูเขาเป็นเรื่องยาก แต่การจับจองที่บนจุดสุดยอดเป็นเรื่องง่าย

ยกตัวอย่างว่า ถ้าทีม ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ไม่สามารถจบอันดับท็อปโฟร์ได้ในปีนี้ แดเนียล เลวี่ก็คงรั้งตัว เดเล่ อัลลี่, คริสเตียน อีริกเซ่น และ โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ กับทีมไว้ยาก แต่กลับกัน ต่อให้แมนฯยูจบอันดับ 6 สองฤดูกาลติดต่อกัน พอล ป๊อกบา และเฮนริก มาคิตายาน ก็ยังอยู่ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดต่อไป นี่คือความแตกต่างระหว่างทีม

ทีมคนละชั้น

ระยะเวลาของสัญญาก็มีปัจจัยในประเด็นที่กล่าวข้างต้น แต่สิ่งสำคัญคือสถานะของทีมทั้งสอง แค่ 1 ฤดูกาลแย่ๆ สเปอร์สก็จะร่วงกลับไปอยู่ในจุดเดิม แต่แมนฯยู คงต้องล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายๆปี จึงจะถึงจุดตกต่ำ

ไม่ว่าลูกทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน จะจบที่เท่าไหร่ในฤดูกาลนี้ คนก็ยังมองว่าในฤดูกาล 2017/18 พวกเขามีโอกาสจะจบฤดูกาลต่ำกว่าแมนฯยูอยู่ดี

ต่อให้พวกเขาไม่ได้ไปเล่นแชมป์เปียนส์ลีก 2-3 ปี เกมในลีกของพวกเขาก็ยังเป็นที่สนใจ สัญญาถ่ายทอดสดเกมในประเทศยังขายได้ แบรนด์ของสโมสรได้อยู่ตัวแล้ว

อาร์เซนอลถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ทีม ที่โชคดี และเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ได้อย่างสดใส และตามทฤษฏีดูเหมือนว่าพวกเขาจะประสบความสำเร็จได้เสมอ

งานของพวกเขายากกว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนบอลทั่วโลกน้อยกว่า เครือขายโฆษณาก็หลากหลายน้อยกว่า และไม่ว่าตอนนี้ แฟนบอลทีมปืนใหญ่จะว่าอย่างไร แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ คือชายที่นำพาสโมสรมาถึงจุดที่พวกเขาเป็นอยู่ การโดนบาเยิร์นยำใหญ่ ถือเป็นความน่าผิดหวังอย่างรุนแรง แต่ไม่ถึงกับเป็นภัยภิบัติในทีม แต่ต่อให้พวกเขาไม่ได้ไปเล่นแชมป์เปียนส์ลีก 2-3 ปี เกมในลีกของพวกเขาก็ยังเป็นที่สนใจ สัญญาถ่ายทอดสดเกมในประเทศยังขายได้ แบรนด์ของสโมสรได้อยู่ตัวแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ยังดูเหมือนเป็นช่องว่างชั่วคราวเท่านั้น

สโมสรระดับนี้ ไม่ร่วงลงสู่จุดตกต่ำง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่าอาร์เซนอลจะทุ่มเงินสถิติโลกซื้อนักเตะที่ขายต่อไม่ออกเข้ามาร่วมทีม กรณีนั้นสถานการณ์อาจจะแย่ได้ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าพวกเขาจะทำแบบนั้น

ถ้าอาร์แซน เวนเกอร์ต้องอำลาสโมสรจริงๆ อาร์เซนอลจะได้เริ่มต้นใหม่ ในจุดที่ยังคงดึงดูดนักเตะที่พวกเขาต้องการ

ทีมยักษ์ใหญ่เหล่านี้ เป็นมากกว่าเป็นแค่ทีมฟุตบอล พวกเขาคือกองทัพที่มีการผลัดเปลี่ยนนักรบเสมอ และมีสรรพาวุธเสริมความแข็งแกร่งไม่รู้จบ ต่อให้สะดุดหลายต่อหลายครั้ง พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่เหมือนเดิม