Analysis

ไม่มีซลาตันไม่ใช่ปัญหา : เหตุใด ชุดนี้ 'สวีเดน' เก่งจนพร้อมดวล 'ใครก็ได้' ?

หลังจากซลาตัน อิบราฮิโมวิชประกาศเลิกเล่นทีมชาติ และสวีเดน U21เถลิงแชมป์ฟุตบอลยูโร เหล่าขุนพลแดนไวกิ้งได้สร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เขียนให้คุณอ่าน โดย Lee Roden

We are part of The Trust Project What is it?

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเป็น ในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกของทวีปยุโรป สวีเดน โคจรมาอยู่กลุ่มเดียวกับ ทีมตราไก่ รองแชมป์ฟุตบอลยูโร 2016 ทุกอย่างดูจะเลวร้ายลง เมื่อกองหน้าผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของพวกเขา ประกาศเลิกเล่นให้กับทีมชาติ

สวีเดนควรจะคาดหวังอะไรอีกล่ะ? อย่างน้อยพวกเขาก็ต้องสู้ไม่ให้ขายหน้า

ปรากฏว่า พวกเขาทำได้ดีเกินคาด พวกเขาได้สิทธิ์เพลย์ออฟหลังได้ที่2ในรอบแบ่งกลุ่มเป็นรองแค่ฝรั่งเศส สวีเดนทำให้ทุกคนประหลาดใจอีกครั้ง  เมื่อพวกเขาคว้าตั๋วไปรัสเซียจากอิตาลี ทีมที่ไม่เคยพลาดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาตั้งแต่ปี 1958 หลังจากนั้นก็มาถึงการจับฉลากแบ่งกลุ่ม พวกเขาได้โคจรมาเจอกับราชาบนบัลลังก์ของฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วอย่างเยอรมัน

ปรากฏว่าแชมป์เก่าต้องกลับบ้านไป ส่วนขุนพลไวกิ้งคว้าอันดับ1ของกลุ่ม เขี่ยสวิตเซอร์แลนด์ตกรอบ และลับขวานให้คมเตรียมสู้ศึกกับสิงโตคำรามอังกฤษ

No Zlatan, no problem

อิตาลี และ เนเธอร์แลนด์ ต้องอยู่บ้านชมฟุตบอลโลกครั้งนี้ อาร์เจนติน่า, สเปน, และแม้แต่ เยอรมัน ได้ถูกเขี่ยตกรอบ แต่ขุนพลไวกิ้งที่ไร้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงมีหน้าที่ที่ต้องทำอยู่ที่รัสเซีย พร้อมโอกาสการเข้ารอบรองชนะเลิศได้ครั้งแรกนับจากปี 1994 มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไงกันเนี่ย?

“เราสามารถปราบฝรั่งเศสและเนเธอร์แลนด์ได้ในรอบคัดเลือก เราชนะอิตาลีในเพลย์ออฟ ถึงแม้เราจะแพ้เยอรมันในช่วงต่อเวลา แต่ทีมก็สามารถผ่านเข้ามาจนถึงรอบนี้ได้ มันเหลือเชื่อสุดๆ!” ออสการ์ แฟนบอลท้องถิ่นชาวสวีเดนจาก กอเธนเบิร์ก อธิบายด้วยความตื่นตะลึง

การงมเข็มในมหาสมุทรเจอ ไม่น่าเซอร์ไพรส์เท่าผลงานของสวีเดน ความสำเร็จของสวีเดนชุดนี้ ต้องย้อนกลับไปเมื่อปี 2015 ที่เหล่าขุนพลไวกิ้งชุดU21 ในการแข่งขันชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติยุโรป ในรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี

ทั้งๆที่พวกเขาไม่น่ารอดจากกรุ๊ปออฟเดธที่ได้ร่วมกลุ่มกับ โปรตุเกส อิตาลี และ อังกฤษ แต่สวีเดนก็ผ่านเข้ามาชนะเดนมาร์ก ด้วยสกอร์ 4-1 ในรอบรองชนะเลิศ ก่อนจะล้มโปรตุเกสและคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ

Fantastic four

ในทีมชุดนี้ที่รัสเซีย 6 ผู้เล่นมาจากแชมป์ยูโรชุดเล็ก มี 5 คนที่เคยค้าแข้งในรัสเซีย และ ผู้เล่นในแผงแบ็คโฟร์ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีและทำผลงานได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะ วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ และ ลุดวิก ออกุสตินสัน เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้แผงหลังของสวีเดนแข็งแกร่งอย่างมาก

แผน4-4-2 ที่ทำให้สวีเดนชุดเล็กคว้าแชมป์ยูโร 2015 เน้นการทีมเวิร์กภายในทีม โดยผู้เล่นทุกคนต้องวิ่งทำงานหนัก และทดแทนตำแหน่งซึ่งกันและกัน โดยสวีเดนนำเอาแนวทางมาใช้ในการแข่งขันที่รัสเซียครั้งนี้ แม้ว่ากองหน้าของพวกเขาจะไม่ได้ยิงประตูมากมาย แต่ก็ทดแทนด้วยการพักบอล และการบีบพื้นที่กองหลังคู่ต่อสู้

จอห์น กุยเด็ตติ และ อิซาค คีเซอ ธีลิน คู่หูกองหน้าในทีมชุดสู้ศึกยูโร U21 ณ ตอนนั้นพวกเขาทั้งคู่ยิงรวมกันไปแค่3ประตู แต่ก็เพียงพอสำหรับสวีเดนในการคว้าแชมป์มาได้ ณ ตอนนี้ที่รัสเซีย มาร์กุส เบิร์ก และ โอล่า ทอยโวเน่น สองกองหน้าของสวีเดน ทั้งคู่ยิงไปแค่คนละ1ประตู แต่สวีเดนก็เข้ามาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

แตกต่างกับ2ปีที่แล้ว ในศึกฟุตบอลยูโร 2016 การนำทีมของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช พวกเขาเก็บได้แค่1แต้มในรอบแบ่งกลุ่มและตกรอบไปแบบหมดลุ้น ทำให้พวกเขาต้องย้อนกลับมามองตัวเองว่า ทำไมพวกเขาไม่เน้นการให้ความสำคัญทีมเวิร์กเหมือนทีมชุดเล็กของพวกเขามากกว่าหวังพึ่งบุคคลแค่คนเดียวล่ะ?

แยนเน อันเดอร์สสัน เข้ามารับงานกุนซือคนใหม่ของสวีเดน พร้อมวิสัยทัศน์ในการดันเด็กเข้ามาแทนที่นักเตะรุ่นเก๋าที่กำลังค่อยๆหมดไฟ เขาเน้นให้ความสำคัญกับความเป็นปึกแผ่นภายในทีม เหมือนที่เขาเคยพาสโมสรนอร์โคปิ้ง คว้าแชมป์ลีกสวีเดนเหนือมัลโม่ในปี 2015 โดยไม่มีนักเตะสตาร์ดัง

มาถึงตอนนี้ ไม่ใช่แค่แฟนๆนอร์โคปิ้งเท่านั้นที่ยกย่องสรรเสริญ อันเดอร์สสัน แต่รวมถึงแฟนบอลสวีเดนทุกชีวิต

อังกฤษอาจจะต้องประหลาดใจ เมื่อรู้ว่าแฟนๆสวีเดนส่วนมากนั้น ดีใจที่ได้พบกับอังกฤษในรอบก่อนรองชนะเลิศ อเล็กซานเดอร์ เอ็กเซน คอมเมนต์เตเตอร์ฟุตบอลของสวีเดน เผยว่า ทีมงานของสวีเดนนั้นรู้ใส้รู้พุงของอังกฤษ และได้เตรียมรับมือไว้แล้ว นอกจากนั้น ฮานส์ บาคเก้ กุนซือชาวสวีเดนวิเคราะห์เกมไว้ว่า “สวีเดนจะเล่นเหมือนกับที่ผ่านมา การจะเจาะแผงแบ็คโฟร์ของสวีเดนนั้นจะทำให้อังกฤษเจองานยาก”

ออสการ์แฟนบอลท้องถิ่นชาวสวีเดนยังกล่าวว่า “อังกฤษกำลังมั่นใจที่ผ่านโคลอมเบียมาได้ แต่ถ้าดูจากการพบกันที่ผ่านมา ผมไม่แน่ใจว่าทำไมอังกฤษถึงดีใจนักที่เข้ามาพบกับพวกเรา”

เขาพูดมีเหตุผล การเจอกันสองครั้งในฟุตบอลโลกของทั้งสองทีม จบลงด้วยผลเสมอ ถ้าสกอร์ซ้ำรอยทั้งคู่จะได้ดวลจุดโทษกันนั่นหมายถึงอังกฤษที่ผ่านการดวลจุดโทษกับโคลอมเบียมาแล้วดูจะได้เปรียบ แต่สวีเดนก็มีประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมในการยิงจุดโทษ ทั้งในการล้มโปรตุเกสคว้าแชมป์ ในฟุตบอลยูโรU21 และรวมถึงฟุตบอลโลกในปี1994ที่พวกเขาผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศด้วยการดวลลูกโทษ

หากพลพรรคสิงโตคำรามประมาทพวกเขาอาจจะศพไม่สวยเหมือนอิตาลี และ เม็กซิโก,หรือแม้แต่เยอรมันก็ยังเกือบไม่รอดจากเงื้อมมือพวกเขา!