Analysis

ไปแล้วไปลับ! 10 แข้งอังกฤษที่คาดว่าจะโดดเด่นกับทีมชาติ แต่กลับหายไปจากสารระบบ

Tom Cleverley England

เนื่องจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต กำลังที่จะได้กลับมาคุมทีมชาติอีกครั้งหลังจากศึกฟุตบอลโลกที่ทำให้สาวกทรีไลออนส์ได้ชื่นใจ ทำให้เราหวนนึกถึงนักเตะบางคนที่อาจจะไม่มีโอกาสที่พวกเขาจะถูกเรียกมาติดทีมชาติอีกครั้ง ซึ่งเป็น 10 นักเตะสัญชาติอังกฤษจากทศวรรษก่อนและยังคงค้าแข้งอยู่ แต่ได้หลุดจากวงโคจรของทีมชาติไปแล้ว

We are part of The Trust Project What is it?

กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ (ลงเล่นล่าสุด: เบลารุส, ตุลาคม 2009)

กองหน้าที่เร็วปานสายฟ้าและมีสถิติทำประตูที่พอไปวัดไปวาได้สำหรับนักเตะอายุอย่างเขา ในช่วงพีค อักบอนลาฮอร์ ได้โอกาสครั้งแรกในทีมชาติอังกฤษจาก ฟาบิโอ คาเปลโล ในเกมกระชับมิตรกับ เยอรมัน ในปี 2008 ด้วยวัย 22 ปีในตอนนั้น เขาได้ลงเล่นเพิ่มสองเกมในปีหลังจากนั้นโดยที่ไม่สามารถทำประตูได้เลย และครั้งสุดท้ายที่ถูกเรียกคือเดือนธันวาคม 2011

เขาไม่เคยถูกเลือกจาก รอย ฮอดจ์สัน เนื่องจากฟอร์มการเล่นให้กับแอสตันวิลล่าก็ค่อนข้างที่จะเงียบเหงามาหลายปี จนกระทั่งโอกาสหมดลงจากการตกชั้นของทีมในปี 2015/16 ความมืออาชีพของอักบอนลาฮอร์ได้ถูกตั้งคำถามเพราะการน้ำหนักขึ้นของเขา รวมถึงมีรูปที่เขาดูดเตาบารากุในดูไบและเสพแก๊ซหัวเราะหลุดออกมา เขาแทบไม่ได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ บรูซ และปัจจุบันด้วยวัย 31 ปี เขาก็เป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ในตอนนี้หลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกจากทีมเมื่อจบฤดูกาลที่แล้ว

ดาร์เรน เบนท์ (ลงเล่นล่าสุด: สเปน, ธันวาคม 2011)

เบนท์ คือหนึ่งในบรรดานักเตะที่ยอดเยี่ยมและยิงประตูได้สม่ำเสมอที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของทีมระดับกลางของพรีเมียร์ลีก แต่ช่วงพีคของเบนท์นั้นได้จากไปเร็วเกินกว่าที่คิด เส้นทางของเขาค่อนข้างดิ่งลงอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 อันยากลำบากที่ แอสตันวิลล่า ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซ์ แม็คลีช ในปี 2011/12 ที่ซึ่งโอกาสในการติดทีมชาติของเขาที่อายุ 26 ในขณะนั้นค่อยๆจะจบลงไป

หลังจากธันวาคม 2011 โอกาสติดทีมชาติของเบนท์ก็จางหายไป ถึงแม้ว่าเขาจะมีสถิติในฟุตบอลระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีกที่ 81 ประตูจาก 186 เกมที่ลงสนามกับ ชาร์ลตัน, สเปอส์ และ ซันเดอร์แลนด์ บวกกับ 4 ประตูที่ยิงให้กับทรีไลออนส์ แต่ก็ไม่เคยลงเล่นให้กับอังกฤษในทัวร์นาเมนท์หลักเลย

เบนท์ พยายามที่จะกลับเข้าฝั่งเพื่อหาฟอร์มของตัวเองในแชมเปี้ยนชิพกับเดอร์บี้ แต่ในฤดูกาลที่แล้วเขาไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลย จนกระทั่งถูกปล่อยยืมไปให้กับ เบอร์ตันอัลเบียน และในปัจจุบันสัญญาของเขากับแกะเขาเหล็กก็หมดลงและตอนนี้ก็มีข่าวว่าเขาจะไปเล่นให้กับ บรูวเออร์ ด้วยสัญญา จ่ายตามที่ลงเล่น ปัจจุบันเบนท์มีอายุ 34 ปี ซึ่งเขานั้นหนุ่มกว่า เจอร์เมน เดโฟ อยู่ 1 ปี

ไมกาห์ ริชาร์ด (ลงเล่นล่าสุด: เนเธอร์แลนด์, กุมภาพันธ์ 2012)

กองหลังตัวแกร่งที่สามารถขึ้นมามีส่วนร่วมกับแมนฯซิตี้ชุดใหญ่ได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี ริชาร์ดถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษโดย สตีฟ แม็คคลาเรน แต่ได้ลงเล่นหลังได้ลงเล่นเกมอาชีพแค่ 28 เกมเท่านั้น เขาเปิดตัวในการพบกับเนเธอร์แลนด์ในปี 2006 และกลายเป็นแนวรับที่อายุน้อยที่สุดทีมชาติอังกฤษ และถูกคาดว่าจะกลายมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติในอนาคตต่อมา

ริชาร์ด ได้ลงเล่น 11 จาก 13 เกมภายใต้การคุมทีมของ แม็คคลาเรน ในตอนที่เขายังเป็นวัยรุ่น และได้ลงเล่นในยุคของทั้ง ฟาบิโอ คาเปลโล และ สจ๊วร์ต เพียร์ซคนละ 1 เกม หลังจากที่ต้องระเห็ดออกมาจากแมนฯซิตี้หลังทีมซื้อนักเตะใหม่ๆเข้ามา ชีวิตของเขาก็เข้าสู่หายนะโดยการย้ายไปแอสตันวิลลาในซัมเมอร์ปี 2015 ริชาร์ดตกชั้นลงไปพร้อมกับทีมตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ย้ายมา เขาได้ลงเล่นสองเกมในแชมเปี้ยนชิพ และไม่ได้ลงเล่นมาแล้วตั้งแต่ตุลาคม 2016

เฟรย์เซอร์ แคมป์เบลล์ (ลงเล่นล่าสุด: เนเธอร์แลนด์, กุมภาพันธ์ 2012)

ก็คงจะไม่ผิดนักหากจะบอกว่าการติดทีมชาติของแคมป์เบลล์คือเรื่องที่น่าประหลาดใจแม้กระทั่งในเวลานั้น หลังการลาออกที่คาดไม่ถึงของ ฟาบิโอ คาเปลโล สจ๊วร์ต เพียร์ซก็ได้ขึ้นมาขัดตาทัพชั่วคราวพร้อมกับเกมกระชับมิตรที่รออยู่นั่นก็คือเกมกับ เนเธอร์แลนด์ ในปี 2012 แต่เนื่องจากสมาคมฟุตบอลอังกฤษต้องการที่จะจ้างกุนซือที่เคยประสบความสำเร็จ เพียร์ซจึงได้โอกาสดันนักเตะบางคนที่เคยร่วมงานกับเขาตอนที่คุมทีมชุด U21 ซึ่งแคมป์เบลล์คือคนที่ได้รับประโยชน์นั้นไป

หัวหอกของซันเดอร์แลนด์ในตอนนั้น ทำประตูไปแค่ 6 ลูกในลีกจาก 4 ฤดูกาลก่อน แต่เขาก็มีชื่อติดสนามเคียงข้างกับ ดาร์เรน เบนท์, ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, เวย์น รูนีย์ และ แดนนี เวลเบ็ค แคมป์เบลล์ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมที่พวกเขาแพ้ไป 3-2 และไม่ได้รับโอกาสลงสนามในเกมทีมชาติอีกเลยนับตั้งแต่นั้น เขาได้ย้ายกลับฮัลล์ที่อยู่ในแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลที่แล้ว

มาร์ติน เคลลี (ลงเล่นล่าสุด: นอร์เวย์, พฤษภาคม 2012)

การทำสถิติ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าโอ้อวด ซึ่งเคลลี่รู้ดรที่สุด อดีตแนวรับของลิเวอร์พูลได้ถือครองสถิติการลงเล่นระดับทีมชาติสั้นที่สุดจากเหล่าแข้งอังกฤษทั้งหมดในประวัติศาสตร์ เขาถูกเปลี่ยนตัวมาแทน ฟิล โจนส์ ในตอนที่เหลือ 2 นาทีสุดท้ายในเกมกระชับมิตรที่ชนะนอร์เวย์ไปได้ 1-0 หลังจากนั้นเคลลีได้ถูกเรียกติดทีมชุดยูโร 2012 หลังจากที่ แกรี่ เคฮิลล์ ถอนตัวออกไปจากอาการบาดเจ็บ แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นเลยตลอดทั้งทัวร์นาเมนท์

อาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าขาดยิ่งฉุดให้พัฒนาการของเคลลี่ในถิ่นแอนฟิลด์ยิ่งแย่ลง เขาพลาดการลงสนามไปเกือบปีจนกระทั่งถูกขายไปให้กับ คริสตัลพาเลซ ในเดือนสิงหาคม 2014 เขายังคงได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งแนวรับหากตรงไหนขาดหายไปเนื่องจากความสารพัดประโยชน์ของเขา แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวเลือกแรก ด้วยอายุถึง 28 ปีแล้วคงจะมีความหวังริบหรี่ที่เขาจะได้โอกาสลงเล่นทีมชาติอีกครั้ง